xs
xsm
sm
md
lg

สหภาพ ธ.ก.ส.จี้“เอกนิติ” แจงผลสอบ“ฉัตรชัย” หลังยื่นแล้วแต่เงียบกริบไร้คำตอบ ขู่นำสมาชิกทั่วประเทศเคลื่อนไหว

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



สหภาพแรงงาน ธ.ก.ส. ออกประกาศจี้ “เอกนิติ” ประธานกรรมการธนาคาร เร่งชี้แจงผลตรวจสอบข้อร้องเรียนการบริหารงาน“ฉัตรชัย ศิริไล” ผู้จัดการ ธ.ก.ส. ทั้งการใช้งบประมาณ อำนาจบริหาร และธรรมาภิบาล หลังยื่นเรื่องและติดตามความคืบหน้าแต่ยังไร้คำตอบ พร้อมเปิดปมรวมศูนย์อำนาจ ขาดแคลนพนักงาน กระทบการแข่งขัน ส่งสัญญาณสมาชิกทั่วประเทศเตรียมพร้อมเคลื่อนไหว หากไม่ได้รับคำชี้แจงที่ชัดเจนและเป็นธรรม

สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (สร.ธกส.) ออกประกาศฉบับที่ 21/2569 ลงวันที่ 19 ตุลาคม 2569 เรื่อง “ถึงเวลาที่ผู้มีอำนาจต้องให้คำตอบต่อพนักงานและองค์กรผู้แทนพนักงาน” เรียกร้องให้นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานกรรมการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และคณะกรรมการธนาคาร ชี้แจงความคืบหน้าการตรวจสอบข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการบริหารงานของนายฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการ ธ.ก.ส. หลังจากสหภาพแรงงานได้ยื่นเรื่องต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนหน้านี้

นายประหยัด ธรรมขันธ์ ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ ธ.ก.ส. ระบุข้อร้องเรียนดังกล่าวครอบคลุมประเด็นการใช้งบประมาณ การใช้อำนาจบริหาร การบริหารทรัพยากรบุคคล และหลักธรรมาภิบาล ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อพนักงาน เกษตรกร ลูกค้า และความเชื่อมั่นต่อองค์กร โดยสหภาพเห็นว่าระยะเวลาที่ผ่านมานานเพียงพอแล้วที่ผู้มีอำนาจและผู้รับผิดชอบจะต้องแจ้งความคืบหน้าและให้คำตอบอย่างชัดเจนต่อพนักงานทั่วประเทศ

สหภาพแรงงานได้ทำบันทึกสอบถามความคืบหน้าการตรวจสอบของคณะกรรมการตรวจสอบ ธ.ก.ส. ซึ่งมีนางวิเรขา สันตะพันธุ์ เป็นประธานกรรมการตรวจสอบ ตามหนังสือลงวันที่ 2 ตุลาคม 2569 แต่จนถึงวันที่ออกประกาศ สหภาพยังไม่ได้รับการสื่อสารผลการตรวจสอบดังกล่าว

ทั้งนี้ การตรวจสอบต้องไม่เป็นเพียงกระบวนการตามรูปแบบ แต่ต้องนำไปสู่การค้นหาข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน มีความเป็นอิสระ โปร่งใส และปราศจากการแทรกแซง พร้อมเรียกร้องให้เปิดเผยความคืบหน้าและผลการตรวจสอบภายในระยะเวลาที่เหมาะสม โดยไม่ยืดเยื้ออย่างไม่มีเหตุผล

นอกจากนี้ สหภาพยังเรียกร้องให้ยึดหลักธรรมาภิบาลและความรับผิดชอบ โดยไม่คำนึงว่าผู้ถูกร้องเรียนจะดำรงตำแหน่งใด ทุกฝ่ายต้องอยู่ภายใต้หลักกฎหมายและมาตรฐานการตรวจสอบเดียวกัน ไม่เลือกปฏิบัติหรือให้สิทธิพิเศษแก่บุคคลใด

เปิด 3 ปัญหาบริหารงาน กระทบความคล่องตัวและการแข่งขัน

นอกจากนี้ ประกาศดังกล่าวยังตั้งข้อสังเกตถึงปัญหาการบริหารงานภายใน ธ.ก.ส. ซึ่งสหภาพมองว่าหลายเรื่องไม่มีความคืบหน้า และอาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการของธนาคาร โดยยกตัวอย่างปัญหาสำคัญ 3 เรื่อง

ประเด็นแรก เป็นเรื่องข้อตกลงกับองค์กรภายนอก (MOA) เกี่ยวกับเงินกู้พนักงานหน่วยงานรัฐ ซึ่งเดิมธนาคารเคยมอบอำนาจให้ผู้จัดการสาขาหรือผู้ช่วยผู้จัดการเป็นผู้ลงนาม แต่ปัจจุบันเปลี่ยนเป็นผู้จัดการธนาคารลงนาม ส่งผลให้กระบวนการต้องผ่านการพิจารณาหลายขั้นตอน ข้อตกลงระดับการให้บริการ (SLA) ใช้เวลายาวนานขึ้น อีกทั้งมีข้อกำหนดเกี่ยวกับเอกสารที่ลงนามแล้ว แม้ผู้กู้จะยังไม่ได้ดำรงชำระหนี้ตามที่สหภาพระบุ ทำให้สาขาขาดความคล่องตัวและไม่สามารถแข่งขันกับคู่แข่งได้อย่างเต็มที่

ประเด็นที่สอง สหภาพระบุว่า สินเชื่อรับรองรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วม ซึ่งเป็นสินเชื่อที่เกี่ยวข้องกับองค์กร ธ.ก.ส. เริ่มทยอยย้ายจาก ธ.ก.ส. ไปยังธนาคารสีชมพูแล้ว อย่างไรก็ตาม ในประกาศไม่ได้ระบุมูลค่าสินเชื่อ จำนวนลูกหนี้ หรือช่วงเวลาที่เกิดการย้ายสินเชื่อดังกล่าว

ประเด็นที่สาม เป็นปัญหาการขาดแคลนอัตรากำลัง โดยสหภาพมองว่าธนาคารให้ความสำคัญกับการลดต้นทุนด้านทรัพยากรบุคคลมากกว่าการพิจารณาว่าพนักงานเป็นผู้สร้างรายได้ การมุ่งลดจำนวนคนเพื่อลดค่าใช้จ่าย โดยไม่มีการเติมอัตรากำลังอย่างเหมาะสม ส่งผลให้เกิดปัญหาการทำงานและการให้บริการลูกค้า

สหภาพยังตั้งข้อสังเกตว่า การบริหารอัตรากำลังมีลักษณะรวมศูนย์อำนาจ ซึ่งอาจกระทบต่อประสิทธิภาพการดำเนินงานและผลประกอบการของธนาคาร พร้อมตั้งคำถามว่า หากผลประกอบการไม่เป็นไปตามเป้าหมาย จะมีสาเหตุจากปัญหาการบริหารงานที่สหภาพเคยเรียกร้องให้ตรวจสอบหรือไม่

จี้บอร์ดแสดงความรับผิดชอบ ส่งสัญญาณเตรียมเคลื่อนไหวทั่วประเทศ

สำหรับแนวทางดำเนินการต่อไป สหภาพแรงงานขอให้ประธานอนุกรรมการสหภาพแรงงานประจำจังหวัด ประจำฝ่าย สำนักในสังกัดสำนักงานใหญ่ ตลอดจนที่ปรึกษาและสมาชิกทุกพื้นที่ ติดตามสถานการณ์ ประสานงาน และเตรียมความพร้อมในการร่วมดำเนินกิจกรรมตามมติและแนวทางของสหภาพแรงงาน ภายใต้กรอบกฎหมาย

นายประหยัดระบุทิ้งท้ายในประกาศว่า“ถึงเวลาที่ประธานกรรมการธนาคารต้องให้คำตอบ ถึงเวลาที่คณะกรรมการธนาคารต้องแสดงความรับผิดชอบ และถึงเวลาที่พวกเราต้องร่วมกันเป็นหนึ่งเดียวเพื่อปกป้อง ธ.ก.ส. ให้เป็นสมบัติของชาติสืบไป”