xs
xsm
sm
md
lg

ฝรั่งเศสไฟเขียวเก็บภาษีแปลงคริปโตเป็นสเตเบิลคอยน์ ควบรีดภาษีย้ายประเทศ-คุมเข้มวอลเล็ตส่วนตัว

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



สมัชชาแห่งชาติฝรั่งเศสไฟเขียวร่างแก้ไขกฎหมายจัดเก็บภาษีจากการแปลงคริปโตเคอร์เรนซีเป็นสเตเบิลคอยน์ เตรียมบังคับใช้ปี 2570 พร้อมจ่อถกมาตรการคุมเข้มกระเป๋าเงินดิจิทัลแบบควบคุมด้วยตนเองและภาษีย้ายถิ่นฐาน ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนนโยบายกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลที่เข้มงวดขึ้นในยุโรป ซึ่งนักลงทุนทั่วโลกรวมถึงไทยต้องจับตาผลกระทบต่อสภาพคล่องและกลยุทธ์การพักเงินในตลาด

สมัชชาแห่งชาติฝรั่งเศสผ่านความเห็นชอบร่างแก้ไขกฎหมาย I-3898 ด้วยคะแนนเสียงเฉียดฉิวเพื่อปูทางสู่การจัดเก็บภาษีจากการสลับคริปโตเคอร์เรนซีเป็นสเตเบิลคอยน์ (Stablecoin) โดยนิโกลาส์ ซองซู (Nicolas Sansu) สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นผู้ผลักดันมาตรการนี้ สภามีกำหนดนำร่างนี้เข้าสู่การลงมติในหมวดงบประมาณประจำปี 2570 ในวันอังคารที่จะถึงนี้ หากกฎหมายมีผลบังคับใช้ นักลงทุนที่แปลงสินทรัพย์อย่างบิทคอยน์เป็นสเตเบิลคอยน์จะต้องเสียภาษีจากกำไรทันที แม้จะยังไม่ได้แลกเปลี่ยนกลับมาเป็นเงินเฟียต (Fiat) ก็ตาม

ขณะที่เกณฑ์การคำนวณภาษีรูปแบบใหม่จะประเมินจากต้นทุนการได้มาของสินทรัพย์ดิจิทัลที่ขายไปประกอบกับราคาซื้อเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก ขณะเดียวกัน สภาฝรั่งเศสปัดตกข้อเสนอที่อนุญาตให้นักลงทุนนำผลขาดทุนที่เกิดขึ้นจริงจากการลงทุนคริปโตเคอร์เรนซีไปยกยอดหักลบภาษีในกรอบเวลา 10 ปี ทิศทางนี้สะท้อนเจตนารมณ์ของรัฐบาลปารีสที่ต้องการอุดช่องโหว่ทางระบบภาษีอย่างรัดกุมที่สุด

นอกเหนือจากประเด็นสเตเบิลคอยน์ สมาชิกสภายังเตรียมถกข้อเสนอเพิ่มเติมภายใต้ร่างงบประมาณปีหน้า สิ่งที่น่าจับตาคือร่างแก้ไข I-CF1822 ซึ่งมุ่งขยายขอบเขตการจัดเก็บภาษีการย้ายถิ่นฐาน (Exit Tax) ให้ครอบคลุมถึงกำไรที่ยังไม่รับรู้ (Unrealized Gains) มาตรการนี้จะพุ่งเป้าไปที่ผู้เสียภาษีที่มีพอร์ตคริปโตเคอร์เรนซีรวมมูลค่าเกิน 8 แสนยูโร หรือราว 8.95 แสนดอลลาร์เมื่อมีการย้ายถิ่นฐานไปต่างประเทศ

พร้อมกันนี้สภายังพิจารณาร่าง I-2701 ที่บังคับให้บุคคลธรรมดาต้องสำแดงการถือครองสินทรัพย์ในกระเป๋าเงินดิจิทัลส่วนตัว (Self-custodial Wallet) หากพอร์ตมีมูลค่ารวมสูงกว่า 1 แสนยูโร หรือประมาณ 1.12 แสนดอลลาร์ภายในปีภาษีนั้น

ความเคลื่อนไหวทางกฎหมายของฝรั่งเศสถือเป็นสัญญาณชี้วัดท่าทีของกลุ่มสหภาพยุโรปต่อการจัดระเบียบสินทรัพย์ดิจิทัลระยะต่อไป ประเด็นสำคัญคือการตีกรอบให้สเตเบิลคอยน์มีสถานะเป็นจุดเกิดภาระภาษี (Taxable Event) ซึ่งย่อมสร้างแรงกระเพื่อมต่อพฤติกรรมการเทรดของนักลงทุนสถาบันและรายย่อย สำหรับตลาดในภูมิภาคอาเซียนรวมถึงประเทศไทย ผู้ประกอบการตลอดจนนักลงทุนควรศึกษาแนวทางนี้เป็นกรณีศึกษา เนื่องจากหน่วยงานกำกับดูแลหลายแห่งมักนำโมเดลของฝั่งยุโรปมาเป็นบรรทัดฐานประยุกต์ใช้กับนโยบายในประเทศช่วงเวลาถัดมา