บล.เอเซียพลัส ชี้เงินเฟ้อสหรัฐพุ่งกดดันหุ้นเทคฯโลก ชูไทยผันผวนต่ำกว่าดึงดูด Fund Flow หมุนเข้า แนะช่วงที่ตลาดอ่อนไหว เน้นรอสะสมกับหุ้น Selective Play โดยมุ่งไปที่หุ้นที่มี Catalyst เฉพาะตัว 3 ธีมหลัก
บล.เอเซียพลัส ระบุว่า สหรัฐฯ เผยตัวเลขเงินเฟ้อเดือน ก.ย. 69 เพิ่มขึ้น 3.7% YoY สูงกว่าตลาดคาด (เช่นเดียวกับหลายประเทศ) 3.6% YoY และทำจุดสูงสุดในรอบ 5 เดือน ขณะที่ราคาน้ำมันดิบโลกยังผันผวนในระดับสูง หลัง IEA เตือนว่าตลาดน้ำมันดีเซลอาจยังตึงตัวต่อเนื่องจนถึงปีหน้า ในแง่มุมของทิศทางดอกเบี้ย Fedwatch Tool ให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นเป็น 32% (เดิม 22%) ที่ Fed จะขึ้นดอกเบี้ยอีก 25 BPS. สู่ระดับ 4.25% ในการประชุมวันที่ 28 ต.ค. นี้
ผลที่ตามมาทำให้วานนี้ หุ้นกลุ่มเทคโนโลยียังเผชิญแรงขายต่อเนื่อง กดดันดัชนี NASDAQ -1.9% และเช้านี้ดัชนี KOSPI -6.8%, NIKKEI -3.6% สะท้อนแรงกดดันจากแนวโน้มดอกเบี้ยที่อาจอยู่ในระดับสูงเป็นเวลานาน ซึ่งส่งผลลบต่อมูลค่าหุ้นเติบโต และนักลงทุนเริ่มกังวลต่อเม็ดเงินลงทุนมหาศาลที่ใช้สร้างโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI
แนะจับตา 5 งบธีม AI ช่วง 1923 ต.ค. 69: AI CAPEX (META, IBM), SEMICONDUCTOR (LRCX), AI POWER (VICR, BE), EV & ROBOTAXI (TSLA) และ STREAMING (NFLX) ว่ารายได้และกำไรจะเติบโตทันความคาดหวังหรือไม่ ซึ่งประเด็นนี้ วัดความแข็งแกร่งของห่วงโซ่ AI ตั้งแต่ลงทุน Data Center ผลิตชิป ถึงระบบไฟฟ้า หากกำไรและ Guidance ต่ำคาด เสี่ยงกดดัน Valuation หุ้นเทคฯ และ Sentiment หุ้นชิ้นส่วนฯ ไทยได้
ตลาดอ่อนไหว เน้นรอสะสมกับหุ้น Selective Play
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ เริ่มส่งสัญญาณเปราะบางมากขึ้น แม้ดัชนี S&P 500 ยังเคลื่อนไหวใกล้จุดสูงสุด แต่แรงซื้อกลับกระจุกตัวในหุ้นขนาดใหญ่เพียงบางกลุ่ม สะท้อนจาก Market Breadth Divergence โดยสัดส่วนหุ้นที่ทำจุดสูงสุดใหม่รอบ 52 สัปดาห์ (52-week high) ลดลงจากมากกว่า 10% เหลือเพียง 3.7% บ่งชี้ว่าการปรับขึ้นของดัชนีไม่ได้รับการสนับสนุนจากหุ้นส่วนใหญ่เหมือนช่วงก่อนหน้า ซึ่งในอดีตมักเป็นสัญญาณเตือนการพักฐานของตลาด
ขณะเดียวกัน Insider sell/buy Ratio ในรอบ 1 เดือนเพิ่มขึ้นเป็น 4.84 เท่า เทียบกับ 1.96 เท่าในช่วงย้อนหลัง 1 ปี หลังตัดธุรกรรมตามแผน 10B5-1 ออก โดยแรงซื้อของผู้บริหารลดลงถึง 72% เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ย 12 เดือน ขณะที่พบแรงขายสุทธิกระจายในหุ้น TECHAI อาทิ DELL, CRWD, NVDA, AVGO, ANET และ CRWV สะท้อนความระมัดระวังที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตามสัดส่วนที่สูงขึ้นเกิดจากแรงซื้อที่หายไปเป็นหลัก ไม่ใช่มูลค่าขายที่เร่งตัว จึงยังไม่ใช่สัญญาณยืนยันว่าตลาดผ่านจุดสูงสุดแล้ว แต่แสดงให้เห็นถึงการซื้อขายที่มีความระมัดระวังมากขึ้น
สำหรับตลาดหุ้นไทยมีโอกาสผันผวนน้อยกว่าสหรัฐฯ หลังปรับฐานมาก่อนหน้า และมีสัดส่วนหุ้นเทคโนโลยี AI ต่ำกว่า หากนักลงทุนลดน้ำหนักหุ้นสหรัฐฯ ที่มี Valuation สูง อาจเปิดโอกาสให้ Fund Flow ต่างชาติบางส่วนหมุนกลับเข้าตลาดหุ้นไทย อย่างไรก็ตามแรงซื้อจากต่างชาติตั้งแต่ยังมีความไม่แน่นอน Selective Buy เน้นหุ้นที่มี Catalyst เฉพาะตัว 3 ธีมหลัก ดังนี้
1.บ้านคนละหลัง PLUS LPN, SENA, PSH: ครม. อนุมัติมาตรการสินเชื่อที่อยู่อาศัยวงเงิน 50,000 ล้านบาท ดอกเบี้ยพิเศษ 2 ปีแรก 2.602.80% วงเงินกู้สูงสุด 3 ล้านบาท ช่วยกระตุ้นกำลังซื้อบ้านราคาประหยัดและเพิ่มโอกาสระบายสต็อกอสังหาริมทรัพย์ เป็นบวกต่อ LPN, SENA และ PSH ซึ่งมีโครงการบ้านและคอนโดในระดับราคาที่เข้าถึงได้
2.HIDDEN VALUE VGI: VGI มีมูลค่าแฝงจากการถือหุ้น PLANB ประมาณ 24.1% ซึ่งได้รับประโยชน์จากราคาหุ้น PLANB ที่ปรับตัวขึ้น ขณะที่ราคาหุ้น VGI อาจยังไม่สะท้อนมูลค่าเงินลงทุนทั้งหมด เปิดโอกาสให้เกิดการประเมินมูลค่าใหม่ (RE-RATING) หากตลาดเริ่มให้ความสำคัญกับ Hidden Value
3.SECTOR TOP PICKS: 8 หุ้นเด่น 8 กลุ่มธุรกิจ เน้นกระจายการลงทุนในหุ้นที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว ได้แก่ JMART (COMMERCE) ลุ้นกำไรฟื้นตัว, WHA (INDUSTRIAL ESTATE) รับประโยชน์ FDI และ DATA CENTER, OSP (FOOD & BEVERAGE) หนุนจาก MARGIN RECOVERY, KLINIQ (HEALTHCARE) เติบโตจากการขยายสาขา, SPRC (ENERGY) รับแนวโน้มค่าการกลั่นฟื้นตัว, KTB (BANKING) เด่นด้านฐานะการเงินและปันผล, CENTEL (TOURISM) รับ HIGH SEASON ไตรมาส 4/2569 และ TIDLOR (FINANCE) ลุ้นสินเชื่อฟื้นตัวพร้อม CREDIT COST ลดลง SELECTIVE 8 หุ้น TOPPICK จากนักวิเคราะห์ ASPS แต่ละคนในช่วงนี้ (ที่มา: สายงานวิจัย บล. เอเซีย พลัส, 15 ต.ค. 2569)
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ มีความเสี่ยงพักฐานจาก Market Breadth ที่อ่อนแอและ Insider buying ที่ชะลอลง ขณะที่หุ้นไทยมีโอกาสแสดงความแข็งแกร่งเชิงเปรียบเทียบหาก Fund Flow เริ่มกลับทิศทาง แนะนำ Selective Buy หุ้นที่มี Catalyst รองรับ มากกว่าการไล่ซื้อดัชนี โดยเน้นมาตรการรัฐ Hidden Value และ Earnings Recovery


