สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดรับฟังความคิดเห็นต่อการปรับปรุงหลักเกณฑ์คณะกรรมการวินัยในธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล เมื่อเดือนตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา การขยับตัวครั้งนี้มุ่งปรับโครงสร้างการพิจารณาโทษให้เป็นมาตรฐานเดียวกับตลาดทุนดั้งเดิม พร้อมเพิ่มความคล่องตัวในการบังคับใช้กฎหมายต่อผู้ประกอบการคริปโตอย่างเป็นธรรม
บอร์ด ก.ล.ต. มีมติยกเลิกการกำหนดคณะกรรมการวินัยฯ ตามประกาศ กลธ. 18/2561 เดิม พร้อมเปลี่ยนผ่านสู่กลไกคณะผู้ให้ความเห็นระดับสำนักงาน โครงสร้างใหม่จะแบ่งแยกบทบาทการไต่สวนสั่งการชั้นต้น ออกจากอำนาจพิจารณาชั้นอุทธรณ์ของบอร์ดใหญ่อย่างเด็ดขาด ช่วยลดปัญหาผลประโยชน์ทับซ้อนและอุดช่องโหว่ทางกฎหมาย
ในมิติเชิงโครงสร้าง การยกระดับครั้งนี้สะท้อนว่าผู้กำกับดูแลกำลังจัดระเบียบตลาดคริปโทเคอร์เรนซีให้เข้าสู่มาตรฐานสถาบันการเงินมืออาชีพ กระบวนการพิจารณาโทษเดิมที่มีขั้นตอนซับซ้อนอาจไม่ทันต่อความเร็วของธุรกรรมดิจิทัล การดึงอำนาจมาสู่คณะผู้เชี่ยวชาญระดับปฏิบัติการจะช่วยให้การฟันดาบเคสทุจริตหรือการปั่นราคาสินทรัพย์ทำได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
อย่างไรก็ตามความท้าทายสำคัญตกอยู่ที่ความเชื่อมั่นของนักลงทุนและผู้ประกอบการ ว่าคณะผู้ทรงคุณวุฒิชุดใหม่จะมีความเป็นกลางและเข้าใจเทคโนโลยีเชิงลึกเพียงใด หากการใช้อำนาจดุลพินิจขาดความโปร่งใส อาจส่งผลกระทบต่อบรรยากาศการระดมทุนและนวัตกรรมฟินเทคในภาพรวม
ทั้งนี้ ก.ล.ต. เปิดรับฟังความคิดเห็นจากสาธารณชนและผู้มีส่วนได้เสียจนถึงวันที่ 16 ตุลาคม 2569 เพื่อเร่งบังคับใช้แนวทางใหม่กับคดีความที่ค้างท่ออยู่ทันที สัญญาณที่ต้องจับตาหลังจากนี้คือ ความเข้มข้นของการกวาดล้างการกระทำผิดในตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลไทยที่จะมีความเฉียบขาดและรวดเร็วขึ้นกว่าเดิม


