กระทรวงการคลังสหรัฐฯ เดินหน้ามาตรการคว่ำบาตรขั้นเด็ดขาด จ่อเข้ายึดสินทรัพย์ดิจิทัลมูลค่ากว่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ที่เชื่อมโยงกับเครือข่ายทางการเงินของรัฐบาลอิหร่านภายในสัปดาห์นี้ การเคลื่อนไหวดังกล่าวสะท้อนยุทธศาสตร์เชิงรุกของวอชิงตันในการปิดกั้นช่องทางหลบเลี่ยงมาตรการลงโทษทางเศรษฐกิจ หลังความตึงเครียดทางทหารปะทุขึ้นตั้งแต่ช่วงต้นปี พ.ศ. 2569
สกอตต์ เบสเซนต์ (Scott Bessent) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ เปิดเผยในงานสัมมนา Newsmax Policy Summit ว่า ทางการสหรัฐฯ ทราบพิกัดของสินทรัพย์ดิจิทัลเหล่านี้อย่างชัดเจน และกำลังดำเนินการตัดขาดเครือข่ายดังกล่าวออกจากระบบการเงินโลก แม้เบสเซนต์จะไม่ได้ระบุชัดเจนว่าเป้าหมายคือกระดานเทรดคริปโตรายใด หรือเป็นการขอความร่วมมือจากผู้ออกเหรียญสเตเบิลคอยน์ (Stablecoin) โดยตรง
ก่อนหน้านี้ สำนักงานควบคุมทรัพย์สินต่างประเทศของสหรัฐฯ หรือ OFAC เริ่มพุ่งเป้าไปที่แพลตฟอร์มซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลที่เป็นตัวกลางโอนเงินให้แก่กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) มาตั้งแต่เดือนสิงหาคม ขณะที่ผู้ออกเหรียญรายใหญ่อย่าง Tether ได้ทยอยอายัดเหรียญ USDt ไปแล้วกว่า 550 ล้านดอลลาร์ตลอดปี พ.ศ. 2569 ตามคำสั่งของหน่วยงานกำกับดูแล
การเข้ายึดสินทรัพย์ดิจิทัลมูลค่ามหาศาลครั้งนี้ตอกย้ำว่า เทคโนโลยีบล็อกเชนไม่ได้เป็นหลุมหลบภัยสำหรับการฟอกเงินหรือหลบเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตรระดับรัฐอีกต่อไป ทว่ากลับกลายเป็นเครื่องมือที่หน่วยงานกำกับดูแลใช้แกะรอยเส้นทางการเงินได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้นผ่านระบบบัญชีแยกประเภทแบบเปิด
ขณะที่สัญญาณที่นักลงทุนและผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมคริปโตต้องจับตา คือแรงกดดันด้านกฎระเบียบที่กำลังขยายตัวไปยังผู้ออกสเตเบิลคอยน์และศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลทั่วโลก มาตรการตรวจสอบและคัดกรองธุรกรรมข้ามพรมแดน (KYC/AML) จะทวีความเข้มงวดขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสภาพคล่องของตลาดในระยะสั้น แต่จะผลักดันให้สินทรัพย์ดิจิทัลกระแสหลักก้าวเข้าสู่มาตรฐานเดียวกับระบบการเงินดั้งเดิมเร็วขึ้น
อย่างไรก็ตาม บันทึกการบังคับใช้ตลอดปี 2569 บ่งชี้ถึงความเข้มข้นของยุทธศาสตร์ที่ขยายตัวขึ้นต่อเนื่อง เดือนเมษายน เบสเซนต์เคยแถลงว่าสหรัฐยึดคริปโตอิหร่านแล้ว 500 ล้านดอลลาร์ ในเดือนเดียวกัน Tether อายัด USDT 344 ล้านดอลลาร์ตามคำร้องของทางการสหรัฐ ต่อมาเดือนกรกฎาคม Tether ล็อกกระเป๋า USDT บน TRON อีก 131 ล้านดอลลาร์ที่เชื่อมกับธนาคารกลางอิหร่านและ IRGC จนถึงเดือนกันยายน Tether ยืนยันว่าตลอดปี 2569 ได้ช่วยอายัด USDT ที่เชื่อมโยงกับอิหร่านไปแล้วรวม 550 ล้านดอลลาร์ ก่อนที่เบสเซนต์จะประกาศรอบใหม่อีก 1,000 ล้านดอลลาร์ในสัปดาห์นี้
ในเดือนสิงหาคม สำนักงาน OFAC ของกระทรวงการคลังยังประกาศเพิ่มเป้าหมายเป็นกระดานซื้อขายคริปโตที่ช่วยอำนวยความสะดวกการโอนเงินไปยัง IRGC โดยตรง รวมถึง Nobitex กระดานรายใหญ่ที่สุดของอิหร่าน และ Wallex, Bitpin, Ramzinex ในฐานะส่วนหนึ่งของแคมเปญ Economic Fury ที่รัฐบาลทรัมป์ตั้งชื่อให้
บริบทของการประกาศครั้งนี้คือความขัดแย้งทางทหารระหว่างสหรัฐกับอิหร่านที่เริ่มขึ้นเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2569 และยังคงดำเนินอยู่ เบสเซนต์ยืนยันในการให้สัมภาษณ์ว่าการปฏิบัติการทางการเงินทั้งหมดรวมถึงการอายัดคริปโตเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์เดียวกัน นั่นคือการตัดการเข้าถึงทรัพยากรทางการเงินของระบอบอิหร่านไม่ว่าจะอยู่ในรูปแบบใด "ไม่ว่าจะเป็นดอลลาร์ เรียล หรือคริปโต"
สำหรับไทยและอาเซียน ประกาศ 1,000 ล้านดอลลาร์ครั้งนี้มีนัยยะที่สำคัญสามประการ
ประการแรก ความสามารถของสหรัฐในการระบุและอายัดคริปโตเป้าหมายอย่างรวดเร็วแสดงให้เห็นว่ากลไกการบังคับใช้ร่วมระหว่าง OFAC และ Tether ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าที่หลายฝ่ายคาด
ประการที่สอง ยอดสะสมที่ทะลุ 1,550 ล้านดอลลาร์ภายในปีเดียวสะท้อนว่า stablecoin บน TRON โดยเฉพาะ USDT ไม่ได้เป็นพื้นที่ที่หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายไม่สามารถเข้าถึงได้อีกต่อไป
ประการที่สาม สำหรับกระดานคริปโตและผู้ให้บริการชำระเงินในภูมิภาคที่รับ USDT จากแหล่งที่ไม่ผ่านการตรวจสอบ ความเสี่ยงที่เงินจะถูกอายัดโดยไม่มีคำเตือนล่วงหน้าเป็นความเสี่ยงที่เป็นรูปธรรมและมีมูลค่าที่วัดได้แล้วในปีนี้


