บริษัทวิเคราะห์ข้อมูลบล็อกเชนระดับโลกเปิดเผยยอดทำธุรกรรมคริปโตในเวียดนามพุ่งทะลุ 1.22 แสนล้านดอลลาร์ ตัวเลขล่าสุดนี้ส่งผลให้เวียดนามครองอันดับสองของภูมิภาคอาเซียนเป็นรองเพียงสิงคโปร์ แรงหนุนสำคัญมาจากนักลงทุนรายย่อยที่ซื้อขายผ่านระบบบุคคลต่อบุคคลและกระดานเทรดแบบศูนย์กลางอย่างคึกคักตลอดช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมา
บริษัท เชนอะนาไลซิส (Chainalysis) เผยแพร่รายงานภูมิศาสตร์คริปโตประจำปี 2569 ชี้ให้เห็นการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลในเวียดนาม รายงานระบุชัดเจนว่าเวียดนามมียอดธุรกรรมคริปโทเคอร์เรนซีสูงถึง 1.22 แสนล้านดอลลาร์ระหว่างเดือนกรกฎาคม 2568 ถึงมิถุนายน 2569 สถิตินี้ผลักดันให้เวียดนามก้าวขึ้นเป็นตลาดคริปโตขนาดใหญ่อันดับสองของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตามหลังสิงคโปร์ที่กวาดมูลค่าไป 2.84 แสนล้านดอลลาร์ในช่วงเวลาเดียวกัน
แรงขับเคลื่อนหลักของตลาดคริปโตเวียดนามมาจากฐานนักลงทุนรายย่อยระดับรากหญ้า ข้อมูลเจาะลึกแสดงให้เห็นว่าการทำธุรกรรมแบบบุคคลต่อบุคคลในประเทศมากกว่าร้อยละ 80 มีมูลค่าต่ำกว่า 1,000 ดอลลาร์ ขนาดการทำธุรกรรมเฉลี่ยต่อครั้งอยู่ที่ 618 ดอลลาร์ ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกราวครึ่งหนึ่ง ปรากฏการณ์นี้สะท้อนภาพประชาชนทั่วไปสามารถเข้าถึงสินทรัพย์ดิจิทัลและนำมาใช้งานจริงในชีวิตประจำวันอย่างกว้างขวาง
กระดานเทรดแบบศูนย์กลางยังคงทำหน้าที่เป็นฟันเฟืองสำคัญที่หล่อเลี้ยงระบบนิเวศคริปโตในประเทศ ยอดการซื้อขายผ่านแพลตฟอร์มเหล่านี้มีมูลค่ารวม 6.99 หมื่นล้านดอลลาร์ หรือคิดเป็นร้อยละ 57 ของมูลค่าธุรกรรมทั้งหมด เรายังสังเกตเห็นการขยายตัวของโครงสร้างประชากรนักลงทุนอย่างมีนัยสำคัญ กลุ่มคนอายุมากกว่า 35 ปีเริ่มก้าวเข้าสู่ตลาดมากขึ้น จากเดิมที่วัยรุ่นผู้หลงใหลเทคโนโลยีเคยผูกขาดพื้นที่นี้
กระแสการเติบโตที่แข็งแกร่งเป็นสัญญาณบวกชี้ว่าคริปโตเคอร์เรนซีกำลังเปลี่ยนผ่านจากสินทรัพย์เก็งกำไรเฉพาะกลุ่มไปสู่ทางเลือกการลงทุนกระแสหลัก กระนั้นนักลงทุนยังต้องประเมินความเสี่ยงด้านการจัดระเบียบกฎระเบียบอย่างใกล้ชิด รัฐบาลเวียดนามกำลังเร่งสร้างกรอบกฎหมายที่สอดคล้องกับมาตรฐานสากลเพื่อควบคุมแพลตฟอร์มซื้อขาย ความชัดเจนด้านกฎหมายจะเป็นตัวแปรชี้ชะตาทิศทางสภาพคล่องและความเชื่อมั่นของกระแสเงินทุนต่างชาติในระยะยาว


