xs
xsm
sm
md
lg

TIPAKเทรดวันแรกต่ำจอง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์




"อุตสาหกรรมไทยบรรจุภัณฑ์ "ลงสนามเทรดวันแรก เปิดที่ 1.69 บาท ต่ำว่าราคาจองIPO ที่กำหนดไว้หุ้นละ 1.85 บาท ผู้บริหารเตรียมนำเงินไปขยายงานตามแผน



หุ้น TIPAK หรือ บริษัท อุตสาหกรรมไทยบรรจุภัณฑ์ จำกัด (มหาชน) เปิดขายวันแรก 1.69 บาท ต่ำว่าราคาIPO ที่กำหนดไว้หุ้นละ 1.85 บาท ซึ่ง TIPAK ได้นำหุ้นเสนอขาย143,683,270 หุ้น เตรียมนำเงินใช้ตามแผนลงทุนเทคโนโลยีสมัยใหม่ 100 ล้านบาท เพื่อยกระดับกระบวนการผลิตในโรงงาน มุ่งบริหารจัดการต้นทุน พร้อมสร้างสรรค์นวัตกรรมผลิตภัณฑ์ที่เพิ่มมูลค่า (High Value) ที่โดดเด่นและแตกต่างด้วยโซลูชันบริการครบวงจรพร้อมเดินหน้าก้าวเป็นผู้นำในการให้บริการด้านบรรจุภัณฑ์ครบวงจรของประเทศไทย

นายวีรชัย มั่นสินธร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร TIPA เปิดเผยว่า บริษัทฯ นำหุ้นเข้าซื้อขายวันแรก (5 ตุลาคม 2569) ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ในหมวดเป็นหุ้นสินค้าอุตสาหกรรม/บรรจุภัณฑ์ โดยใช้ชื่อย่อ ‘TIPAK’ ในการซื้อขายหลักทรัพย์ ซึ่งมั่นใจว่าด้วยศักยภาพของบริษัทฯ ที่วางรากฐานอย่างแข็งแกร่ง ทั้งการยกระดับเทคโนโลยีสมัยใหม่เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตภายในโรงงาน มุ่งสร้างสรรค์นวัตกรรมให้กับผลิตภัณฑ์ที่เพิ่มมูลค่า (High Value) ที่โดดเด่นและแตกต่าง เพื่อส่งมอบโซลูชันอย่างครบถ้วน และตอบสนองความต้องการเฉพาะด้านมากขึ้น พร้อมตอบโจทย์ความต้องการที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและสนับสนุนให้กับทุกภาคอุตสาหกรรมเติบโตร่วมกันอย่างยั่งยืน ภายใต้วิสัยทัศน์ “Solutions Unfold ตอบโจทย์ตรงใจลูกค้า” จะสามารถนำบริษัทฯ ก้าวสู่ผู้นำการบริการด้านบรรจุภัณฑ์ครบวงจรของประเทศไทย

ทั้งนี้ บริษัทฯ คาดว่าจะใช้เงินลงทุนในปี 2570 ประมาณ 100 ล้านบาท ที่โรงงานสมุทรสาครและโรงงานปราจีนบุรี ผ่าน 3 โครงการ ได้แก่ 1) โครงการยกระดับประสิทธิภาพการผลิตและระบบอัตโนมัติ เปลี่ยนผ่านกระบวนการทำงานสายการผลิตแผ่นและกล่องกระดาษลูกฟูกไปสู่ระบบอัตโนมัติที่สมบูรณ์แบบ เพื่อลดความสูญเสียและเพิ่มความรวดเร็ว (Speed Losses) 2) โครงการนวัตกรรมการผลิตอัจฉริยะและโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ลงทุนวางรากฐานการบริหารโรงงานเชิงวิเคราะห์ด้วยข้อมูล เพื่อเพิ่มความสามารถการติดตามและวิเคราะห์ประสิทธิภาพการผลิตแบบ Real-time 3) โครงการควบคุมคุณภาพและเสริมสร้างเสถียรภาพการผลิต เพื่อยกระดับอัตราการผลิตสินค้าที่มีคุณภาพ (Quality Rate) ให้มีความเสถียรมากยิ่งขึ้น
โดย ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 บริษัทฯ มีกำลังการผลิตแผ่นกระดาษลูกฟูกรวมกันมากกว่า 140,000 ตัน/ปี และกล่องกระดาษลูกฟูกมากกว่า 170 ล้านกล่องต่อปี

บริษัทฯ วางยุทธศาสตร์มุ่งนำประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในธุรกิจบรรจุภัณฑ์กระดาษ สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่เพิ่มมูลค่า (High Value) และเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ทำให้อัตราการสูญเสียเป็นศูนย์ (Zero Defect) ผ่านการใช้เทคโนโลยีใหม่ในการผลิต ภายใต้กลยุทธ์การตั้งราคาที่เหมาะสม มุ่งออกแบบและผลิตแผ่นหรือกล่องกระดาษลูกฟูก ที่โดดเด่นและแตกต่างมีคุณภาพตรงตามความต้องการของลูกค้า พร้อมพัฒนาคุณสมบัติพิเศษตามความต้องการ อาทิ การพัฒนาบรรจุภัณฑ์สำหรับการจัดการส่งระยะไกล และการขนส่งในธุรกิจอี-คอมเมิร์ซ (E-commerce) และกลุ่มบรรจุภัณฑ์กระดาษเพื่อความยั่งยืน (Sustainable Paper Packaging) ที่ผลิตจากวัสดุรีไซเคิล เพื่อรองรับทิศทางการค้าโลกที่ต้องการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมภายใต้กรอบ ESG ในระยะยาว พร้อมให้คำปรึกษาด้านการออกแบบและปรับปรุงบรรจุภัณฑ์ และเดินหน้าขยายลูกค้ากลุ่มอุตสาหกรรมและโรงงานต่างๆ ทั่วประเทศที่มีศักยภาพการเติบโตสูง

นางสาวนลิน วิริยะเสถียร กรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวาณิชธนกิจ บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินและในฐานะผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายร่วม กล่าวว่า TIPAK มีแผนการดำเนินธุรกิจมุ่งสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนชัดเจนในทุกมิติ ทั้งการปูรากฐานการผลิตจากการมีโรงงานผลิตขนาดใหญ่ มาตรฐานการผลิตในระดับสากล มุ่งมั่นสร้างความเติบโตผ่านการสร้างสรรค์นวัตกรรมให้กับผลิตภัณฑ์ที่เพิ่มมูลค่า (High Value) ที่โดดเด่นและแตกต่าง และขยายฐานลูกค้าอย่างต่อเนื่องครอบคลุมหลากหลายอุตสาหกรรม สะท้อนให้เห็นถึงความหลากหลายของฐานรายได้ จึงเชื่อมั่นว่า TIPAK จะเป็นหุ้นคุณค่าที่มีความพร้อมทั้งในด้านศักยภาพการเติบโตอย่างยั่งยืน

นางสาวนันทรัตน์ แสงสุวรรณนุกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สายงานวาณิชธนกิจบริษัทหลักทรัพย์ แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) ในฐานะผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายร่วม กล่าวว่า ด้วยบทบาทสำคัญของ TIPAK เป็นกลไกขับเคลื่อนห่วงโซ่อุปทานภาคอุตสาหกรรม การเดินหน้ายกระดับโรงงานด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ การลดต้นทุน สร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน อีกทั้งยังได้รับแรงหนุนจากทิศทางอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์กระดาษที่คาดว่าจะขยายตัว 2.9% ในปี 2570 ผสานเข้ากับกระแสเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้านความยั่งยืน ด้วยปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง จึงมีความพร้อมอย่างเต็มที่ในการก้าวสู่ ‘ผู้นำการให้บริการด้านบรรจุภัณฑ์ครบวงจรของประเทศไทย’ ที่เติบโตอย่างมั่นคง