ตลาดหุ้นไทยช่วงปลายเดือนก.ย.ถึงต้นเดือนต.ค.2569 เจอแรงกดดันหลายด้าน ทั้งสถานการณ์น้ำท่วมที่ขยายวงกว้าง ความกังวลเศรษฐกิจและกำลังซื้อ รวมถึงแรงขายจากนักลงทุนต่างชาติ กดดันหุ้นหลายกลุ่มให้ปรับตัวลงแรงในเวลาเพียงไม่กี่วัน จึงรวบรวม 13 หุ้นดัง เป็นที่นิยมของนักลงทุน ที่ราคาดิ่งลงในช่วง 28 ก.ย.–2 ต.ค. 2569 โดยสาเหตุมาจากหลายปัจจัย
1.JTS บริษัท จัสมิน เทคโนโลยี โซลูชั่น จำกัด (มหาชน) ผลตอบแทนราคาช่วง 28ก.ย.-2ต.ค.69 อยู่ที่ -9.31%,ผลตอบแทนราคาตั้งแต่ต้นปี 69 อยูjที่ -65.14%,ราคาปิด 2 ต.ค.69 อยู่ที่ 22.40 บาท,ราคาหุ้นสูงสุด/ต่ำสุดรอบ 52 สัปดาห์ 93.50/19.90 บาท,อัตราปันผลปี 69 อยู่ที่ -%,ค่า P/E- เท่า,มาร์เก็ตแคป 15,651.58 ล้านบาท ทั้งนี้ JTS ลงแรงจากแรงขายหุ้นเติบโต/หุ้นเก็งกำไร มากกว่าน้ำท่วมโดยตรง
โบรกระบุเป็นหุ้นที่ไวต่อ Sentiment ตลาดและการลดความเสี่ยงของนักลงทุน เมื่อ SET ถูกกดดัน นักลงทุนมักลดน้ำหนักหุ้นที่มีความผันผวนสูงก่อนจุดที่ต้องจับตาคือหุ้นขึ้นลงแรงมากในรอบปี ขณะที่ราคาล่าสุดอยู่แถว 22.40 บาท เทียบกับกรอบ 52 สัปดาห์ 19.90–93.50 บาท จึงสะท้อนว่าแรงขายรอบนี้เป็นเรื่องของ Risk-off และการลดสถานะเก็งกำไร มากกว่าปัจจัยน้ำท่วมโดยตรง
2.RCL บริษัท อาร์ ซี แอล จำกัด(มหาชน) ผลตอบแทนราคาช่วง 28 ก.ย.-2 ต.ค.69 อยู่ที่ -8.04%,ผลตอบแทนราคาตั้งแต่ต้นปี 69 อยู่ที่ +67.89%,ราคาปิด 2 ต.ค.69 อยู่ที่ 45.75 บาท,ราคาหุ้นสูงสุด/ต่ำสุดรอบ 52 สัปดาห์ 52.25/24.70 บาท,อัตราปันผลปี 69 อยู่ที่5.46%,ค่า P/E 4.89 เท่า,มาร์เก็ตแคป 37,915.31 ล้านบาท โดยน้ำท่วมเป็นตัวเร่ง แต่ปัจจัยคือ กำไรสะสม-แรงขายทำกำไร -ความกังวลเศรษฐกิจ/ขนส่ง
โบรกระบุ RCL เป็นหนึ่งในหุ้นที่ยังบวกแรงตั้งแต่ต้นปีถึง +67.89% ดังนั้นการย่อตัวเกือบ 8% ในช่วงสั้น ๆ จึงมีลักษณะของการล็อกกำไร หลังราคาวิ่งขึ้นมามาก ธุรกิจของ RCL คือขนส่งตู้คอนเทนเนอร์ทางทะเล ซึ่งเชื่อมโยงกับการค้าโลกและค่าระวางเรือมากกว่าสถานการณ์น้ำท่วมในประเทศโดยตรง เมื่อเกิดน้ำท่วม นักลงทุนจึงกังวลต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจและการขนส่งในประเทศ ขณะที่ราคาหุ้นที่ขึ้นมาแรงเปิดช่องให้เกิดแรงขายทำกำไร
3.BAY ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด(มหาชน) ผลตอบแทนราคาช่วง 28ก.ย.-2 ต.ค.69 อยู่ที่ -7.74%,ผลตอบแทนราคาตั้งแต่ต้นปี 69 อยู่ที่ +37.50%,ราคาปิด 2 ต.ค.69 อยู่ที่ 35.75 บาท,ราคาหุ้นสูงสุด/ต่ำสุดรอบ 52 สัปดาห์ 47.50/23.30 บาท,อัตราปันผลปี 69 อยู่ที่ 3.64%,ค่า P/E 8.01 เท่า,มาร์เก็ตแคป 262,968.48 ล้านบาท น้ำท่วมกระทบผ่าน ลูกหนี้และเศรษฐกิจ ขณะที่แรงขายหุ้นแบงก์ทั้งกลุ่มซ้ำเติม
นักวิเคราะห์ ระบุหุ้นแบงก์โดนกดดันจากความกังวลเศรษฐกิจและคุณภาพสินทรัพย์ BAY ถูกกระทบจาก Sentiment น้ำท่วม เพราะน้ำท่วมไม่ได้กระทบแค่ตลาดหุ้น แต่กระทบรายได้และกระแสเงินสดของลูกค้ารายย่อยและ SME ในพื้นที่ประสบภัย ความกังวลที่ตลาดสะท้อนจึงอยู่ที่ สินเชื่อที่อาจชะลอ, ความสามารถในการชำระหนี้ และค่าใช้จ่ายช่วยเหลือลูกหนี้ มากกว่าความเสียหายต่อทรัพย์สินของธนาคารโดยตรง
4.KTC บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ผลตอบแทนราคาช่วง 28ก.ย.-2 ต.ค.69 อยู่ที่ -7.48%,ผลตอบแทนราคาตั้งแต่ต้นปี 69 อยู่ที่ +29.52%,ราคาปิด 2 ต.ค.69 อยู่ที่ 34.00 บาท,ราคาหุ้นสูงสุด/ต่ำสุดรอบ 52 สัปดาห์ 41.25/24.40 บาท,อัตราปันผลปี 69 อยู่ที่ 5.21%,ค่า P/E 10.41 เท่า,มาร์เก็ตแคป 87,663.36 ล้านบาท
โบรก บอก KTC เป็นธุรกิจบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล ดังนั้นประเด็นที่ตลาดกังวลหลังเกิดน้ำท่วมคือ กำลังซื้อและความสามารถในการชำระหนี้ของลูกค้า คนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมมีโอกาสเลื่อนการใช้จ่ายและนำเงินไปซ่อมแซมบ้านหรือทรัพย์สินก่อน ทำให้ตลาดกังวลต่อคุณภาพสินเชื่อและการเติบโตของยอดใช้จ่าย และมีนักลงทุนบางส่วนเทขายทำกำไรด้วยเพราะราคาปรับขึ้นมาพอสมควร
5.AMATA บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) ผลตอบแทนราคาช่วง 28 ก.ย.- 2ต.ค.69 อยู่ที่ -7.46%,ผลตอบแทนราคาตั้งแต่ต้นปี 69 อยู่ที่ +86.75%,ราคาปิด 2 ต.ค.69 อยู่ที่ 31.00 บาท,ราคาหุ้นสูงสุด/ต่ำสุดรอบ 52 สัปดาห์ 34.50/14.00 บาท,อัตราปันผลปี 69 อยู่ที่ 3.55%,ค่า P/E 6.93 เท่า,มาร์เก็ตแคป 35,650.00 ล้านบาท
นักวิเคราะห์ ระบุ AMATA เป็นผู้พัฒนานิคมอุตสาหกรรม ดังนั้นสิ่งที่ตลาดกังวลคือ ความเสี่ยงต่อโรงงาน การเดินทาง โลจิสติกส์ และความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติ ช่วงที่เกิดน้ำท่วมมีพื้นที่อุตสาหกรรมและเส้นทางคมนาคมหลายแห่งถูกจับตา ทำให้ตลาดลดความเสี่ยงหุ้นที่เกี่ยวข้องกับภาคการผลิต โดยมีการเตือนให้ระวังหุ้นที่โรงงานอาจได้รับผลกระทบโดยตรง
6.THAI บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ผลตอบแทนราคาช่วง 28ก.ย.-2 ต.ค.69 อยู่ที่ -7.32%,ผลตอบแทนราคาตั้งแต่ต้นปี 69 อยู่ที่ -17.99%,ราคาปิด 2 ต.ค.69 อยู่ที่ 5.70 บาท,ราคาหุ้นสูงสุด/ต่ำสุดรอบ 52 สัปดาห์ 13.60/5.25 บาท,อัตราปันผลปี 69 อยู่ที่ 3.68%,ค่า P/E 7.84 เท่า,มาร์เก็ตแคป 161,328.76 ล้านบาท
โบรก บอกตัวนี้โดนน้ำท่วมโดยตรงที่สุด น้ำท่วมทำให้เกิดปัญหาด้านการเดินทาง การปฏิบัติการภาคพื้น และสัมภาระที่สนามบินสุวรรณภูมิ มีการประเมินความเสียหายเบื้องต้นราว 1,000 ล้านบาท ซึ่งนักวิเคราะห์ประเมินว่าอาจกระทบกำไรปี 2569 ประมาณ 5% และมีนัยสำคัญต่อกำไรไตรมาส 3 และบอร์ด THAI มีมติให้ ชาย เอี่ยมศิริ หยุดปฏิบัติหน้าที่ CEO เพื่อเปิดทางตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการบริหารสถานการณ์น้ำท่วม
7.SCC บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) ผลตอบแทนราคาช่วง 28 ก.ย.-2 ต.ค.69 อยู่ที่ -7.22%,ผลตอบแทนราคาตั้งแต่ต้นปี 69 อยู่ที่ +32.97%,ราคาปิด 2 ต.ค.69 อยู่ที่ 244.00 บาท,ราคาหุ้นสูงสุด/ต่ำสุดรอบ 52 สัปดาห์ 272.00/163.00 บาท,อัตราปันผลปี 69 อยู่ที่ 2.05%,ค่า P/E 21.86 เท่า,มาร์เก็ตแคป 292,800.00 ล้านบาท
นักวิเคราะห์ ระบุ SCC อาจไม่เกี่ยวข้องนำท่วมโดยตรง แต่เป็นเรื่องแรงขายต่างชาติค่อนข้างชัด โดยข้อมูล NVDR วันที่ 1 ต.ค. ระบุว่า SCC เป็นหุ้นที่ต่างชาติขายสุทธิสูงสุด มูลค่าประมาณ 533.39 ล้านบาท นอกจากนี้วันที่ 1 ต.ค. SCC ยังมีมูลค่า Short Sell ประมาณ 148.7 ล้านบาท หรือ 5.96% ของมูลค่าการซื้อขายหุ้นตัวนั้น
8.PRM บริษัท พริมา มารีน จำกัด (มหาชน) ผลตอบแทนราคาช่วง 28ก.ย.-2 ต.ค.69 อยู่ที่ -6.99%,ผลตอบแทนราคาตั้งแต่ต้นปี 69 อยู่ที่ +25.36%,ราคาปิด 2 ต.ค.69 อยู่ที่ 8.65 บาท,ราคาหุ้นสูงสุด/ต่ำสุดรอบ 52 สัปดาห์ 10.50/6.10 บาท,อัตราปันผลปี 69 อยู่ที่ 5.78%,ค่า P/E 8.90 เท่า,มาร์เก็ตแคป 19,203.00 ล้านบาท
โบรก ชี้ PRM ไม่ได้กระทบจากน้ำท่วม แต่เพราะช่วงนี้ หุ้นขนส่งทางเรืออย่าง PRM ถูกลดความสนใจ ประกอบกับราคายังบวก YTD +25.36% จึงมีแรงขายทำกำไร และตลาดไปเลือกเล่นหุ้นพลังงานต้นน้ำ/โรงกลั่นมากกว่า
9.KBANK ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ผลตอบแทนราคาช่วง 28 ก.ย.-2 ต.ค.69 อยู่ที่ -6.35%,ผลตอบแทนราคาตั้งแต่ต้นปี 69 อยู่ที่ +21.34%,ราคาปิด 2 ต.ค.69 อยู่ที่ 236.00 บาท,ราคาหุ้นสูงสุด/ต่ำสุดรอบ 52 สัปดาห์ 261.00/164.50 บาท,อัตราปันผลปี 69 อยู่ที่ 5.94%,ค่า P/E 10.84 เท่า,มาร์เก็ตแคป 559,161 ล้านบาท
โบรก ชี้ KBANK ได้รับผลกระทบจากปัจจัยเดียวกับ BAY แต่มีเรื่อง Foreign Flow เข้ามาเสริม เพราะหุ้นแบงก์ขนาดใหญ่เป็นหนึ่งในกลุ่มที่ต่างชาติใช้ปรับพอร์ตได้ง่าย วันที่ 1 ต.ค. KBANK มี Short Sell 112.84 ล้านบาท หรือ 2.63% ของมูลค่าการซื้อขายต่อมา วันที่ 2 ต.ค.KBANK กลับมาปิดที่ 237 บาท เพิ่ม 4 บาท หรือ 1.72% หุ้นมีแรงรับกลับเมื่อ Sentiment ตลาดฟื้น
10.SINGER บริษัท ซิงเกอร์ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) ผลตอบแทนราคาช่วง 28ก.ย.-2 ต.ค.69 อยู่ที่ -6.03%,ผลตอบแทนราคาตั้งแต่ต้นปี 69 อยู่ที่ +123.36%,ราคาปิด 2 ต.ค.69 อยู่ที่ 10.90 บาท,ราคาหุ้นสูงสุด/ต่ำสุดรอบ 52 สัปดาห์ 13.40/4.10 บาท,อัตราปันผลปี 69 อยู่ที่ -%,ค่า P/E -เท่า,มาร์เก็ตแคป 8,884.61 ล้านบาท
โบรก ชี้ SINGER ไม่ได้มีความเสียหายจากน้ำท่วมในระดับเดียวกับ THAI หรือหุ้นนิคมฯแต่หุ้นขึ้นมาแรงมาก YTD +123.36% เมื่อหุ้นขึ้นมาเกิน 100% นักลงทุนที่มีต้นทุนต่ำย่อมมีแรงจูงใจในการขายทำกำไรเมื่อ SET เข้าสู่โหมด Risk-off ขณะเดียวกันธุรกิจสินเชื่อ/ขายเครื่องใช้ไฟฟ้ามีความอ่อนไหวต่อกำลังซื้อและความสามารถในการชำระหนี้ของลูกค้า ซึ่งเป็นสิ่งที่ตลาดกังวลหลังเกิดน้ำท่วม
11.STECON บริษัท สเตคอน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ผลตอบแทนราคาช่วง 28 ก.ย.-2 ต.ค.69 อยู่ที่ -5.70%,ผลตอบแทนราคาตั้งแต่ต้นปี 69 อยู่ที่ +186.61%,ราคาปิด 2 ต.ค.69 อยู่ที่ 18.20 บาท,ราคาหุ้นสูงสุด/ต่ำสุดรอบ 52 สัปดาห์ 20.00/5.25 บาท,อัตราปันผลปี 69 อยู่ที่ 2.99%,ค่า P/E 11.73 เท่า,มาร์เก็ตแคป 27,647.26 ล้านบาท
นักวิเคราะห์ ระบุ ราคาขึ้นมาเกือบ 187% YTD จึงเจอแรงขายล็อกกำไร แม้พื้นฐานธุรกิจไม่ได้เสียหายโดยตรงจากน้ำท่วม
12.KTB ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ผลตอบแทนราคาช่วง 28 ก.ย.-2 ต.ค.69 อยู่ที่ -5.65%,ผลตอบแทนราคาตั้งแต่ต้นปี 69 อยู่ที่ +47.79%,ราคาปิด 2 ต.ค.69 อยู่ที่ 41.75 บาท,ราคาหุ้นสูงสุด/ต่ำสุดรอบ 52 สัปดาห์ 46.00/24.30 บาท,อัตราปันผลปี 69 อยู่ที่ 6.40%,ค่า P/E 11.69 เท่า,มาร์เก็ตแคป 583,500.56 ล้านบาท
นักวิเคราะห์ ระบุแบงก์โดนขายทั้งกลุ่ม แม้พื้นฐานยังมีปัจจัยเฉพาะตัว KTB ลงตาม Sentiment หุ้นธนาคารจากความกังวลว่าเศรษฐกิจพื้นที่ประสบภัยจะชะลอตัว และลูกหนี้บางกลุ่มอาจต้องได้รับมาตรการช่วยเหลือแต่ KTB ราคาต้นปีบวกถึง 47.79% จึงมีแรงขายทำกำไรเมื่อความผันผวนเพิ่มขึ้น
13.BDMS บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด(มหาชน) ผลตอบแทนราคาช่วง 28 ก.ย.-2 ต.ค.69 อยู่ที่ -5.45%,ผลตอบแทนราคาตั้งแต่ต้นปี 69 อยู่ที่ -1.04%,ราคาปิด2 ต.ค.69 อยู่ที่ 19.10 บาท,ราคาหุ้นสูงสุด/ต่ำสุดรอบ 52 สัปดาห์ 22.40/17.40 บาท,อัตราปันผลปี 69 อยู่ที่ 5.24%,ค่า P/E 19.82 เท่า,มาร์เก็ตแคป 303,537.24 ล้านบาท
โบรก ชี้ BDMS เป็นหุ้น Defensive ที่โดนแรงขายหุ้นขนาดใหญ่ มากกว่าความเสียหายจากน้ำท่วมโดยตรง นอกจากนี้ BDMS ยังมี P/E ประมาณ 19.82 เท่าซึ่งสูงกว่าหุ้นธนาคารหลายตัว จึงอาจถูกลดน้ำหนักเมื่อเงินไหลออกจากหุ้นใหญ่และนักลงทุนเลือกถือเงินสดมากขึ้น


