xs
xsm
sm
md
lg

10 ปี World Investor Week กับโจทย์หิน 'ก.ล.ต.' แคมเปญตามเทศกาล หรือยุทธศาสตร์ถอนรากโจรไซเบอร์?

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



การเคลื่อนไหวล่าสุดของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) นำโดย นางพรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการ ก.ล.ต. ในการเปิดตัวแคมเปญสัปดาห์ส่งเสริมความรู้ผู้ลงทุนสากล ประจำปี 2569 (WIW 2026) ท่ามกลางวิกฤตภัยหลอกลงทุนดิจิทัลที่กำลังระบาดหนักในตลาดทุนไทย กำลังถูกจับตามองและตั้งวงวิพากษ์วิจารณ์อย่างเผ็ดร้อนในโลกโซเชียล เพราะในยุคที่มิจฉาชีพบนโลกออนไลน์พัฒนากลวิธีล่อลวงอย่างเหนือชั้น คำถามสำคัญคือ แคมเปญนี้จะเป็นเพียงกิจกรรมสร้างภาพตามเทศกาล หรือเป็นยุทธศาสตร์ถอนรากถอนโคนภัยโจรไซเบอร์อย่างจริงจัง? เพราะนี่คือ "ศึกคอขาดบาดตาย" ที่เดิมพันด้วยสุขภาพทางการเงินของประชาชนและความน่าเชื่อถือของระบบตลาดทุนไทยทั้งระบบ

วาระ 10 ปี IOSCO กับโจทย์หิน 'ภัยหลอกลงทุนยุคดิจิทัล'

ในวาระครบรอบ 10 ปีของกิจกรรม World Investor Week (WIW 2026) ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากองค์กรกำกับดูแลตลาดทุนระหว่างประเทศ (IOSCO) ก.ล.ต. ในฐานะองค์กรกำกับดูแล ต้องเผชิญกับบททดสอบครั้งใหญ่ในการปกป้องผู้ลงทุนท่ามกลางนิเวศการลงทุนที่ถูกคุกคามด้วยภัยไซเบอร์รายวัน การรณรงค์ครั้งนี้จึงไม่ใช่เรื่องของการทำตามธรรมเนียมสากล แต่คือโจทย์หินที่ ก.ล.ต. ถอยไม่ได้ในการตั้งรับและรุกกลับกลุ่มมิจฉาชีพทางการเงิน

นางพรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการ ก.ล.ต. ได้ปักหมุดยุทธศาสตร์ผ่าน 3 เสาหลักตามแนวทางของ IOSCO เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ประชาชน ประกอบด้วย

1.Investor Resilience (ความยืดหยุ่นและภูมิคุ้มกันของผู้ลงทุน) : เสริมสร้างรากฐานทางการเงินและการตัดสินใจของผู้ลงทุนให้เข้มแข็ง มีวินัย และพร้อมรับมือความผันผวน

2.Digital Deception (การเท่าทันกลหลอกลวงดิจิทัล) : ยกระดับความตระหนักรู้ เท่าทันข้อมูลการลงทุนล่อลวงบนโลกออนไลน์ที่ถูกบิดเบือน

3.Scam Alert (การเตือนภัยการหลอกลงทุน) : พัฒนาระบบเตือนภัยเชิงรุกเพื่อสกัดกั้นไม่ให้ประชาชนตกเป็นเหยื่อกลโกงดิจิทัล

นัยสำคัญของการตอกย้ำ 3 เสาหลักนี้ สะท้อนบทสรุปว่า การสร้างภูมิคุ้มกันของผู้ลงทุนคือเกราะป้องกันชั้นแรก (First Line of Defense) ที่สำคัญที่สุด เนื่องจากไม่มีกฎหมายหรือกลไกกำกับดูแลใดจะสกัดภัยไซเบอร์ได้รวดเร็วทันท่วงที เท่ากับการที่ผู้ลงทุนมีสติ รู้เท่าทัน และตัดสินใจบนพื้นฐานของข้อมูลจริง ซึ่งเป็นปัจจัยชี้ขาดสุขภาพทางการเงินและการลงทุนระยะยาว (Financial well-being/long-term investment)

แต่ถึงอย่างนั้นยุทธศาสตร์บนกระดาษจะไร้ความหมาย หากไม่ถูกแปลงเป็นปฏิบัติการที่เข้าถึงพฤติกรรมจริงของผู้ลงทุน นั่นจึงนำมาสู่แคมเปญรุกหนักบนโลกโซเชียลตลอดสัปดาห์นี้

เจาะลึกปฏิบัติการเชิงรุก แคมเปญ "Invest Right, Future Bright" และการผนึกกำลังตำรวจไซเบอร์

ก.ล.ต. ได้กำหนดเดินหน้ากิจกรรม WIW 2026 ระหว่างวันที่ 5 – 11 ตุลาคม 2569 ในรูปแบบออนไลน์ผ่าน Facebook: Start-To-Invest ภายใต้แนวคิด “Invest Right, Future Bright” ซึ่งเป็นการปรับตัวเข้าหาพื้นที่จริงที่ประชาชนปะทะกับข้อมูลข่าวสารในชีวิตประจำวัน

เมื่อวิเคราะห์เจาะลึกถึงเครื่องมือและรูปแบบกิจกรรมที่ ก.ล.ต. ดำเนินการร่วมกับผู้ประกอบธุรกิจในตลาดทุน จะพบจุดเน้นย้ำสำคัญทางยุทธศาสตร์ ได้แก่

1.การทลายอคติทางพฤติกรรม (Behavioral Bias) : มุ่งเน้นการสกัดจุดอ่อนทางพฤติกรรมศาสตร์ของผู้ลงทุน เช่น ความโลภ และการกลัวตกขบวน (FOMO) ผ่านการให้ความรู้เรื่องการประเมินความเสี่ยง การมีวินัยลงทุนระยะยาว และการตระหนักรู้เท่าทันอคติของตนเอง เพื่อยกระดับไปสู่การเป็น Smart Investor ที่เข้าใจสิทธิและไม่ตกเป็นเหยื่อกลโกง

2.ความร่วมมือข้ามหน่วยงาน (Podcast พิเศษ) : หมุดหมายสำคัญคือการดึง กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) มาร่วมจัดทำ Podcast พิเศษเพื่อแฉกลโกงลงทุนยุคใหม่ ซึ่งนี่คือมิติใหม่ของการป้องปราม เนื่องจากลำพังข้อกฎหมายและการเตือนภัยของ ก.ล.ต. อาจล่าช้าไม่ทันกาลต่อความเร็วของมิจฉาชีพไซเบอร์ การผสาน "การเตือนภัยล่วงหน้า (ก.ล.ต.)" เข้ากับ "การปราบปรามและแฉกลโกงเชิงรุก (ตำรวจไซเบอร์)" จึงเป็นการปิดช่องโหว่และยกระดับน้ำหนักการคุ้มครองผู้ลงทุนอย่างมีประสิทธิภาพ

3.การสร้างเครื่องมือตรวจสอบ : เน้นย้ำให้ผู้ลงทุนใช้ช่องทางและเครื่องมือตรวจสอบข้อมูลที่น่าเชื่อถือก่อนตัดสินใจลงทุน เพื่อตัดวงจรการหลอกลวงตั้งแต่ต้นทาง

การรุกตักเตือนและแฉกลโกงอาจสกัดภัยได้ในระดับหนึ่ง แต่การจะทำให้ตลาดทุนไทยมีเกราะคุ้มกันที่ยั่งยืน จำเป็นต้องขยายผลไปสู่การวางระบบนิเวศแห่งความรู้ร่วมกับตัวกลางทั้งหมดในระบบ

สร้างระบบนิเวศแห่งความรู้ ปูรากฐานความยั่งยืนที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมรับผิดชอบ

นอกเหนือจากการรุกแคมเปญเตือนภัย ก.ล.ต. ยังกำหนดจัดพิธีมอบรางวัลโครงการ “ตลาดทุนไทย ร่วมใจส่งพลังความรู้ สู่ประชาชน” เฟส 2 ปี 2569 ในวันที่ 9 ตุลาคม 2569 เวลา 13.00 – 16.00 น. ผ่านทาง Facebook : Start-To-Invest เพื่อเชิดชูหน่วยงานและบุคคลที่มีบทบาทโดดเด่นในการส่งเสริมความรู้ทางการเงิน

อย่างไรก็ตามหากมองผ่านเลนส์นักวิเคราะห์ นัยสำคัญของพิธีมอบรางวัลครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการจัดงานแจกรางวัลเพื่อสร้างภาพลักษณ์องค์กร แต่คือการสร้างสัญลักษณ์สะท้อนหลักการความรับผิดชอบร่วมกัน (Shared Responsibility) ในระบบนิเวศตลาดทุน ผู้ประกอบธุรกิจและสถาบันการเงินจะนั่งดูดายปล่อยให้ ก.ล.ต. แบกภาระเตือนภัยเพียงลำพังไม่ได้ แต่ต้องใช้ฐานลูกค้าและช่องทางของตนเองร่วมเป็นเกราะคุ้มกันลูกค้ารายย่อย การดึงทุกภาคส่วนเข้ามาร่วมสร้าง "ระบบนิเวศแห่งความรู้" จึงเป็นรากฐานสำคัญในการคุ้มครองผู้ลงทุน และเป็นปัจจัยชี้ขาดความยั่งยืนของตลาดทุนไทยในระยะยาว

'หยุด คิด ตรวจสอบ' เดิมพันวัดใจผู้ลงทุนไทย

แคมเปญ World Investor Week 2026 ของ ก.ล.ต. ถือเป็นหมุดหมายที่แสดงให้เห็นถึงการวางยุทธศาสตร์เชิงรุกในวาระ 10 ปีอย่างมีเอกภาพ ทั้งการให้ความรู้ การจับมือกับตำรวจไซเบอร์ (บช.สอท.) และการดึงภาคธุรกิจมาร่วมรับผิดชอบระบบนิเวศ อย่างไรก็ตามเครื่องมือและกิจกรรมทั้งหมดจะกลายเป็นเพียง "อีเวนต์ไฟลามทุ่ง" ที่ผ่านมาแล้วผ่านไป หากไม่สามารถแปรเปลี่ยนไปสู่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมจริงของผู้ลงทุนได้

ความสำเร็จที่แท้จริงของการรับมือโจรไซเบอร์ ไม่ได้วัดกันที่ยอดไลก์ ยอดแชร์ หรือจำนวนผู้เข้าชมกิจกรรมออนไลน์ หากแต่วัดกันที่ว่าผู้ลงทุนสามารถสะกดจิตตัวเองให้ "หยุด คิด และตรวจสอบ" ผ่านช่องทางที่น่าเชื่อถือก่อนโอนเงินได้จริงหรือไม่ เพราะในสมรภูมิการเงินดิจิทัลที่เต็มไปด้วยกับดัก สติและการตระหนักรู้ของผู้ลงทุนเอง คือเกราะป้องกันด่านสุดท้ายที่จะรักษาชีวิตและทรัพย์สินให้อยู่รอดได้อย่างแท้จริง