บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด ประเมินกรอบดัชนีหุ้นไทย สัปดาห์ระหว่งวันที่ 5-9 ต.ค. 69 มีแนวรับที่ 1,550 และ 1,525 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,590 และ 1,615 จุด ตามลำดับ โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนก.ย. ของไทย สถานการณ์น้ำท่วมในประเทศ สัญญาณในตะวันออกกลาง และทิศทางเงินทุนต่างชาติ
ส่วนตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนี ISM/PMI ภาคบริการเดือนก.ย. บันทึกการประชุมเฟด รวมถึงจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ขณะที่ปัจจัยเศรษฐกิจต่างประเทศอื่น ๆ ได้แก่ ดัชนี PMI ภาคบริการเดือนก.ย. ของญี่ปุ่น ยูโรโซนและอังกฤษ ตลอดจนดัชนีราคาผู้ผลิตและยอดค้าปลีกเดือนส.ค. ของยูโรโซน
รอบสัปดาห์ที่ผ่านมา (28 ก.ย.-2 ต.ค.) ดัชนีหุ้นไทยปรับตัวลงท่ามกลางแรงขายของกลุ่มนักลงทุนต่างชาติ แต่ฟื้นตัวกลับมาได้บางส่วนช่วงท้ายสัปดาห์ โดย SET index ปรับตัวลงตั้งแต่ช่วงต้นสัปดาห์ ท่ามกลางความกังวลต่อสถานการณ์ในตะวันออกกลางซึ่งยังคงยืดเยื้อ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่กรุงเทพและปริมณฑล ซึ่งส่งผลให้เกิดแรงเทขายหุ้นหลายกลุ่ม นำโดยกลุ่มธุรกิจการเงินและขนส่ง
นอกจากนี้ แรงขายในช่วงสิ้นไตรมาส 3/2569 จากกลุ่มนักลงทุนต่างชาติ และสถาบันในประเทศ ก็มีส่วนทำให้ดัชนีหุ้นไทยร่วงลงแรงด้วยเช่นกัน
อย่างไรก็ดี หลังจากหลุดแนว 1,600 จุด และปรับตัวลงไปเกือบ 50 จุด ดัชนีหุ้นไทยฟื้นตัวกลับมาได้บางส่วนในช่วงที่เหลือของสัปดาห์ โดยมีแรงซื้อคืนหุ้นหลายกลุ่มเข้ามาหนุน นำโดยหุ้นกลุ่มแบงก์ เทคโนโลยี และพลังงาน ที่มีปัจจัยบวกเพิ่มเติมจากราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ปรับตัวขึ้น (หลังมีรายงานข่าวว่าสหรัฐฯ เตรียมส่งกำลังทหาร และเรือบรรทุกเครื่องบิน เพิ่มเติมไปยังตะวันออกกลาง)
ทั้งนี้ ในวันศุกร์ที่ 2 ต.ค. 69 ดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,571.62 จุด ลดลง 2.24% จากระดับปลายสัปดาห์ก่อน ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 79,674.84 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.26% จากสัปดาห์ก่อน ส่วนดัชนี mai ลดลง 1.28% มาปิดที่ระดับ 221.56 จุด


