ทองโลกถูกเทขายหนัก หลุดลงแตะ 4,110 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังน้ำมันพุ่งปลุกกังวลเงินเฟ้อ–เฟดขึ้นดอกเบี้ย ดอลลาร์แข็ง–บอนด์ยิลด์สูงกดดันซ้ำ ขณะที่ทองไทยร่วงแล้ว 1,700 บาท ปิด 66,150 บาท ประเมินหากทองโลกยืนแถว 4,110 ดอลลาร์และเงินบาทไม่เปลี่ยนแปลง ทองไทยอาจมีแรงกดดันต่อสู่กรอบ 65,400–65,500 บาท ต่อบาททองคำ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ราคาทองคำในตลาดโลกเผชิญแรงขายหนัก โดยราคาทองคำ Spot ในการซื้อขายวันจันทร์ที่ 28 กันยายน 2569 ร่วงลงเกือบ 4% แตะระดับต่ำสุดในรอบกว่า 7 สัปดาห์ หลังราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นระหว่างวันราว 3–4% โดย Brent ขึ้นไปแตะบริเวณ 108 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ก่อนลดช่วงบวกและปิดที่ 105.28 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังความตึงเครียดสหรัฐ–อิหร่านกลับมาเพิ่มขึ้น”
ความเคลื่อนไหวของราคาน้ำมันกระตุ้นความกังวลว่าแรงกดดันเงินเฟ้ออาจทำให้ธนาคารกลางสหรัฐ หรือเฟด จำเป็นต้องใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดต่อไป ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐและค่าเงินดอลลาร์ปรับตัวสูงขึ้นพร้อมกัน กลายเป็นแรงกดดันสำคัญต่อทองคำ
รอยเตอร์รายงานความเคลื่อนไหวราคาทองคำ Spot ระหว่างวันลงไปต่ำสุดบริเวณ 4,110.55 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ก่อนอยู่ที่ประมาณ 4,136.81 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ลดลงราว 3.5% ส่วนสัญญาทองคำล่วงหน้าสหรัฐปิดที่ 4,168.40 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ลดลง 3.5%
แรงกดดันสำคัญมาจากราคาน้ำมันซึ่งทำให้ตลาดกลับมากังวลต่อเงินเฟ้อ และเพิ่มน้ำหนักต่อโอกาสที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยอีก โดยตลาดประเมินโอกาสการขึ้นดอกเบี้ยในเดือนธันวาคมไว้ประมาณ 94% ขณะเดียวกันบอนด์ยิลด์สหรัฐปรับตัวสูงขึ้นและดอลลาร์แข็งค่า ยิ่งเพิ่มต้นทุนค่าเสียโอกาสของการถือทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย
สถานการณ์ดังกล่าวทำให้เกิดภาพที่น่าสนใจ คือ แม้ปกติความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์และความเสี่ยงเงินเฟ้อจะเป็นปัจจัยสนับสนุนทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย แต่รอบนี้ตลาดกลับให้น้ำหนักกับผลกระทบจาก “น้ำมันแพง เงินเฟ้อสูงและแนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเฟด บอนด์ยิลด์และการแข็งค่าของค่าเงินดอลลาร์มากกว่า ส่งผลให้ราคาทองคำถูกเทขายอย่างหนัก
จับตาทองไทย หลังทองโลกร่วงแรง
สำหรับราคาทองคำในประเทศไทย เช้าวันอังคารที่ 29 กันยายน 2569 ต้องจับตาการประกาศราคาเปิดตลาดของสมาคมค้าทองคำอย่างใกล้ชิด เนื่องจากทองคำโลกยังอยู่ในระดับต่ำหลังการร่วงแรง ขณะที่อีกตัวแปรสำคัญคือ ค่าเงินบาท ซึ่งมีผลโดยตรงต่อราคาทองคำในประเทศ
ก่อนหน้านี้ วันจันทร์ที่ 28 กันยายน ราคาทองคำไทยเปิดตลาดด้วยการปรับลงทันที 850 บาท โดยทองคำแท่ง 96.5% เปิดรับซื้อที่ 66,800 บาท และขายออก 67,000 บาทต่อบาททองคำ ก่อนถูกปรับลดลงต่อเนื่องหลายครั้งระหว่างวัน ตามการอ่อนตัวของราคาทองคำโลก
ข้อมูลราคาย้อนหลังระบุว่า เมื่อสิ้นวัน 28 กันยายน ราคาทองคำแท่งขายออกอยู่ที่ประมาณ 66,150 บาทต่อบาททองคำ ลดลงจากวันก่อนหน้าถึง 1,750 บาท สะท้อนว่าการปรับฐานของทองคำโลกเริ่มส่งผ่านมายังราคาทองไทยอย่างชัดเจนแล้ว
อย่างไรก็ตาม ราคาทองคำไทยถือว่าปรับตัวลงมารับแรงกดดันจากตลาดโลกไปแล้วส่วนหนึ่ง โดยวันที่ 28 ก.ย. ราคาทองคำแท่งขายออกปิดที่ 66,150 บาทต่อบาททองคำ ลดลง 1,700 บาทเมื่อเทียบกับวันก่อนหน้า ขณะที่ ณ เวลาปิดตลาดไทย Gold Spot อยู่ประมาณ 4,156 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ก่อนที่ราคาทองโลกจะไหลลงต่อหลังตลาดไทยปิด และลงไปแตะต่ำสุดที่ 4,110.55 ดอลลาร์ต่อออนซ์
หากประเมินจากส่วนต่างดังกล่าว และสมมติให้ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวใกล้ระดับเดิม ราคาทองคำแท่งไทยยังมีแรงกดดันเพิ่มเติมประมาณ 300–400 บาท หาก Gold Spot ทรงตัวบริเวณ 4,130–4,140 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งจะทำให้ราคาขายออกมีโอกาสเคลื่อนไหวบริเวณประมาณ 65,750–65,850 บาทต่อบาททองคำ
แต่หาก Gold Spot กลับลงไปทดสอบจุดต่ำสุดของคืนที่ผ่านมาแถว 4,110 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และเงินบาทไม่ได้อ่อนค่าลงมาช่วยพยุงราคา ราคาทองคำแท่งไทยในเชิงประมาณการอาจลดลงสู่บริเวณประมาณ 65,400–65,500 บาทต่อบาททองคำ หรือต่ำกว่าราคาปิดวันที่ 28 ก.ย.ประมาณ 600–750 บาท
อย่างไรก็ตามสัปดาห์นี้จึงต้องจับตา 3 ตัวแปรหลัก ได้แก่ ทิศทางราคาทองคำโลกว่าจะสามารถรักษาระดับเหนือบริเวณ 4,100 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้หรือไม่ ทิศทางค่าเงินบาทซึ่งอาจช่วยลดหรือเพิ่มแรงกระแทกต่อราคาทองไทย และทิศทางดอลลาร์กับบอนด์ยิลด์สหรัฐ หลังตลาดเพิ่มน้ำหนักต่อความเป็นไปได้ที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติม
นอกจากนี้ ตลาดยังรอติดตามข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐ โดยเฉพาะตัวเลขตลาดแรงงานและเงินเฟ้อ ซึ่งจะเป็นข้อมูลสำคัญต่อการประเมินทิศทางดอกเบี้ยของเฟด และอาจกลายเป็นตัวกำหนดทิศทางราคาทองคำในช่วงถัดไป


