xs
xsm
sm
md
lg

ส่องทำเลบ้านหลังน้ำท่วม“บางนา-ราชพฤกษ์-พระราม 9” 3ทำเลเด่น

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ฝนถล่ม-น้ำท่วมกรุงฯ ปี 69 เขย่าพฤติกรรมคนซื้อบ้านครั้งใหญ่ จากเดิมเลือก “ใกล้รถไฟฟ้า-เดินทางสะดวก” ขยับสู่โจทย์ใหม่ “ทำเลรอดน้ำ” ผู้ซื้อแห่เช็กประวัติน้ำท่วม ลงพื้นที่ดูระบบระบายน้ำ-ระดับถมดิน-ทางเข้าออก พร้อมให้น้ำหนักโครงการที่มีระบบปั๊มน้ำและสาธารณูปโภครับมือภัยพิบัติ ส่อง 3 โซนเด่น “บางนา-ราชพฤกษ์-พระราม 9” และเทรนด์คอนโดฯ ติดรถไฟฟ้า-บ้านจัดสรรแบรนด์ใหญ่ รับดีมานด์ยุคใหม่

ปัญหาใหญ่ของตลาดที่อยู่อาศัยใน กทม. หลังฝนตกหนักน้ำท่วมขังรอการระบายในกรุงเทพฯ และปริมณฑลตลอดปี 2569 กำลังสร้างแรงกระเพื่อมให้ตลาดที่อยู่อาศัย เมื่อ “น้ำท่วม” ไม่ได้เป็นเพียงปัญหาการเดินทาง แต่กลายเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ผู้บริโภคนำมาประเมินก่อนตัดสินใจซื้อบ้าน โดยเกณฑ์เดิมอย่างการเดินทาง ใกล้รถไฟฟ้า หรือดีไซน์บ้าน เริ่มถูกเพิ่มด้วยคำถามใหม่ว่า “ทำเลนี้รอดจากน้ำหรือไม่”

ข้อมูลในเอกสารสะท้อนว่า เหตุการณ์น้ำท่วมกำลังทำให้พฤติกรรมการเลือกที่อยู่อาศัยเปลี่ยนจากการมอง “ความสะดวก” และ “ความสวยงาม” ไปสู่เรื่อง “ความปลอดภัยและศักยภาพในการรับมือภัยพิบัติ” หรือ Disaster Resilience มากขึ้น

หนึ่งในพฤติกรรมที่เห็นชัดคือ ผู้ซื้อเริ่มลงพื้นที่จริงในช่วงฝนตกหนักเพื่อประเมินสภาพการระบายน้ำ ทั้งถนนหน้าโครงการ ซอยเชื่อมต่อ และเส้นทางเข้า-ออก หรือที่เรียกว่า “Rainy Day Visit” ขณะเดียวกันยังตรวจสอบประวัติน้ำท่วมย้อนหลัง โดยพื้นที่ลุ่มต่ำหรือมีประวัติน้ำท่วมซ้ำซากอาจทำให้ผู้ซื้อชะลอการตัดสินใจ ขณะที่ทำเลที่มีระดับพื้นที่สูงหรือมีโครงสร้างพื้นฐานรองรับได้รับความสนใจมากขึ้น


 3 ทำเลรุ่งพุ่งแรง ปลอดปัญหา “น้ำท่วม”

1.กรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก โดยเฉพาะบางนา-ตราด ศรีนครินทร์
ถูกระบุว่าเป็นกลุ่มทำเลที่ได้รับแรงหนุนจากโครงสร้างพื้นฐานที่ค่อนข้างใหม่ การยกระดับถนนสายหลัก และระบบระบายน้ำที่เชื่อมต่อกับสถานีสูบน้ำ โดยสินค้าที่ถูกระบุว่าได้รับความสนใจคือบ้านเดี่ยวระดับ Mid-to-High End ขณะที่ผู้ซื้อกลุ่มนี้ให้น้ำหนักกับความปลอดภัยและวิศวกรรมของโครงการมากขึ้น

2.ฝั่งตะวันตกกรุงเทพฯ และนนทบุรี โดยเฉพาะราชพฤกษ์ตอนกลาง-บน และชัยพฤกษ์
แม้บางพื้นที่จะมีข้อจำกัดด้านภูมิประเทศ แต่ข้อมูลระบุว่าโครงการพัฒนาใหม่หลังปี 2554 มีการยกระดับถมดินสูงกว่าระดับถนนสาธารณะประมาณ 1-1.5 เมตร จึงยังได้รับความเชื่อมั่นจากตลาด โดยกลุ่มสินค้าที่ถูกระบุว่าได้รับความสนใจคือบ้านเดี่ยวและบ้านแฝดขนาดใหญ่สำหรับครอบครัวขยาย

3.ทำเลที่เชื่อมต่อเมืองชั้นในอย่างลาดพร้าวตอนต้น ประเสริฐมนูกิจ และพระราม 9-รามอินทรา
แม้บางจุดอาจเผชิญน้ำรอการระบายบนถนนซอย แต่ข้อได้เปรียบคือการอยู่ใกล้ศูนย์กลางธุรกิจและมีระบบระบายน้ำขนาดใหญ่รองรับ โดยสินค้าที่ถูกระบุว่าได้รับความสนใจคือทาวน์โฮม 3 ชั้นและบ้านแฝดในรูปแบบ Urban Home

อย่างไรก็ตาม ประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่ที่ชื่อทำเลเพียงอย่างเดียว เพราะหลังน้ำท่วม ผู้ซื้อกำลังเปลี่ยนวิธี “ตรวจบ้าน” จากเดิมที่ดูราคา ทำเล และรูปแบบบ้าน ไปสู่การตรวจสอบระบบป้องกันน้ำของโครงการอย่างละเอียดมากขึ้น


ระดับการถมดินกลายเป็นหนึ่งในเช็กลิสต์สำคัญ โดยผู้ซื้อให้ความสนใจกับโครงการที่ยกระดับพื้นที่เหนือถนนสาธารณะอย่างชัดเจน รวมถึงระบบวิศวกรรม เช่น บ่อหน่วงน้ำ ปั๊มน้ำสำรอง และระบบคันกั้นน้ำ ขณะเดียวกันยังต้องพิจารณาถนนทางเข้า-ออก เพราะแม้ตัวบ้านไม่ถูกน้ำท่วม แต่หากถนนภายนอกมีน้ำท่วมสูง ก็ยังกลายเป็นปัญหาต่อการใช้ชีวิตได้

ฟังก์ชันภายในบ้านก็เริ่มถูกนำมาพิจารณามากขึ้น ทั้งระดับปลั๊กไฟชั้นล่าง การแยกระบบไฟฟ้าแต่ละชั้น และพื้นที่จอดรถที่ยกระดับ ขณะที่ข้อมูลอีกส่วนระบุว่าผู้ซื้อบางกลุ่มยอมลดงบตกแต่งภายใน เพื่อนำเงินไปเพิ่มกับงานฐานราก การถมดิน และวัสดุที่ทนความชื้น

อีกจุดที่ตลาดเริ่มให้ความสำคัญคือ “นิติบุคคล” และระบบส่วนกลาง เพราะเหตุการณ์น้ำท่วมทำให้เห็นว่าความสามารถในการบริหารจัดการของโครงการมีผลโดยตรงต่อการอยู่อาศัย ผู้ซื้อจึงเริ่มสอบถามถึงจำนวนปั๊มน้ำสำรอง ระบบกั้นน้ำ รวมถึงระบบพลังงานสำรอง ขณะที่ Solar Cell และแบตเตอรี่กักเก็บพลังงาน หรือ BESS ถูกระบุว่าเริ่มกลายเป็นหนึ่งในจุดขายสำหรับการเดินระบบปั๊มน้ำในกรณีไฟฟ้าดับ


 คอนโดฯ-จัดสรรแบรนด์ใหญ่ รับอานิสงส์น้ำท่วม

ผลจากพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปยังสะท้อนผ่านรูปแบบที่อยู่อาศัย โดยคอนโดมิเนียมติดสถานีรถไฟฟ้าถูกระบุว่าอาจได้รับอานิสงส์ในระยะสั้นจากกลุ่มคนที่ได้รับผลกระทบจากรถติดและน้ำท่วมบนถนน โดยเฉพาะการมองหาคอนโดฯ เป็น “บ้านหลังที่สอง” เพื่อเพิ่มความสะดวกในการเดินทางเข้าเมือง

ขณะเดียวกัน บ้านเดี่ยวในโครงการจัดสรรขนาดใหญ่ก็มีข้อได้เปรียบจากความเชื่อมั่นในระบบสาธารณูปโภคส่วนกลางและการบริหารจัดการของนิติบุคคล เมื่อเทียบกับบ้านสร้างเองหรือบ้านในซอยย่อย ซึ่งผู้ซื้ออาจประเมินความพร้อมของระบบป้องกันน้ำได้ยากกว่า

ภาพดังกล่าวสะท้อนว่า “ทำเลปลอดน้ำท่วม” กำลังถูกยกระดับเป็นคุณสมบัติที่มีผลต่อการตัดสินใจซื้อไม่ต่างจากการอยู่ใกล้รถไฟฟ้าหรือทางด่วน ขณะที่ตลาดบ้านมือสองก็อาจได้รับความสนใจจากผู้บริโภคบางส่วนที่ต้องการเลือกพื้นที่ซึ่งมีประวัติการอยู่อาศัยและสภาพน้ำที่สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้

ในมุมของผู้ประกอบการ เกมการแข่งขันจึงไม่ได้จบที่การขาย “ทำเลดี” หรือ “บ้านสวย” อีกต่อไป แต่ต้องสามารถตอบคำถามเรื่องความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติได้ตั้งแต่การเลือกที่ดิน การออกแบบระดับพื้นที่ งานวิศวกรรม ระบบระบายน้ำ ไปจนถึงการบริหารจัดการโครงการในระยะยาว

เพราะหลังผ่านประสบการณ์น้ำท่วมหนักในปี 2569 ผู้ซื้อบ้านกำลังมองอสังหาริมทรัพย์ด้วยสายตาใหม่ จากเดิมที่ถามว่า “อยู่ที่นี่สะดวกแค่ไหน” กำลังกลายเป็นคำถามว่า “ถ้าเกิดน้ำมาอีกครั้ง บ้านหลังนี้จะรับมือได้แค่ไหน” และคำตอบของคำถามนี้ กำลังมีผลต่อทั้งการเลือกทำเล รูปแบบบ้าน และมูลค่าของอสังหาริมทรัพย์ในอนาคต