xs
xsm
sm
md
lg

น้ำท่วม กทม.-25 จังหวัด กดดันหุ้นประกันดิ่งยกแผงหวั่นยอดจ่ายเคลมพุ่ง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



น้ำท่วมหลายพื้นที่กดหุ้นประกันร่วง นักลงทุนกังวลภาระค่าสินไหมเพิ่มพอร์ต Motor ด้านโบรกเกอร์มองสถานการณ์ยังสร้าง Sentiment เชิงลบต่อตลาดหุ้นระยะสั้น แม้เบื้องต้นประเมินผลกระทบต่อผลประกอบการโดยรวมยังไม่มาก แต่กลุ่มประกันภัยต้องจับตาความเสี่ยงจากค่าสินไหมน้ำท่วมที่อาจเพิ่มขึ้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ท่ามกลางสถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ ทำให้ส่งผลกระทบต่อหุ้นกลุ่มประกันภัยปรับตัวลดลง เนื่องจากนักลงทุนกังวลว่า น้ำท่วมครั้งนี้อาจเพิ่มภาระการจ่ายค่าสินไหมทดแทนของบริษัทประกัน โดยเมื่อเวลา 10.28 น.THRE ร่วง 6.56% ลดลง 0.04 บาท มาที่ 0.57 บาท มูลค่าการซื้อขาย 8.88 ล้านบาท

TIPH ลดลง 4.40%ลดลง 1.10 บาท มาที่ 23.90 บาท มูลค่าการซื้อขาย 25.98 ล้านบาท

TVH ลดลง 4.39% ลดลง 0.50 บาท มาที่ 10.90 บาท มูลค่าการซื้อขาย 5.78 แสนบาท

BKIH ลดลง 0.52% ลดลง 2.00 บาท มาที่ 385.00 บาท มูลค่าการซื้อขาย 6.77 ล้านบาท

บล.ดาโอ (ประเทศไทย) ระบุว่า สถานการณ์น้ำท่วมในไทยยังเฝ้าระวัง หลังฝนตกหนักถึงหนักมากและมีมวลน้ำจากภาคเหนือไหลสมทบพื้นที่ภาคกลาง ส่งผลให้เกิดอุทกภัยแล้ว 25 จังหวัด ครอบคลุม 128 อำเภอ สำหรับพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล เผชิญฝนตกหนักต่อเนื่องช่วงวันที่ 2527 ก.ย. 2569 ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังในหลายพื้นที่ และกระทบการเดินทาง โดย กทม. พบจุดน้ำท่วมบนถนนหลายสาย ขณะที่พื้นที่ลุ่มต่ำและริมคลองได้รับผลกระทบมากเป็นพิเศษ ล่าสุดฝนมีแนวโน้มลดลง แต่ยังต้องเฝ้าระวังฝนตกซ้ำและใช้เวลาระบายน้ำประมาณ 12 วัน รัฐบาลจึงประกาศให้ กทม. นนทบุรี ปทุมธานี และสมุทรปราการ เป็นวันหยุดราชการกรณีพิเศษ 2829 ก.ย. เพื่อบรรเทาผลกระทบและลดการเดินทางของประชาชน

เราประเมินผลกระทบต่อ SET Index ในระยะสั้น จาก sentiment เชิงลบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจ แต่คาดว่าผลกระทบต่อผลการดำเนินงานยังไม่มาก ขณะที่ประกันภัย (TIPH, TVH, MTI, BKI, AYUD): ได้รับผลกระทบจากการจ่ายค่าชดเชยจากน้ำท่วม

อย่างไรก็ตามผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประเด็นสำคัญสำหรับธุรกิจประกันหลังจากนี้ คือความเสียหายจากภัยน้ำท่วมที่เกี่ยวข้องกับประกันภัยรถยนต์ ประกันอัคคีภัยหรือประกันทรัพย์สินที่มีความคุ้มครองภัยน้ำท่วม ตลอดจนกรมธรรม์ของภาคธุรกิจ ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขความคุ้มครองของแต่ละกรมธรรม์

โดยเฉพาะกรณีรถยนต์ หากเป็นรถที่มีกรมธรรม์ซึ่งคุ้มครองความเสียหายจากน้ำท่วม บริษัทประกันอาจต้องรับภาระตั้งแต่ค่าซ่อมระบบไฟฟ้า เครื่องยนต์ และอุปกรณ์ต่าง ๆ ไปจนถึงกรณีรถได้รับความเสียหายหนัก ขณะที่บ้าน อาคารพาณิชย์ โรงงาน หรือทรัพย์สินของภาคธุรกิจจะต้องพิจารณาว่ากรมธรรม์ที่ทำไว้ครอบคลุมภัยน้ำท่วมหรือไม่

อนึ่งรายละเอียดเมื่อพิจารณาโครงสร้างธุรกิจ พบว่าความเสี่ยงจากน้ำท่วมของบริษัทประกันแต่ละแห่งแตกต่างกัน โดยไทยวิวัฒน์ หรือ TVH มี การรับประกัน Motor สัดส่วนกว่า 70–80% ของเบี้ยรับรวม และในครึ่งแรกปี 2569 พอร์ต Motor เติบโต 7% ขณะที่บริษัทมีกรมธรรม์รวมประมาณ 1 ล้านฉบับ และเฉพาะประกันรถเปิดปิดมีฐานลูกค้ากว่า 400,000 กรมธรรม์

ส่วน BKIH ซึ่งมีกรุงเทพประกันภัยเป็นธุรกิจหลัก มีรายได้จากการประกันภัยในช่วง 6 เดือนแรกปี 2569 จำนวน 15,667.8 ล้านบาท ขณะที่ประสบการณ์จากน้ำท่วมหาดใหญ่ปี 2568 พบว่า บริษัทมีสินไหมรถยนต์จากน้ำท่วมประมาณ 550 ล้านบาท แต่หลังการบริหารประกันภัยต่อ บริษัทรับภาระเองประมาณ 150–160 ล้านบาท สะท้อนว่าการประเมินผลกระทบจากน้ำท่วมไม่สามารถพิจารณาเฉพาะมูลค่าความเสียหายขั้นต้น แต่ต้องดูสัดส่วนที่ประกันภัยต่อประกอบด้วย

ขณะที่ TIPH มีรายได้รวมครึ่งแรกปี 2569 จำนวน 16,624.7 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 645.7 ล้านบาท ส่วน THRE มีลักษณะธุรกิจแตกต่างออกไป เนื่องจากเป็นผู้รับประกันภัยต่อ จึงมีความเสี่ยงจากภัยพิบัติที่รับต่อมาจากบริษัทประกันต้นทาง และไม่สามารถเปรียบเทียบพอร์ตรถยนต์กับบริษัทประกันโดยตรงได้