พิษน้ำท่วมจ่อลามเศรษฐกิจ หอการค้าไทยประเมินเบื้องต้น 3 วัน คาดความเสียหายแตะ 10,000 ล้านบาท ฉุด GDP ราว 0.05% ขณะที่ บล.กสิกรไทยมองหากสถานการณ์ยืดเยื้อถึง 1 เดือน ความเสียหายอาจเพิ่มเป็น 20,000–40,000 ล้านบาท ด้านตลาดหุ้นไทยเช้าวันที่ 28 ก.ย. เปิดที่ 1,605.34 จุด ลดลง 2.29 จุด ท่ามกลางการจับตาผลกระทบต่อกิจกรรมเศรษฐกิจ
สถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นในกรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และหลายจังหวัดทั่วประเทศ เริ่มสร้างผลกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ทั้งการเดินทาง การจับจ่ายใช้สอย การขนส่งสินค้า การท่องเที่ยว ภาคเกษตร ตลอดจนการดำเนินงานของภาคธุรกิจ โดยขณะนี้เริ่มมีการประเมินมูลค่าผลกระทบทางเศรษฐกิจออกมาแล้ว แต่ยังถือเป็นการประเมินเบื้องต้น เนื่องจากสถานการณ์ในหลายพื้นที่ยังไม่สิ้นสุด
นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีและประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ประเมินจากสถานการณ์เบื้องต้นที่พบปัญหาน้ำท่วมใน 21 จังหวัดว่า ในช่วงวันที่ 25–27 กันยายน 2569 น้ำท่วมอาจสร้างความเสียหายต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจโดยรวมประมาณ 10,000 ล้านบาท และฉุด GDP ราว 0.05% โดยผลกระทบสำคัญเกิดจากประชาชนเดินทางลดลง การจับจ่ายใช้สอยชะลอตัว ห้างสรรพสินค้าและธุรกิจค้าปลีกบางพื้นที่ได้รับผลกระทบ รวมถึงยอดจำหน่ายน้ำมันที่ลดลงตามการเดินทาง
การประเมินดังกล่าวแบ่งผลกระทบเบื้องต้นเป็น กรุงเทพมหานครประมาณ 2,000–3,000 ล้านบาท ปริมณฑลประมาณ 1,000–2,000 ล้านบาท และต่างจังหวัดประมาณ 2,000–5,000 ล้านบาท โดยมองว่ากรุงเทพฯ และปริมณฑลอาจได้รับผลกระทบหนักในช่วงสั้นประมาณ 3 วัน ขณะที่ต่างจังหวัดบางพื้นที่อาจได้รับผลกระทบประมาณ 3–7 วัน
ขณะที่หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยยังเตือนว่า แม้สถานการณ์ในบางพื้นที่อาจคลี่คลายในเวลาไม่นาน แต่ผลกระทบต่อการประกอบอาชีพและการดำเนินธุรกิจ โดยเฉพาะการเดินทาง การขนส่งสินค้า วัตถุดิบ และการทำงานของพนักงาน อาจต้องใช้เวลาในการฟื้นตัว พร้อมแนะนำผู้ประกอบการตรวจสอบเครื่องจักร ระบบไฟฟ้า สินค้า วัตถุดิบ และเส้นทางขนส่ง เพื่อจำกัดความเสียหาย
ในแง่ผลกระทบต่อเศรษฐกิจทั้งปี บล.กสิกรไทยประเมินเบื้องต้นว่าสถานการณ์น้ำท่วมอาจสร้าง Downside ต่อประมาณการ GDP ปี 2569 ประมาณ 0.1–0.2% และหากสถานการณ์น้ำท่วมยืดเยื้อนานถึง 1 เดือน ความเสียหายอาจเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 20,000–40,000 ล้านบาท หรือคิดเป็นประมาณ 0.15–0.25% ของ GDP อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ปัจจุบันยังแตกต่างจากมหาอุทกภัยปี 2554 อย่างมาก
น้ำท่วมกดดันหุ้นไทย เปิดตลาดติดลบ
ผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมยังสะท้อนมายังตลาดทุน โดยการซื้อขายหุ้นไทยช่วงเช้าวันที่ 28 กันยายน 2569 ดัชนี SET เปิดตลาดที่ 1,605.34 จุด ลดลง 2.29 จุด จากระดับปิดวันก่อนหน้าที่ 1,607.63 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขายช่วงเปิดตลาดประมาณ 3,709.98 ล้านบาท ท่ามกลางความกังวลของนักลงทุนต่อผลกระทบของน้ำท่วมที่มีต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจ
InnovestX ประเมินว่า สถานการณ์น้ำท่วมเป็นหนึ่งในปัจจัยกดดันตลาด เนื่องจากกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ขณะที่ตลาดยังต้องติดตามปัจจัยภายนอก ทั้งสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ ทิศทางราคาน้ำมัน และข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ
ทั้งนี้แม้รัฐบาลกำหนดวันที่ 28–29 กันยายน 2569 เป็นวันหยุดราชการกรณีพิเศษในกรุงเทพฯ นนทบุรี ปทุมธานี และสมุทรปราการ เพื่อลดการเดินทางในช่วงสถานการณ์น้ำท่วม แต่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย รวมถึง mai, TFEX, LiVEx และ TDX ยังคงเปิดทำการซื้อขายตามปกติ โดยตลาดหลักทรัพย์ฯ ระบุว่าได้ประสานกับ ก.ล.ต. และบริษัทสมาชิก เพื่อเตรียมความพร้อมของระบบและการให้บริการแก่ผู้ลงทุน พร้อมติดตามสถานการณ์น้ำท่วมอย่างใกล้ชิด


