xs
xsm
sm
md
lg

ทำไม DELTA – HANA – KCE ไม่ไปต่อ / สุนันท์ ศรีจันทรา

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีในตลาดหุ้นทั่วโลกยังร้อนแรงต่อเนื่อง ทำให้ตลาดหุ้นแนสแด็กของสหรัฐพุ่งทะยาน สร้างจุดสูงสุดใหม่แทบทุกวัน แต่หุ้นกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ในตลาดหุ้นไทยกลับไม่ไปไหน ไม่สามารถสร้างจุดสูงสุดใหม่ได้ และมีลักษณะยืนประคองตัวมาพักใหญ่

หุ้นกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่อยู่ในความสนใจของนักลงทุนและเป็นหุ้นยอดนิยม มูลค่าการซื้อขายติดอันดับสูงสุด ได้แก่ DELTA, HANA และ KCE

ความต้องการชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์เพื่อสนองการพัฒนาเทคโนโลยี AI ทำให้คาดว่าผลประกอบการของ DELTA, HANA และ KCE มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง แม้บางบริษัทกำไรครึ่งปีแรกไม่น่าประทับใจนัก

DELTA มีกำไรสุทธิครึ่งปีแรก 15,155 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 10,117 ล้านบาทปีก่อน ขณะที่ HANA มีกำไรสุทธิ 429 ล้านบาท ลดลงจาก 512 ล้านบาท และ KCE มีกำไรสุทธิ 510 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 411 ล้านบาท

ในรอบ 12 เดือนที่ผ่านมา DELTA เคยขึ้นสูงสุดที่ 372 บาท ล่าสุดปิดที่ 256 บาท, HANA เคยขึ้นสูงสุดที่ 52.75 บาท ล่าสุดปิดที่ 51 บาท และ KCE เคยขึ้นสูงสุดที่ 69.50 บาท ล่าสุดปิดที่ 67.50 บาท

ทำไมหุ้นกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ไทยไม่วิ่งตามหุ้นเทคโนโลยีโลก? คำตอบอยู่ที่ปัจจัยพื้นฐาน โดยหุ้นเทคโนโลยีโลกมีค่า P/E เรโชต่ำ (เลขตัวเดียวหรือไม่เกิน 10 เท่า) แต่หุ้นไทยมีค่า P/E สูงมาก — DELTA 106 เท่า, HANA 76 เท่า, KCE 85 เท่า ขณะที่อัตราเงินปันผลตอบแทนต่ำเพียง 1% เศษ (DELTA เพียง 0.23%)

ผลกำไรแต่ละปีไม่ได้เติบโตระดับ 100% อย่างต่อเนื่อง ทำให้ค่า P/E ที่สูงสะท้อนราคาหุ้นแพงกว่าหุ้นเทคโนโลยีโลก

ความน่าสนใจจึงลดลง หากราคาขยับขึ้นต่อจะเจอแรงขายทำกำไร เป็นเหตุผลสำคัญที่หุ้นกลุ่มนี้ถูกจำกัดกรอบ ไม่สามารถสร้างจุดสูงสุดใหม่ได้

ข่าวดีจากการพุ่งขึ้นของหุ้นเทคโนโลยีต่างประเทศอาจกระตุ้นให้หุ้นไทยวิ่งตาม แต่หากหุ้นโลกหมดแรงหรือปรับฐาน หุ้นไทยก็มีสิทธิร่วงตาม

นักลงทุนเก็งกำไร DELTA, HANA และ KCE จึงต้องระวังตัว