“มารวย เรียลเอสเตท” สวนกระแสตลาดฉะเชิงเทราสต๊อกเกลี้ยง! กางแผนครึ่งปีหลังเปิด 2 โครงการใหม่ "โสธร 5-บางปะกง" ลุยบ้านเดี่ยว-บ้านแฝด ชูจุดขายฟังก์ชันแน่นไม่เล่นสงครามราคา ชวนแบงก์เลิกอุ้มมหาชน ปลุกรัฐไฟเขียวต่างชาติซื้อบ้านจัดสรร ดันเป้ากลุ่มแพทโก้แตะ 1,000 ล้านบาท
ดร.นวณัฐ สุขะมงคล รองประธานกรรมการบริหาร แพทโก้ กรุ๊ป และ บริษัท มารวย เรียลเอสเตท จำกัด เปิดเผยถึงทิศทางตลาดอสังหาริมทรัพย์ในช่วงครึ่งหลังของปีว่า ยอดขายในไตรมาส 1 และ 2 ปรับตัวดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับปีก่อน ส่งผลให้เกิดโมเมนตัมเชิงบวกต่อเนื่องในไตรมาส 3 และ 4 โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากศักยภาพของจังหวัดฉะเชิงเทรา ที่กลายเป็นศูนย์กลาง (Hub) การเดินทางและการอยู่อาศัยที่เชื่อมโยงระหว่างกรุงเทพฯ สมุทรปราการ และชลบุรี อีกทั้งระดับราคายังจับต้องได้มากกว่า เช่น บ้านแฝดชั้นเดียวในฉะเชิงเทรา เริ่มต้นเพียง 2 ล้านบาทต้นๆ ซึ่งเป็นราคาที่โซนอื่นได้เพียงทาวน์เฮาส์
แม้ภาพรวมซับพลายคงค้างของจังหวัดฉะเชิงเทรา จะมีอยู่จำนวนมากซึ่งอาจต้องใช้เวลาดูดซับนานถึง 6 ปี แต่ผลการดำเนินงานของ มารวย เรียลเอสเตท กลับเติบโตสวนทางอย่างสิ้นเชิง โดยโครงการเดิมสามารถปิดการขายได้หมดเกลี้ยง สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของลูกค้าที่มีต่อแบรนด์มายาวนานกว่า 20 ปี (นับตั้งแต่โครงการโสธร 2, 3, 4 และ 5) จนบริษัทฯ ต้องเร่งสร้างบ้านเฟสใหม่เพื่อรองรับ Real Demand ทั้งคนท้องถิ่นและผู้ย้ายถิ่นฐานจากชลบุรี สมุทรปราการ และกรุงเทพฯ
เปิดตัว 2 โครงการใหม่ มูลค่ารวมกว่า 1,500 ล้านบาท
เพื่อตอบรับความต้องการที่ขยายตัว บริษัทฯ เตรียมเปิดตัว 2 โครงการใหม่ในช่วงกลางเดือนพฤศจิกายนนี้ ได้แก่:
1.โครงการบ้านมารวย โสธร 5: โครงการขนาดใหญ่เนื้อที่กว่า 55 ไร่ ในรูปแบบบ้านเดี่ยวและบ้านแฝด 2 ชั้น มูลค่าโครงการประมาณ 1,500 ล้านบาท
2.โครงการบ้านมารวย บางนา–บางปะกง: ตั้งอยู่บนเนื้อที่ราว 25 ไร่ จำนวน 175 ยูนิต ชูจุดขายด้วยบ้านแฝดชั้นเดียว 94 ยูนิต (ที่ดินเริ่มต้น 37 ตร.ว.) ราคาเริ่มต้น 2 ล้านบาทต้นๆ และบ้านเดี่ยว 2 ชั้น (ที่ดินสูงสุด 126 ตร.ว.) เพื่อตอบโจทย์ผู้ซื้อบ้านหลังแรกและการขยายครอบครัวใกล้แหล่งงาน
ชูคุณภาพ ไม่ลงสนามเล่น"สงครามราคา"
ทั้งนี้ ในมิติการของแข่งขัน ดร.นวณัฐ ยืนยันว่าจะ “ไม่เข้าร่วมสงครามราคา” แม้จะมีคู่แข่งรายใหญ่ที่เป็นบริษัทมหาชนเข้ามาดัมพ์ราคาทาวน์เฮาส์ลงเหลือ 1.9 ล้านบาทก็ตาม โดยมารวยฯ เน้นสร้างความคุ้มค่าระยะยาว ผ่านฟังก์ชันที่ใช้งานได้จริง เช่น ห้องนอน 4 ห้องที่สามารถนอนได้จริงทุกห้อง ไม่ใช่การกั้นห้องขนาดเล็กเกินไป ควบคู่กับการเลือกใช้วัสดุก่อสร้างเกรดพรีเมียมสั่งตรงจากซัพพลายเออร์ แม้จะทำให้บริษัทมีอัตรากำไร (Margin) น้อยกว่าก็ตาม
นอกจากนี้ ยังสะท้อนปัญหาไปยังสถาบันการเงินที่มักให้อัตราดอกเบี้ยพิเศษแก่บริษัทมหาชน โดยมองว่าการประเมินความเสี่ยงไม่ควรพิจารณาเพียงแค่ "เปลือกความเป็นมหาชน" เพราะผู้ประกอบการท้องถิ่น มีความจริงใจ ตั้งใจดูแลชุมชนระยะยาว และตรงไปตรงมา ขณะที่กลุ่มลูกค้าของมารวยฯ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบการและแม่ค้าออนไลน์ แม้จะใช้เวลาตรวจสอบเอกสารนานกว่าปกติ แต่ก็สามารถผ่านอนุมัติสินเชื่อได้เกือบทั้งหมด โดยมีอัตราปฏิเสธสินเชื่อต่ำมาก
เสนอรัฐปรับกฎหมายต่างชาติซื้อบ้าน ชี้ Data Center ไม่แย่งน้ำชุมชน
ในส่วนของข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย ดร.นวณัฐ เสนอให้รัฐบาลแก้ไขกฎหมายสิทธิ์การครอบครองที่อยู่อาศัยของชาวต่างชาติให้ถูกต้องและเป็นระบบ โดยเปรียบเทียบว่า ในเมื่อรัฐอนุญาตให้นักลงทุนต่างชาติซื้อที่ดินนิคมอุตสาหกรรมได้ทีละ 500 ไร่ ก็น่าจะอนุญาตให้ซื้อบ้านจัดสรรขนาด 50 ตร.วา (จำนวน 2,800 หลัง เท่ากับ 500 ไร่) ในโครงการที่ถูกต้องตามระเบียบได้เช่นกัน ซึ่งจะช่วยลดปัญหานอมินี การจ่ายเงินใต้โต๊ะ และช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในภาวะที่เด็กเกิดใหม่ลดลง
ขณะเดียวกัน มองว่ายอดขอส่งเสริมการลงทุนจาก BOI มูลค่ากว่าล้านล้านบาท ในกลุ่ม EV, ไฮเทค และ Data Center เป็นปัจจัยบวกสำคัญ ทั้งนี้อยากให้รัฐเร่งสร้างความเข้าใจกับประชาชนว่า โครงการ Data Center ไม่ได้แย่งน้ำชุมชน ไม่ได้สร้างมลภาวะ แต่ใช้เพียงพลังงานไฟฟ้าและระบบทำความเย็น ซึ่งไทยมีกำลังการผลิตไฟฟ้าเหลือพอ และสามารถบริหารจัดการความร้อน/เสียง ได้ด้วยการทำแนวกรีนบัฟเฟอร์ (Buffer Zone) ปลูกต้นไม้เว้นระยะ 10–25 เมตรเท่านั้น
ผนึก "ดุ๊ก-ภาณุเดช" ยกระดับลักชัวร์รี ตั้งเป้ายอดขายแตะ 1,000 ล้าน
เนื่องในโอกาสฉลองก้าวสู่ปีที่ 38 มารวย เรียลเอสเตท ได้ยกระดับจากการสร้าง "บ้านคุณภาพ" สู่ "ประสบการณ์การอยู่อาศัย" ด้วยการร่วมมือกับ "ดุ๊ก–ภาณุเดช วัฒนสุชาติ" เปิดตัว “HATTON x DUKE’S — Signature Collection” ณ โครงการ แฮตตัน เรสซิเดนซ์ สิริโสธร (ระดับลักชัวรี ราคา 7.99 – 35 ล้านบาท)
"ดุ๊ก" ได้นำประสบการณ์และศิลปะมาถ่ายทอดลงในงาน Interior Design และ Landscape ผ่านแบบบ้าน Richmond (บ้านเดี่ยวขนาดใหญ่ 98.30 ตร.ว. ฟังก์ชัน Double Volume Living) เปลี่ยนบ้านพร้อมอยู่ให้กลายเป็น One-of-a-Kind Home ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ซึ่งโครงการลักชัวรีนี้ปัจจุบันทำยอดขายไปแล้วราว 30 หลัง คิดเป็นมูลค่าเกือบ 350 ล้านบาท และได้รับยอดจองบ้านตัวอย่างดีไซน์พิเศษมูลค่า 35 ล้านบาทเป็นที่เรียบร้อยแล้ว คาดว่าจะปิดการขายทั้งโครงการได้ภายใน 2 ปี
ดร.นวณัฐ กล่าวว่า ในปีนี้ มารวย เรียลเอสเตท ตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ 450 ล้านบาท (เติบโตจากปีก่อนที่ทำได้ 300 ล้านบาท) และจะเร่งผลักดันยอดขายรวมของทั้งเครือ แพทโก้ กรุ๊ป (Patco Group) ให้แตะระดับ 800 – 1,000 ล้านบาท โดยเน้นการพัฒนาโครงการแนวราบคุณภาพสูงที่สร้างความคุ้มค่าสูงสุดให้แก่ผู้บริโภค


