xs
xsm
sm
md
lg

ราคาบิทคอยน์พุ่งทะลุ 86,000 ดอลลาร์ ดันกองทุน ETF สหรัฐกลับมามีกำไร

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ผู้ถือกองทุน ETF บิทคอยน์ในสหรัฐกลับมาอยู่ในฐานะกำไรเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนมกราคม 2569 หลังราคาบิทคอยน์พุ่งทะลุ 86,000 ดอลลาร์เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา แม้สัปดาห์ก่อนหน้านั้นจะมีข่าวร้ายสองชุดซัดเข้ามาพร้อมกัน ทั้งการที่ร่างกฎหมาย CLARITY Act ถูกวุฒิสภาสกัดไว้และ Fed ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ตลาดเลือกที่จะมองข้ามสัญญาณเหล่านั้นและเดินหน้าซื้อต่อในฐานะ "debasement trade" หรือการป้องกันความเสี่ยงจากการเสื่อมค่าของเงินกระดาษ

เจมส์ เซย์ฟฟาร์ท (James Seyffart) นักวิเคราะห์ ETF จาก Bloomberg โพสต์ข้อมูลบน X เมื่อเช้าวันจันทร์ว่าราคาบิทคอยน์ในช่วงเช้าตลาดนิวยอร์กสูงกว่าต้นทุนเฉลี่ยโดยประมาณของผู้ถือ ETF ที่ระดับ 81,720 ดอลลาร์เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนมกราคม ราคาบิทคอยน์ล่าสุดอยู่ที่ใกล้ 86,772 ดอลลาร์ หลังแตะระดับสูงสุดในรอบนี้ที่ 86,837 ดอลลาร์ระหว่างวัน

กระแสเงินไหลเข้า ETF บิทคอยน์สหรัฐสัปดาห์ที่แล้วพลิกกลับมาเป็นบวกสุทธิเกิน 6 ล้านดอลลาร์ โดยเฉพาะวันพฤหัสบดีและศุกร์ที่นักลงทุนทุ่มเงินเข้าซื้อหน่วยลงทุนรวมกันเกือบ 593 ล้านดอลลาร์ตามข้อมูลของ Farside Investors ปัจจุบัน ETF บิทคอยน์สหรัฐที่บริหารโดย BlackRock, Fidelity, Grayscale และ Morgan Stanley รวมถึงสถาบันการเงินชั้นนำอื่นๆ บน Wall Street มีสินทรัพย์ภายใต้การบริหารรวมกัน 98,800 ล้านดอลลาร์ ตามข้อมูล Coinglass

จุดเริ่มต้นของการฟื้นตัวรอบนี้มาจากเดือนสิงหาคม เมื่อกระทรวงการคลังสหรัฐประกาศจะเพิ่มขนาดการซื้อคืนพันธบัตรระยะยาวเป็นอย่างน้อยสองเท่าของปัจจุบัน สัญญาณดังกล่าวทำให้บิทคอยน์มีสัปดาห์ที่ดีที่สุดนับตั้งแต่ปี 2566 เพราะตลาดตีความว่ารัฐบาลกำลังเตรียมอัดฉีดสภาพคล่องครั้งใหม่ซึ่งส่งผลดีต่อสินทรัพย์ที่ถูกมองเป็นที่พักพิงจากการเสื่อมค่าของเงิน

ขณะที่ราคาบิทคอยน์ย้อนหลังเคยทำจุดสูงสุดตลอดกาลในเดือนตุลาคม 2568 ที่ 126,080 ดอลลาร์ ก่อนราคาจะดิ่งลงหลังเกิดเหตุการณ์ Liquidation ครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์คริปโต ที่เห็น Long position มูลค่าเกิน 19,000 ล้านดอลลาร์ถูกบังคับปิดพร้อมกัน ราคาดิ่งต่อเนื่องเมื่อ Fed ส่งสัญญาณว่าไม่รีบลดดอกเบี้ย และนักลงทุนสถาบันพากันโยกทุนไปสู่หุ้นเทคโนโลยี AI แทน ระดับราคาปัจจุบันที่ใกล้ 86,800 ดอลลาร์ยังต่ำกว่า ATH กว่า 30%

ที่น่าสังเกตที่สุดคือตลาดฟื้นขึ้นมาทั้งที่ CLARITY Act ซึ่งวุฒิสภาหลายฝ่ายคาดว่าจะเป็นตัวเร่งเม็ดเงินสถาบันใหม่ถูกสกัดไปแล้ว ไมเคิล เซย์เลอร์ (Michael Saylor) ผู้ก่อตั้ง Strategy ออกมาแย้งว่าความล้มเหลวของ CLARITY Act อาจเป็นชัยชนะสำหรับบิทคอยน์ เพราะตัดประเด็นการแทรกแซงด้านจริยธรรมและข้อจำกัดใหม่ๆ ออกไป และ Strategy เองก็ซื้อบิทคอยน์เพิ่มอีก 182.7 ล้านดอลลาร์ในวันจันทร์เดียวกัน

สำหรับนักลงทุนไทยและอาเซียน การที่ราคาบิทคอยน์ฟื้นทะลุ 86,000 ดอลลาร์สวนทางทั้งกฎหมายที่ล้มและดอกเบี้ยที่ขึ้น ส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่ากระแส debasement trade ยังมีพลังขับเคลื่อนที่แข็งแกร่งและนักลงทุนระดับสถาบันยังคงเพิ่มน้ำหนักบิทคอยน์อยู่ในพอร์ตโฟลิโอ สิ่งที่ต้องจับตาในช่วงนี้คือว่าการฟื้นตัวรอบนี้จะมีแรงหนุนพอที่จะยืนเหนือ 87,000 ดอลลาร์ได้ต่อเนื่องหรือไม่ เพราะระดับถัดไปที่นักวิเคราะห์มองคือแนวต้านแถว 90,000 ดอลลาร์ก่อนจะทดสอบ ATH อีกครั้ง