xs
xsm
sm
md
lg

บล.บัวหลวงปรับเพิ่มเป้ากำไรตลาดหุ้นไทย แนะ 8 หุ้นเด่นโตแกร่งสู้ต้นทุนพุ่ง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



บล.บัวหลวงอัพเป้ากำไรตลาดหุ้นไทย โดยแรงหนุนหลักมาจากกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากราคาพลังงานและสินค้าโภคภัณฑ์ที่เพิ่มขึ้นท่ามกลางสงครามที่ยืดเยื้อ ชู 8 หุ้นเด่น CRC-AMATA-GUNKUL โตแกร่งสู้ต้นทุนพุ่ง

นายพิริยพล คงวาณิช ,IAA ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์การลงทุนเพื่อบริหารความมั่งคั่ง บล. บัวหลวง (BLS) เปิดเผยในบทวิเคราะห์ โดยประมาณการกำไรตลาดหุ้นไทย เดือน ก.ย. ถูกปรับขึ้นต่อ 0.7% MoM และ 15.6% จากต้นปี (YTD) โดยแรงหนุนหลักมาจากกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากราคาพลังงานและสินค้าโภคภัณฑ์ (Commodity) ที่เพิ่มขึ้นท่ามกลางสงครามที่ยืดเยื้อ

กลุ่มปิโตรเคมีถูกปรับประมาณการกำไรขึ้น 6.2% MoM นำโดย PTTGC +13% และ IVL +7% ขณะที่กลุ่มพลังงานเพิ่มขึ้น 1.8% โดยเฉพาะโรงกลั่น BCP +26%, TOP +10% และ SPRC +9% ส่งผลให้ PTT ซึ่งเป็นหุ้นขนาดใหญ่ในกลุ่มถูกปรับขึ้นอีก 2% ด้านกลุ่มเกษตรเพิ่มขึ้น 2.1% ตามราคายางที่ปรับตัวสูงขึ้น โดย STA ถูกปรับประมาณการกำไรขึ้น 26%

ภาพดังกล่าวสะท้อนว่าแรงส่งของวัฏจักรกำไร (Earnings Cycle) ยังเป็นบวก แต่แรงขับเคลื่อนระยะสั้นเริ่มกระจุกตัวอยู่ในกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากราคาพลังงานและสินค้าโภคภัณฑ์มากขึ้น

นอกเหนือจากกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากราคาพลังงานแล้ว ประมาณการกำไรของหลายกลุ่มเริ่มทรงตัวหรือถูกปรับลด โดยเฉพาะธุรกิจที่มีต้นทุนเชื่อมโยงกับราคาพลังงาน เช่น กลุ่มสถานีบริการน้ำมัน PTG -26% และ OR -4% รวมถึงโรงไฟฟ้า SPP ได้แก่ BGRIM -2% และ GPSC -1%

ขณะเดียวกัน ธุรกิจที่อ่อนไหวต่อภาวะเศรษฐกิจ (Economically Sensitive) ยังเผชิญแรงปรับลดประมาณการ เช่น กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ LH -1% และ ORI -13%

หลังจากการฟื้นตัวของประมาณการกำไรในช่วงก่อนหน้ากระจายตัวเป็นวงกว้าง ปัจจุบันเริ่มเห็นความแตกต่างของทิศทางกำไร (Earnings Divergence) ระหว่างกลุ่มอุตสาหกรรมและรายบริษัทชัดเจนขึ้น

Earnings Divergence เริ่มเกิดขึ้นแม้อยู่ในอุตสาหกรรมเดียวกัน

หุ้นบางส่วนยังถูกปรับลดประมาณการ ได้แก่ SJWD -1%, BCH -3%, WHA -1%, DELTA -2% และ CPAXT -1% ขณะที่บริษัทอื่นในอุตสาหกรรมเดียวกันยังถูกปรับประมาณการขึ้น

กลุ่มโรงแรมนำโดย AWC +8%, CENTEL +5% และ ERW +1% กลุ่มค้าปลีกนำโดย BJC +4%, CRC +3% และ COM7 +1% นอกจากนี้ AMATA ถูกปรับขึ้น 8%, AOT +1%, BH และ BDMS +1%, CBG +1% และ GUNKUL +2%

ความแตกต่างดังกล่าวสะท้อนว่าแรงขับเคลื่อนกำไรเริ่มขึ้นอยู่กับปัจจัยเฉพาะบริษัท (Company-specific Drivers) มากขึ้น ทำให้การคัดเลือกหุ้นรายตัว (Stock Selection) มีความสำคัญกว่าการลงทุนตามทิศทางของกลุ่มอุตสาหกรรมเพียงอย่างเดียว

กลยุทธ์เน้น Earnings Leaders ที่กำไรแข็งแกร่งและยังมีปัจจัยเติบโตชัดเจน

CRC กำไรเร่งตัวจากการขยายตัวของอัตรากำไร (Margin Expansion) คาดกำไรหลักไตรมาส 3/69 เติบโต 2530% YoY โดยยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ในไตรมาสปัจจุบันเพิ่มขึ้นราว 2% และรายได้คาดเติบโตประมาณ 4% YoY การควบคุมต้นทุนยังเป็นแรงหนุนสำคัญ ขณะที่ GO WHOLESALE เริ่มเห็นประโยชน์จากการประหยัดต่อขนาด (Economies of Scale)

CBG Volume Growth ช่วยชดเชยแรงกดดันด้านต้นทุน แม้ต้นทุนบรรจุภัณฑ์ (Packaging Cost) ที่สูงขึ้นอาจกดดันอัตรากำไรในระยะสั้น แต่ยอดขายเครื่องดื่มชูกำลังในประเทศคาดเติบโต 10% YoY ขณะที่ธุรกิจจัดจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ยังมีส่วนแบ่งตลาด (Market Share) เพิ่มขึ้น ทำให้ทิศทางกำไรยังได้แรงหนุนจากการเติบโตของยอดขายทั้งในและต่างประเทศ

BH, BDMS กำไรเข้าสู่ช่วงฟื้นตัวตามฤดูกาล (Seasonal Earnings Uptrend) รายได้มีแนวโน้มกลับมาเติบโตทั้ง YoY และ MoM หนุนจากการฟื้นตัวของผู้ป่วยไทยและตะวันออกกลาง หลังจำนวนเที่ยวบินจากภูมิภาคอ่าวเปอร์เซียกลับสู่ระดับก่อนสงครามตั้งแต่ต้นเดือน ก.ค. ประกอบกับการเข้าสู่ฤดูกาลสูงของกลุ่มโรงพยาบาล ซึ่งจะช่วยหนุนทิศทางกำไรในช่วงครึ่งปีหลัง

AOT, AWC, CENTEL การท่องเที่ยวมีปัจจัยหนุนต่อเนื่องเข้าสู่ High Season จำนวนเที่ยวบินที่จองในตารางบินฤดูหนาว (Winter Slots) ระหว่าง ต.ค. 69 มี.ค. 70 ของ AOT เพิ่มขึ้น 4% YoY สะท้อนสัญญาณบวกต่อจำนวนเที่ยวบินในระยะถัดไปขณะที่รายได้ต่อห้องพัก (RevPAR) ในช่วงเดือน ก.ค.ส.ค. ยังเติบโตแข็งแกร่ง โดย AWC เพิ่มขึ้น 23% YoY และ CENTEL เพิ่มขึ้น 56% YoY

AMATA อุปสงค์จาก Data Center หนุนความชัดเจนของกำไร (Earnings Visibility) โมเมนตัมกำไรในช่วง 2H69 คาดว่ายังแข็งแกร่ง จากการโอนที่ดินซึ่งกระจุกตัวอยู่ในพื้นที่ชลบุรีที่มีราคาขายเฉลี่ยสูง ประกอบกับอุปสงค์ที่ดินจากผู้ประกอบการ Data Center ซึ่งช่วยเพิ่มความชัดเจนของรายได้ในระยะถัดไป

GUNKUL โรงไฟฟ้าพลังงานลมฟื้นตัว พร้อม Growth Optionality จากระบบสายส่ง ปริมาณการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลมเฉพาะเดือน ก.ค.ส.ค. อยู่ในระดับใกล้เคียงกับการผลิตตลอดทั้ง ไตรมาส 3/68 แล้ว ช่วยหนุนการฟื้นตัวของส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วม Wind JV ขณะเดียวกัน โอกาสจากการลงทุนในระบบสายส่งและโครงข่ายไฟฟ้า (Transmission & Grid Investment) เป็นปัจจัยสนับสนุนการเติบโตในระยะถัดไป