คณะกรรมการธนาคารกลางสหรัฐฯ ประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% เพื่อแก้ปัญหาเงินเฟ้อ ด้วยมติเอกฉันท์ 12 เสียงต่อ 0 โดยขยับสู่ระดับ 3.75%–4% ซึ่งเป็นการขึ้นครั้งแรกในรอบกว่า 3 ปี และส่งสัญญาณว่าอาจปรับขึ้นอีกครั้งในปีนี้
การขึ้นดอกเบี้ยของสหรัฐเกิดจากเงินเฟ้อที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 3.7% ในปีนี้ ซึ่งเป็นผลจากสงครามตะวันออกกลาง กดดันให้ราคาน้ำมันพุ่งทะลุเหนือ 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล
ยังไม่มีโบรกเกอร์แห่งใดปรับประมาณการเป้าหมายดัชนีหุ้นปลายปีนี้ หลังจากสหรัฐประกาศขึ้นดอกเบี้ย ซึ่งถือเป็นปัจจัยลบที่กระทบตลาดหุ้น โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ แต่เป้าหมายเดิมยังอยู่ที่ 1,600–1,700 จุด
7 สัปดาห์แล้วที่ตลาดหุ้นไทยไม่ขยับไปไหน โดยเคลื่อนไหวขึ้นลงในกรอบแคบ ๆ ย่ำฐานอยู่ระดับ 1,600 จุด บวกลบประมาณ 5–20 จุด เนื่องจากขาดข่าวดีกระตุ้น และนักลงทุนต่างชาติชะลอการไล่ซื้อหุ้น อีกทั้งยังถูกกดดันจากสงครามตะวันออกกลางและการเมืองในประเทศที่เสถียรภาพรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูลเริ่มสั่นคลอน
แนวโน้มดอกเบี้ยที่เปลี่ยนสู่ขาขึ้น จะเป็นอีกปัจจัยที่กดดันตลาดหุ้นทั่วโลก หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีอาจได้เวลาพักฐาน เช่นเดียวกับหุ้น DELTA ที่พักฐานมาพักใหญ่ และไม่สามารถกลับขึ้นไปเป็นผู้นำตลาดเหมือนหลายปีที่ผ่านมา
ช่วง 7 เดือนแรก นักลงทุนต่างชาติกลับมาไล่ซื้อหุ้น ผลักดันให้ตลาดฟื้นคืนสู่ความคึกคัก ดัชนีฯ พุ่งทะยานเหนือ 1,650 จุด แต่เดือนสิงหาคมต่างชาติเทขายกว่า 20,000 ล้านบาท และกันยายนยังไม่กลับมาซื้อ ซึ่งอาจเกิดจากราคาหุ้นที่ปรับตัวขึ้นสูงแล้ว และสงครามตะวันออกกลางปะทุรอบใหม่ จึงเกิดความกังวลและลดน้ำหนักการลงทุน
ความคาดหวังว่านักลงทุนจะกลับมาไล่ซื้อหุ้นในช่วง 3 เดือนเศษข้างหน้าของปี 2569 ริบหรี่ลง หากไม่มีแรงซื้อต่างชาติเข้ามาหนุน ตลาดหุ้นคงไปต่อยาก โดยสิ้นเดือนนี้ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์หลายสำนักอาจต้องทบทวนเป้าหมายดัชนีฯ ปลายปีใหม่ และอาจไม่มีใครพูดถึงตัวเลข 1,700 จุดแล้ว
ช่วงเวลาดี ๆ ของการลงทุน จุดสูงสุดของดัชนีฯ ในปีนี้อาจผ่านไปแล้ว ช่วงเวลาต่อจากนี้ถึงสิ้นปี อาจเป็นช่วงพักฐาน โดยดัชนีฯ จะถูกตรึงให้เคลื่อนไหวในกรอบแคบ ๆ ระดับ 1,600 จุด นักลงทุนต้องลงทุนอย่างระมัดระวัง ไม่ใส่เงินเพิ่มในตลาดหุ้น
แต่ถ้าจะเก็งกำไร ต้องเลือกหุ้นที่มีความเสี่ยงต่ำ มีปัจจัยพื้นฐานรองรับ อัตราเงินปันผลสูง ย้ายเงินเข้าไปหลบภัยในหุ้นขนาดใหญ่ที่มีพื้นฐานดีเท่านั้น
เพราะปีนี้หุ้นไปต่อไม่ไหวแล้ว ข่าวร้ายเต็มไปหมด ข่าวดีแทบหาไม่ได้ ใครที่พอร์ตว่าง ถือเป็นโอกาสเฝ้ารอจังหวะช้อน รอรับของถูกเท่านั้น


