xs
xsm
sm
md
lg

OSPเดินหน้าความยั่งยืนระยะใหม่ ชู7ประเด็น ต่อยอดรากฐาน135ปีสู่การเติบโต

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์




โอสถสภา ประกาศกลยุทธ์และเป้าหมายด้านความยั่งยืนระยะที่ 2 ระหว่าง ปี 2026–2030 ภายใต้ OSP Sustainability Purpose & 2030 Targets ต่อยอดรากฐานองค์กรสู่การเติบโตในอนาคต ด้วยการเชื่อมความยั่งยืนเข้ากับกลยุทธ์ธุรกิจตลอดห่วงโซ่คุณค่า เพื่อเสริมความสามารถในการแข่งขัน บริหารความเสี่ยง ESG และสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน ภายใต้วิสัยทัศน์ “พลังเพื่อเสริมสร้างชีวิต”


นางสาวมุกดา ไพรัชเวทย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) หรือ OSP กล่าวว่า “ภายใต้โครงสร้างการบริหารใหม่ เราได้กำหนดทิศทางความยั่งยืนระยะที่สองภายใต้ OSP Sustainability Purpose ได้แก่ Environmental Sustainability, Human Sustainability, Corporate Sustainability และ Business Sustainability เพื่อสร้างคุณค่าทั้งต่อสิ่งแวดล้อม ผู้คน องค์กร และธุรกิจ โดยขับเคลื่อนผ่าน 7 ประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืน พร้อมกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจนสู่ปี 2030 เพื่อให้ความยั่งยืนเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินธุรกิจ”

การขับเคลื่อนทั้ง 7 ประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืน ครอบคลุมการดำเนินงานตลอดห่วงโซ่คุณค่า ตั้งแต่การบริหารจัดการซัพพลายเชนเพื่อเพิ่มศักยภาพคู่ค้า การบริหารทรัพยากรในกระบวนการผลิต การพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและสุขภาวะของผู้บริโภค ไปจนถึงการจัดการบรรจุภัณฑ์หลังการบริโภค และการพัฒนาบุคลากร โดยกำหนดเป้าหมายสู่ปี 2030 ในแต่ละด้าน ดังนี้

1. ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพในกระบวนการผลิต เชื่อมการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเข้ากับ Operational Excellence พร้อมเดินหน้าสู่ Net Zero 2050 โดยตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก Scope 1 และ 2 ลง 50% จากปีฐาน 2022 และเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนเป็น 17%

2. ยกระดับประสิทธิภาพการใช้น้ำในการผลิต ให้ความสำคัญกับการใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพ การนำน้ำกลับมาใช้ประโยชน์ และการบริหารความเสี่ยงด้านน้ำ โดยตั้งเป้าควบคุม Water Use Ratio ในการผลิตเครื่องดื่มที่ระดับ 3.98
3. บรรจุภัณฑ์หมุนเวียน นำแนวคิด Circular Economy มาใช้ตั้งแต่การเลือกวัสดุ การออกแบบ จนถึงการเก็บกลับหลังการบริโภค โดยตั้งเป้าให้บรรจุภัณฑ์ 100% สามารถรีไซเคิลหรือย่อยสลายได้ เมื่อเทคโนโลยีรองรับ พร้อมรวบรวมเศษแก้ว 625,000 ตัน เพื่อหมุนเวียนกลับเข้าสู่กระบวนการผลิต


4. เปลี่ยนของเสียให้กลับมาสร้างคุณค่า ตั้งเป้านำของเสียจากการผลิต 100% ไปใช้ประโยชน์ที่มีมูลค่าสูงขึ้น และควบคุมสัดส่วนการสูญเสียอาหารและขยะอาหารไม่เกิน 2.90% ของปริมาณการผลิตทั้งหมด

5. ส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์สุขภาพและรสชาติที่คุ้นเคย ใช้สุขภาพของผู้บริโภคเป็นทิศทางสำคัญในการบริหารพอร์ตผลิตภัณฑ์และนวัตกรรม โดยตั้งเป้าให้ 95% ของผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มในประเทศมีปริมาณน้ำตาลไม่เกิน 5 กรัมต่อ 100 มิลลิลิตร

6. สร้างองค์กรที่เติบโตไปพร้อมกับคน ตั้งเป้า Annual Talent Retention ที่ 85% และคะแนนความผูกพันของพนักงาน ที่ 79% เพื่อสร้างความแข็งแกร่งขององค์กรในระยะยาว

7. บริหารจัดการซัพพลายเชนอย่างยั่งยืน ยกระดับห่วงโซ่อุปทานให้โปร่งใส รับผิดชอบ และยืดหยุ่น ผ่านการคัดเลือก ประเมิน และพัฒนาคู่ค้า พร้อมตั้งเป้าสนับสนุนคู่ค้ารายย่อย 500 ราย เพื่อสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและเพิ่มศักยภาพของชุมชนต้นน้ำ
ควบคู่ไปกับการขับเคลื่อนเป้าหมายทั้ง 7 ประเด็น โอสถสภายังคงให้ความสำคัญกับ Corporate Sustainability โดยยึดหลักการดำเนินธุรกิจอย่างโปร่งใส มีธรรมาภิบาล และรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้เสีย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและเป็นรากฐานสำคัญของการดำเนินธุรกิจในระยะยาว พร้อมเดินหน้าสร้าง Business Sustainability ผ่านการสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่อง เสริมความแข็งแกร่งและความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจ ตลอดจนรักษาความเป็นผู้นำในตลาด เพื่อให้องค์กรสามารถเติบโตควบคู่ไปกับการสร้างคุณค่าให้แก่ผู้มีส่วนได้เสีย สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

นางสาวมุกดา กล่าวเพิ่มเติมว่า “เราจะใช้เป้าหมายปี 2030 เป็นกรอบกำกับการตัดสินใจและติดตามความก้าวหน้า พร้อมร่วมมือกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่ม เพื่อสร้างผลลัพธ์ที่โปร่งใส วัดผลได้ และส่งต่อคุณค่าจากรากฐาน 135 ปีของโอสถสภาไปสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต”