xs
xsm
sm
md
lg

EVEANDBOY เตรียมขายIPO 170.35 ล้านหุ้น ระดมทุนเข้า SET

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์





"อีฟ แอนด์ บอย" ยื่นไฟลิ่งเดินหน้าเข้าตลาด เสนอขายหุ้น IPO จำนวนไม่เกิน 170.354 ล้านหุ้น หรือคิดเป็น 25.05% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและชำระแล้วทั้งหมดภายหลัง IPO ระดมทุนเพื่อนำเงินใช้ขยายสาขา



บริษัท อีฟ แอนด์ บอย จำกัด (มหาชน)หรือ EB ผู้ประกอบธุรกิจค้าปลีกสินค้าด้านความงามและสุขภาพภายใต้แบรนด์ “EVEANDBOY” ยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และหนังสือชี้ชวนต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เมื่อวันที่ 10 ก.ย.2569 เพื่อเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) และนำหุ้นเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ในกลุ่มอุตสาหกรรมบริการ หมวดธุรกิจพาณิชย์

โดย EB จะเสนอขายหุ้น IPO จำนวนไม่เกิน 170.354 ล้านหุ้น หรือคิดเป็น 25.05% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและชำระแล้วทั้งหมดภายหลัง IPO จากปัจจุบันที่มีหุ้นสามัญออกและชำระแล้ว 509.70 ล้านหุ้น เพิ่มเป็น 680.054 ล้านหุ้นหลังการเสนอขาย และมีมูลค่าที่ตราไว้ (Par Value) หุ้นละ 0.50 บาท และมีนโยบายผลตอบแทนผู้ถือหุ้นกำหนดอัตราการจ่ายเงินปันผลไม่น้อยกว่า 40% ของกำไรสุทธิตามงบการเงินเฉพาะกิจการ ภายหลังหักเงินสำรองต่าง ๆ ตามกฎหมายและข้อบังคับของบริษัท

สำหรับเงินที่ได้จากกระดมทุนครั้งนี้ EB มีแผนไปใช้สำหรับการขยายสาขาและเป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจ รวมถึงการจัดซื้อสินค้าเพื่อจำหน่าย โดยบริษัทมีแผนขยายธุรกิจด้วยการเพิ่มเครือข่ายร้านค้าในพื้นที่ที่มีศักยภาพ ทั้งในกรุงเทพฯ และหัวเมืองสำคัญ ควบคู่กับการเพิ่มยอดขายจากสาขาที่เปิดดำเนินการอยู่แล้วและการขยายช่องทางออนไลน์ โดยบริษัทวางแผนเปิดสาขาใหม่จำนวน 33 สาขาในปี 2569 และอีก 35 สาขาในปี 2570 รวมเป็น 68 สาขาในช่วง 2 ปี

ขณะที่โครงสร้างผู้ถือหุ้นก่อน IPO ณ วันที่ 1 ก.ย. 2569 มีผู้ถือหุ้น บริษัท อัลติม่า บีพี โฮลดิ้ง จำกัด ถือหุ้นใหญ่ 33.36% นายหิรัญ ตันมิตร ถือหุ้น 28.11% นายปริญญา วะนะศุข ถือหุ้น 25.94% และ Ultimate Bliss Holdings Limited ถือหุ้น 11.77% ทั้งนี้ บริษัท อัลติม่า บีพี โฮลดิ้ง จำกัด และ Ultimate Bliss Holdings Limited เป็นบริษัทโฮลดิ้งที่นายหิรัญและนายปริญญาถือหุ้นฝ่ายละ 50%

ทั้งนี้ ภายหลังการเสนอขาย IPO สัดส่วนการถือหุ้นของบริษัท อัลติม่า บีพี โฮลดิ้ง จะลดลงเหลือ 25% นายหิรัญเหลือ 21.07% นายปริญญาเหลือ 19.44% และ Ultimate Bliss Holdings Limited เหลือ 8.82% ส่วนประชาชนทั่วไปจะเข้าถือหุ้นรวม 25.05% ทั้งนี้ หลังขายหุ้น IPO นายหิรัญและนายปริญญาจะมีสัดส่วนการถือหุ้นทั้งทางตรงและทางอ้อมรวมประมาณ 38.0% และ 36.4% ตามลำดับ ส่งผลให้ทั้งสองยังคงเป็นกลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่

สำหรับผลประกอบการ งวด 6 เดือนแรกปี 2569 มีรายได้รวม 2,762.52 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 597.98 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้รวม 2,370.39 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 568.09 ล้านบาท ขณะที่ปี
2568 บริษัทมีรายได้รวม 5,339.27 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 4,425.71 ล้านบาทในปี 2567 ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 1,218.75 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 1,101.51 ล้านบาทในปีก่อน

ทั้งนี้ EVEANDBOY ก่อตั้งเมื่อวันที่ 30 พ.ค.2559 ดำเนินธุรกิจค้าปลีกสินค้าด้านความงามและสุขภาพ ภายใต้ชื่อ "สารคามซูเปอร์มาร์เก็ต " ของครอบครัวของคุณหิรัญ ตันมิตร (บอย) เมื่อห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่เริ่มขยายตัวเข้าสู่ต่างจังหวัด ธุรกิจท้องถิ่นจึงต้องปรับตัว บอยและพี่สาว (อีฟ) จึงนำพื้นที่ส่วนหนึ่งในร้านมาทดลองขายน้ำหอมและเครื่องสำอางที่มาของชื่อร้าน การเปิดสาขาแรกที่จังหวัดมหาสารคามจึงเริ่มขึ้น ก่อนจะขยายไปที่จังหวัดขอนแก่น และได้ขยายสาขามาที่สยามสแควร์ เมื่อปี 2555 ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้แบรนด์เป็นที่รู้จักในวงกว้างยุคโซเชียลมีเดียเติบโตพร้อมกับกระแสรีวิวสินค้าใน YouTube, Facebook และ Instagram ทำให้วัยรุ่นและคนรุ่นใหม่แห่มาซื้อสินค้าจำนวนมาก

ปัจจุบัน EVEANDBOY มีช่องทางจำหน่ายหลักทั้งร้านค้าสาขาและช่องทางออนไลน์ ครอบคลุมเว็บไซต์ แอปพลิเคชั่น แพลตฟอร์ม E-Commerce และ Social Commerce ณ 30 มิ.ย.2569 กลุ่มบริษัทมีร้านค้ารวม 71 สาขา กระจายอยู่ในกรุงเทพฯ และจังหวัดสำคัญทั่วประเทศ และมีสินค้าจำหน่ายมากกว่า 24,000 หน่วยเก็บสินค้า (SKU) ครอบคลุมผลิตภัณฑ์หลัก 4 กลุ่มคือผลิตภัณฑ์ดูแลผิว เครื่องสำอาง น้ำหอม และผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคล