- กระทรวงการคลังร่วมกับธนาคารพันธมิตรเปิดตัว "สินเชื่อ AI นกกระซิบ" เพื่อเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการรายย่อยเข้าถึงแหล่งเงินทุน
- ใช้เทคโนโลยี AI วิเคราะห์ข้อมูลยอดขายจริงจากแอปพลิเคชัน "ถุงเงิน" มาเป็นหลักฐานสำคัญแทน Statement ในการพิจารณาสินเชื่อ
- มีเป้าหมายเพื่อช่วยเหลือกลุ่มพ่อค้าแม่ค้าที่มีศักยภาพและรายได้จริง แต่ขาดเอกสารทางการเงินหรือหลักประกัน ให้เข้าถึงสินเชื่อในระบบได้ง่ายขึ้น
การเข้าถึงสินเชื่อของพ่อค้าแม่ค้ารายย่อยอาจกำลังเปลี่ยนไป จากเดิมที่การขอสินเชื่อต้องมีเอกสารทางการเงินและ Statement เป็นหลัก วันนี้กระทรวงการคลังเตรียมเปิดตัว “สินเชื่อ AI นกกระซิบ” หวังใช้ข้อมูลจากการค้าขายจริงมาเป็นอีกหนึ่งหลักฐานในการพิจารณาสินเชื่อ
วันนี้ (10 ก.ย.) นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เตรียมเปิดตัวโครงการ “สินเชื่อ AI นกกระซิบ” ความร่วมมือระหว่างสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน และบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เพื่อเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการรายย่อยและพ่อค้าแม่ค้าเข้าถึงสินเชื่อในระบบได้ง่ายขึ้น
ภายใต้โครงการนี้ มีนายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน และนายสิทธิกร ดิเรกสุนทร กรรมการและผู้จัดการทั่วไป บสย. ร่วมขับเคลื่อน
นายเอกนิติ กล่าวว่า “นกกระซิบ” เป็นการนำเทคโนโลยี AI มาช่วยวิเคราะห์ข้อมูลของผู้ประกอบการ Micro SME เพื่อวางรากฐานให้ธุรกิจรายย่อยเข้าถึงแหล่งเงินทุนและมีโอกาสต่อยอดธุรกิจมากขึ้น
หัวใจสำคัญคือการเปลี่ยนมุมมองในการประเมินสินเชื่อ จากเดิมที่ต้องพึ่งพาเอกสารทางการเงินหรือหลักประกัน มาให้ความสำคัญกับ “ข้อมูลจากการค้าขายจริง” มากขึ้น เพราะแม้พ่อค้าแม่ค้าจะมีรายได้และมีกระแสเงินสด แต่หลายรายอาจไม่มี Statement ที่สะท้อนรายได้ทั้งหมด หรือไม่มีหลักประกันเพียงพอสำหรับการขอสินเชื่อ
สำหรับสินเชื่อนกกระซิบ จะนำข้อมูลสรุปยอดขายจาก “นกกระซิบ AI” บนแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” มาใช้เป็นหลักฐานประกอบการพิจารณาสินเชื่อ เพื่อสะท้อนรายได้และกระแสเงินสดที่เกิดขึ้นจริงจากการค้าขาย แทนการดูรายการเคลื่อนไหวในบัญชี หรือ Statement เพียงอย่างเดียว
พูดง่ายๆ คือ หากพ่อค้าแม่ค้ามียอดขายจริง มีเงินหมุนเวียนจริง ข้อมูลเหล่านี้จะถูกนำมาใช้ประกอบการประเมินความสามารถในการชำระหนี้ ทำให้คนที่ค้าขายเก่ง แต่เอกสารทางการเงินไม่พร้อม มีโอกาสเข้าถึงสินเชื่อในระบบมากขึ้น
ด้านนายทรงพล กล่าวว่า ธนาคารออมสินมีฐานข้อมูลลูกค้ารายย่อยกว่า 2.4 ล้านราย และเตรียมเชื่อมโยงข้อมูลผู้ค้าจากโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” มาใช้ประกอบการพิจารณาสินเชื่อด้วย โดยเน้นไปยังกลุ่มผู้ค้าที่ยังอยู่นอกฐานลูกค้าและยังเข้าไม่ถึงสินเชื่อในระบบ
จุดที่น่าสนใจของ “สินเชื่อนกกระซิบ” จึงไม่ได้อยู่ที่การใช้ AI เพียงอย่างเดียว แต่เป็นการนำ “ข้อมูลทางเลือก” เข้ามาช่วยมองเห็นศักยภาพของผู้กู้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นพฤติกรรมการชำระหนี้ ประวัติการรับ-จ่ายผ่าน QR Code และกระแสเงินหมุนเวียนจากการค้าขายจริง
ข้อมูลเหล่านี้จะถูกนำมาคำนวณร่วมกับเครดิตสกอร์ของธนาคาร หรือที่เรียกว่า “Behavior Score” เพื่อประเมินความสามารถในการชำระหนี้ของผู้ประกอบการแต่ละราย
ขณะเดียวกัน ข้อมูลจาก AI นกกระซิบจะทำงานร่วมกับระบบ “Ari-Score” ของกระทรวงการคลัง เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการวิเคราะห์สินเชื่อ
เป้าหมายสำคัญจึงไม่ใช่เพียงการปล่อยกู้เพิ่ม แต่คือการเปลี่ยนวิธีมองผู้ประกอบการรายย่อย จากเดิมที่อาจถูกตัดสินจากเอกสารและหลักประกัน มาเป็นการดูจาก “พฤติกรรมและรายได้ที่เกิดขึ้นจริง” เพื่อเปิดประตูให้พ่อค้าแม่ค้าและ Micro SME ที่มีศักยภาพ แต่ยังไม่มีเอกสารพร้อม เข้าถึงเงินทุนในระบบได้มากขึ้น


