ปตท. ร่อนหนังสือชี้แจงตลาดหลักทรัพย์ฯ หลังมีกระแสข่าวหาพันธมิตรต่างชาติลงทุนธุรกิจโรงกลั่นและปิโตรเคมี ยอมรับอยู่ระหว่างหารือและประเมินโอกาสกับพันธมิตรที่มีศักยภาพหลายราย หวังเสริมความสามารถแข่งขัน ความมั่นคงวัตถุดิบ การเข้าถึงตลาดและเทคโนโลยี แต่ย้ำขณะนี้ ยังไม่มีความคืบหน้าอย่างมีนัยสำคัญ และยังไม่ได้บรรลุข้อตกลงกับคู่เจรจารายใด พร้อมยืนยัน ปตท. จะยังเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่และมีอำนาจควบคุมธุรกิจดังกล่าว
บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT ชี้แจงตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2569 กรณีมีรายงานข่าวเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการนำพันธมิตรต่างชาติเข้ามาลงทุนในธุรกิจโรงกลั่นของบริษัทในกลุ่ม ปตท. โดยยืนยันว่า การแสวงหาพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ในธุรกิจโรงกลั่นและปิโตรเคมี เป็นหนึ่งในแนวทางที่บริษัทอยู่ระหว่างพิจารณาจริง แต่ปัจจุบันยังไม่มีข้อสรุปหรือข้อตกลงกับพันธมิตรรายใด
ปตท. ระบุว่า ที่ผ่านมาได้สื่อสารกับนักลงทุนอย่างต่อเนื่อง รวมถึงในการประชุมผู้ถือหุ้นว่า การแสวงหา พันธมิตรเชิงกลยุทธ์ (Strategic Partner) ในธุรกิจโรงกลั่นและปิโตรเคมี เป็นแนวทางหนึ่งที่ ปตท. พิจารณาเพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันและความแข็งแกร่งของกลุ่มธุรกิจในระยะยาว
เป้าหมายของการหาพันธมิตรครอบคลุมหลายด้าน ตั้งแต่ การสร้างความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ ความยืดหยุ่นในการจัดหาวัตถุดิบ การเพิ่มโอกาสเข้าถึงตลาด การพัฒนาเทคโนโลยี ตลอดจนการยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงาน
เหตุผลสำคัญมาจากธุรกิจโรงกลั่นและปิโตรเคมีกำลังเผชิญแรงกดดันจาก ภาวะกำลังการผลิตส่วนเกินและความผันผวนของตลาดพลังงานโลก ทำให้ ปตท. ต้องพิจารณาแนวทางเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของธุรกิจในระยะยาว
อย่างไรก็ตาม ประเด็นสำคัญจากคำชี้แจงครั้งนี้คือ ปตท. ยืนยันว่า ปัจจุบันอยู่ระหว่างหารือและประเมินโอกาสความร่วมมือกับพันธมิตรที่มีศักยภาพหลายราย แต่ยังไม่มีความคืบหน้าอย่างมีนัยสำคัญ และยังไม่ได้บรรลุข้อตกลงกับคู่เจรจารายใด
ดังนั้น จากถ้อยคำในหนังสือชี้แจง จึงยังไม่สามารถสรุปได้ว่า ปตท. จะเลือกพันธมิตรรายใด จะขายหรือเปิดให้เข้าถือหุ้นในบริษัทใด รวมถึงยังไม่มีการเปิดเผยสัดส่วนการลงทุนหรือมูลค่าธุรกรรม
พร้อมกันนี้ ปตท. วางกรอบสำคัญเอาไว้ว่า หากมีการนำพันธมิตรเชิงกลยุทธ์เข้ามาร่วมลงทุน โครงสร้างภายหลังการทำธุรกรรมจะต้องทำให้ ปตท. ยังคงเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่และมีอำนาจควบคุมในกลุ่มธุรกิจดังกล่าว เพื่อให้ทิศทางเชิงกลยุทธ์ยังอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ ปตท.
การดำเนินการใดๆ จะได้รับการพิจารณาอย่างรอบคอบ โดยคำนึงถึงประโยชน์ของธุรกิจ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เศรษฐกิจ และความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ รวมถึงต้องเป็นไปตามกฎหมายและผ่านกระบวนการพิจารณาและอนุมัติที่เกี่ยวข้อง
นอกจากนี้หากการหารือมีความคืบหน้าที่เป็นสาระสำคัญ ปตท.จะรายงานต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง


