บริษัทจดทะเบียนในตลาด Nasdaq อย่าง StablecoinX ประกาศแต่งตั้ง คริสโตเฟอร์ เจนเซน (Christopher Jensen) อดีตผู้บริหารระดับสูงจากกองทุนยักษ์ใหญ่ Franklin Templeton ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารคนใหม่ การปรับทัพผู้บริหารครั้งนี้สะท้อนนัยสำคัญต่อระบบนิเวศของ Ethena เนื่องจาก StablecoinX ถือครองโทเคน ENA มากที่สุดในโลกระดับองค์กร โดยมุ่งเป้าต่อยอดความสำเร็จและกำหนดทิศทางใหม่ของอุตสาหกรรมคริปโทเคอร์เรนซี
เจนเซนเข้ามารับไม้ต่อจาก เทด เฉิน (Ted Chen) ซึ่งจะขยับขึ้นไปรั้งตำแหน่งประธานกรรมการบริษัท ภายหลังจากผลักดัน StablecoinX เข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ Nasdaq ภายใต้ชื่อย่อ USDE ได้สำเร็จเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา การดึงตัวเจนเซนถือเป็นหมากกระดานสำคัญที่ตลาดทุนต้องจับตา เพราะเขาคืออดีตผู้จัดการกองทุนและผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยสินทรัพย์ดิจิทัล ผู้ปลุกปั้นทีมคริปโตให้กับ Franklin Templeton มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2561
สายสัมพันธ์ระหว่างซีอีโอคนใหม่กับโปรโตคอล Ethena ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ก่อนหน้านี้กองทุนร่วมลงทุนด้านบล็อกเชนของ Franklin Templeton ได้อัดฉีดเม็ดเงินในรอบระดมทุนบุกเบิกให้กับ Ethena ประสบการณ์ดังกล่าวทำให้เจนเซนคุ้นเคยกับโครงสร้างและศักยภาพของโปรเจกต์นี้อย่างลึกซึ้ง การก้าวเข้ามากุมบังเหียน StablecoinX จึงเป็นการตอกย้ำความเชื่อมั่นระดับสถาบันที่มีต่อทิศทางการเติบโตของบริษัท
จุดเด่นที่ทำให้ความเคลื่อนไหวนี้ส่งแรงกระเพื่อมต่อวงการคริปโต คือสถานะของ StablecoinX ปัจจุบันบริษัทกำโทเคน ENA ไว้กว่า 3.03 พันล้านเหรียญ คิดเป็นสัดส่วนมหาศาลถึงร้อยละ 20 ของอุปทานทั้งหมด โทเคนเหล่านี้มอบสิทธิขาดในการโหวตกำหนดทิศทางของโปรโตคอล Ethena ผู้ออกเหรียญ USDe ที่ผงาดขึ้นเป็นสเตเบิลคอยน์ใหญ่อันดับ 5 ของโลกด้วยมูลค่าหมุนเวียนเกือบ 4.4 พันล้านดอลลาร์
จังหวะการเปลี่ยนตัวแม่ทัพเกิดขึ้นเพียงหนึ่งสัปดาห์ภายหลังระบบนิเวศของ Ethena เดินหน้าเปิดตัวแอปพลิเคชัน Ethena Pay แพลตฟอร์มดูแลสินทรัพย์ด้วยตนเองที่เปิดทางให้ผู้ใช้งานสามารถใช้จ่ายและโอนเหรียญ USDe ได้โดยตรง การขยายโครงสร้างพื้นฐานนี้สอดรับกับวิสัยทัศน์ของสถาบันที่ต้องการผลักดันการใช้งานเหรียญให้กลายเป็นมาตรฐานใหม่ในโลกการเงินดิจิทัล
สำหรับความเคลื่อนไหวของราคาโทเคน ENA แม้ภาพรวมตั้งแต่ต้นปี พ.ศ. 2569 จะยังคงเผชิญแรงเทขายจนติดลบราวร้อยละ 20 กระนั้นสัญญาณการฟื้นตัวกลับปรากฏให้เห็นอย่างเด่นชัดในช่วงเดือนที่ผ่านมา ราคาเหรียญดีดตัวแรงกว่าร้อยละ 80 ทะยานขึ้นมาเคลื่อนไหวบริเวณ 0.16 ดอลลาร์ แรงซื้อที่ไหลกลับเข้ามาอย่างต่อเนื่องสะท้อนถึงความคาดหวังของนักลงทุนที่มีต่อกลยุทธ์ใหม่ภายใต้การนำทัพของซีอีโอดีกรีสถาบันการเงินระดับโลก


