xs
xsm
sm
md
lg

เปิดเงื่อนไข ไทยเที่ยวไทยพลัส 1 ล้านสิทธิ์ รัฐช่วยโรงแรมคืนละ 1,500 คาดเริ่มใช้ 1 พ.ย.

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



เดินหน้า “ไทยเที่ยวไทยพลัส” หลัง “สุรศักดิ์” หารือ “เอกนิติ” ได้ข้อสรุปกรอบล่าสุด ขยายโครงการจาก 5 แสนเป็น 1 ล้านสิทธิ์ ใช้เงินกู้ 3,500 ล้านบาท ล่าสุดคลังไฟเขียวแหล่งเงิน พร้อมปรับค่าที่พักเป็น Flat Rate รัฐช่วยตามจริงสูงสุดคืนละ 1,500 บาท พ่วง E-Coupon ร่วมจ่าย 50:50 เมืองหลักสูงสุด 1,500 บาท เมืองรอง 2,000 บาท ก่อนเสนอ ครม.พิจารณาอนุมัติขั้นสุดท้าย จ่อเปิดลงทะเบียนผ่าน “เป๋าตัง” เดือน ต.ค. เริ่มใช้ 1 พ.ย.

ความคืบหน้าโครงการ“ไทยเที่ยวไทยพลัส” มาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศมีความชัดเจนมากขึ้น หลังรัฐบาล กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และกระทรวงการคลัง เดินหน้าหารือรูปแบบโครงการ โดยล่าสุดกระทรวงการคลังเห็นชอบการใช้เงินกู้ภายใต้ พ.ร.ก.กู้เงิน วงเงิน3,500 ล้านบาท เพื่อรองรับโครงการจำนวน1 ล้านสิทธิ์

นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยความคืบหน้าว่า ได้หารือเรื่องโครงการไทยเที่ยวไทยพลัสกับนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และนายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง โดยยืนยันกรอบขยายโครงการจากเดิม 500,000 สิทธิ์ เป็น1 ล้านสิทธิ์ ใช้วงเงินจาก พ.ร.ก.กู้เงิน3,500 ล้านบาท และประชาชนหนึ่งคนสามารถใช้ได้สูงสุด 5 สิทธิ์

เดิมการจัดสรร 500,000 สิทธิ์ต้องใช้เงินประมาณ 1,750 ล้านบาท แต่ต้องการให้ประชาชนสามารถใช้สิทธิ์ได้จำนวนมากขึ้น จึงขยายเป็น 1 ล้านสิทธิ์ในคราวเดียว โดยมีเป้าหมายให้เม็ดเงินลงไปช่วยเหลือและกระตุ้นผู้ประกอบการภาคการท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ที่ผ่านมา

ล่าสุดมีรายงานว่า กระทรวงการคลังได้เห็นชอบแหล่งเงินกู้สำหรับโครงการวงเงิน3,500 ล้านบาท แล้ว ขณะที่กรอบมาตรการที่กระทรวงการคลังและกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาหารือร่วมกัน ได้ปรับรายละเอียดการสนับสนุนค่าที่พักและค่าใช้จ่ายระหว่างการเดินทางใหม่

โดยเตรียมเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาอนุมัติขั้นสุดท้าย ดังนั้นเงื่อนไขต่อไปนี้จึงเป็นกรอบล่าสุดก่อนมติ ครม. และต้องรอประกาศอย่างเป็นทางการยืนยันอีกครั้ง

เปิดเงื่อนไข “ไทยเที่ยวไทยพลัส” ก่อนใช้

สำหรับกรอบล่าสุดกำหนดให้รัฐช่วยค่าที่พักตามราคาจริง สูงสุด 1,500 บาทต่อห้องต่อคืน โดยประชาชนใช้ได้สูงสุดคนละ 5 สิทธิ์ หรือ 5 คืน

จุดนี้ต่างจากระบบ “คนละครึ่ง” เพราะค่าที่พักไม่ได้กำหนดว่ารัฐออกให้ 50% แต่เป็นการช่วยตามจริงโดยมีเพดาน 1,500 บาท

ตัวอย่าง หากห้องพักราคา 1,200 บาท รัฐช่วยได้ 1,200 บาท แต่หากห้องราคา 2,500 บาท รัฐช่วยสูงสุด 1,500 บาท ผู้ใช้สิทธิ์ต้องจ่ายส่วนต่าง 1,000 บาทเอง

ดังนั้นหากใช้ครบ 5 คืน คาดว่ารูปแบบคือรัฐสามารถช่วยค่าที่พักได้สูงสุด7,500 บาทต่อคน

E-Coupon เป็น “คนละครึ่ง”ต่างจากค่าห้อง

อีกส่วนที่ต้องแยกออกจากค่าที่พักคือE-Coupon สำหรับนำไปใช้จ่ายระหว่างการท่องเที่ยว ซึ่งกำหนดเป็นระบบCo-payment 50:50 หรือรัฐและประชาชนร่วมกันจ่ายคนละครึ่ง

กรอบล่าสุดแบ่งการสนับสนุนเป็น หากเริ่มใช้ในเมืองหลัก ได้วงเงินสนับสนุนสูงสุด1,500 บาทและหากเริ่มใช้ในเมืองรอง ได้วงเงินสนับสนุนสูงสุด2,000 บาท

ดังนั้นคำว่า E-Coupon 2,000 บาทไม่ได้หมายถึงรัฐแจกเงินสด 2,000 บาทให้ใช้ทันที แต่เป็นวงเงินที่รัฐใช้ร่วมจ่ายตามเงื่อนไข 50:50

ตัวอย่าง หากรายการใช้จ่ายเข้าเงื่อนไข 1,000 บาท ระบบ 50:50 จะหมายถึงประชาชนออก 500 บาท และรัฐสนับสนุนอีก 500 บาท

หากต้องการใช้วงเงินสนับสนุนจากรัฐเต็ม 2,000 บาท จึงต้องมีการใช้จ่ายที่เข้าเงื่อนไขรวม 4,000 บาท โดยประชาชนจ่าย 2,000 บาท และรัฐช่วยอีก 2,000 บาท ทั้งนี้ต้องรอหลักเกณฑ์ทางการยืนยันวิธีคำนวณและเพดานการใช้ต่อวันอีกครั้ง

ส่องเหตุผลเมืองรองได้มากกว่า

นอกจากนี้ยังมีแนวคิดการกำหนด E-Coupon เมืองรองสูงกว่าเมืองหลัก สะท้อนเป้าหมายของรัฐบาลที่ต้องการใช้มาตรการนี้ไม่เพียงเพิ่มจำนวนการเดินทาง แต่ต้องการกระจายเม็ดเงินออกจากจังหวัดท่องเที่ยวหลักไปสู่เมืองรอง

กรอบล่าสุดจึงให้แรงจูงใจผ่าน E-Coupon สูงสุด2,000 บาทสำหรับเมืองรอง เทียบกับ1,500 บาทสำหรับเมืองหลัก

หากนักท่องเที่ยวใช้สิทธิ์ครบ 5 คืน และเข้าเงื่อนไขได้รับการสนับสนุนเมืองรองเต็มเพดานในทุกวัน ในทางทฤษฎีรัฐอาจสนับสนุนสูงสุด
ค่าที่พัก 1,500 × 5 คืน = 7,500 บาทและ
E-Coupon 2,000 × 5 = 10,000 บาท

รวมวงเงินสนับสนุนจากรัฐสูงสุด17,500 บาทต่อคน แต่ก็ไม่ใช่ว่า 10,000 บาทในส่วน E-Coupon เป็นวงเงินร่วมจ่าย 50:50 ไม่ใช่เงินสดที่รัฐแจกให้ประชาชน 10,000 บาท

ลงทะเบียน ต.ค. เริ่มใช้ 1 พ.ย.

สำหรับกำหนดการ นายสุรศักดิ์เปิดเผยว่า เบื้องต้นเตรียมใช้แอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” เป็นช่องทางหลักในการดำเนินโครงการ โดยกรอบล่าสุดมีรายงานว่าเตรียมเปิดให้ผู้ประกอบการและประชาชนเข้าสู่กระบวนการลงทะเบียนในช่วง1–25 ตุลาคม 2569 และตั้งเป้าให้ประชาชนเริ่มเดินทางและใช้สิทธิ์ได้ตั้งแต่1 พฤศจิกายน 2569

กำหนดการดังกล่าวมีพัฒนาการจากข้อมูลก่อนหน้านี้ เพราะช่วงปลายเดือนสิงหาคมเคยมีการตั้งเป้าเปิดระบบตั้งแต่วันที่1 ตุลาคม 2569 ขณะที่รายละเอียดและหลักเกณฑ์ของโครงการยังอยู่ระหว่างการหารือ

ดังนั้น วันและขั้นตอนการลงทะเบียนของประชาชนกับผู้ประกอบการอาจไม่เหมือนกัน และควรรอประกาศอย่างเป็นทางการเพื่อยืนยันว่าใครสามารถลงทะเบียนได้ตั้งแต่วันใด

งดใช้สิทธิ์ช่วงปีใหม่

อีกเงื่อนไขสำคัญที่เพิ่มเข้ามาในกรอบล่าสุดคือการกำหนดBlackout Period หรือช่วงงดใช้สิทธิ์ ระหว่างวันที่ 15 ธันวาคม 2569 ถึง 15 มกราคม 2570 ซึ่งครอบคลุมเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่

เหตุผลของการเว้นช่วงดังกล่าว เนื่องจากเป็นช่วงHigh Season ที่มีความต้องการเดินทางสูงอยู่แล้ว การนำเงินของรัฐเข้าไปอุดหนุนในช่วงที่โรงแรมและแหล่งท่องเที่ยวมีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก อาจสร้างการเดินทางเพิ่มเติมได้น้อยกว่าการนำงบประมาณไปกระตุ้นช่วงที่ความต้องการเดินทางต่ำกว่า

หากกรอบนี้ได้รับอนุมัติตามที่เสนอ ช่วงใช้สิทธิ์จึงจะแบ่งออกเป็นช่วงแรกตั้งแต่1 พฤศจิกายน–14 ธันวาคม 2569ก่อนหยุดใช้สิทธิ์15 ธันวาคม 2569–15 มกราคม 2570 และกลับมาใช้สิทธิ์อีกครั้งตั้งแต่16 มกราคม 2570เป็นต้นไป โดยวันสิ้นสุดโครงการต้องรอประกาศอย่างเป็นทางการ

ใช้สิทธิ์อย่างไร

ในทางปฏิบัติ คาดว่าประชาชนจะต้องลงทะเบียนและยืนยันตัวตนผ่านระบบ จากนั้นเลือกและจองที่พักที่เข้าร่วมโครงการ เมื่อเข้าพัก รัฐจะสนับสนุนค่าที่พักตามจริงไม่เกิน1,500 บาทต่อคืน และเมื่อเข้าเงื่อนไขจะได้รับสิทธิ์ E-Coupon สำหรับใช้จ่ายกับผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการ

กรอบล่าสุดยังระบุว่า E-Coupon จะเชื่อมโยงกับการเข้าพักจริง โดยสิทธิ์จะเริ่มใช้ได้ภายหลังการเช็กอินที่พัก เพื่อให้การสนับสนุนค่าใช้จ่ายเกิดขึ้นจากการเดินทางจริง

ส่วนประเภทกิจการที่มีการหารือให้ใช้ E-Coupon ครอบคลุมทั้งร้านอาหาร สปา รถรับจ้าง เรือท่องเที่ยว แพ็กเกจทัวร์ และร้านของฝากหรือของที่ระลึก ที่เข้าร่วมโครงการ

นอกจากนี้ ยังมีการหารือถึงการเปิดทางให้ที่พักบางประเภทที่ยังไม่มีใบอนุญาตโรงแรม แต่เข้าสู่ระบบและเสียภาษีอย่างถูกต้อง สามารถเข้าร่วมโครงการได้ โดยต้องมีการตรวจสอบและประสานกับกระทรวงมหาดไทยอีกครั้ง

อย่างไรก็ตามวิธีจองโรงแรม ช่องทางการชำระเงิน ระยะเวลาที่ต้องจองล่วงหน้า วิธีรับและใช้ E-Coupon รายชื่อกิจการที่เข้าร่วม การแบ่งเมืองหลัก–เมืองรอง ตลอดจนรายละเอียดการลงทะเบียนของประชาชนและผู้ประกอบการยังต้องรอหลักเกณฑ์อย่างเป็นทางการหลัง ครม.พิจารณา