สัปดาห์ที่ผ่านมา สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ประกาศใช้มาตรการลงโทษขบวนการปั่นหุ้นถี่ยิบ 3 คดีซ้อน เริ่มจากคดีปั่นหุ้นบริษัท ไทยพาร์เซิล จำกัด (มหาชน) หรือ TPL หุ้นบริษัท เมตะ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ META และปิดท้ายด้วยหุ้นบริษัท มัลติแบกซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ MBAX ผู้ร่วมขบวนการปั่นหุ้นทั้งหมดรวม 23 คน แม้จะสร้างความเสียหายให้นักลงทุนจำนวนนับหมื่นราย แต่ถูกลงโทษเพียงปรับเงินเท่านั้น
คดีปั่นหุ้น MBAX มีนายขจรเกียรติ อึ้งอร่าม ปฏิบัติการปั่นเพียงคนเดียว และถูกสั่งปรับ 11.56 ล้านบาทเท่านั้น ซึ่งถือเป็นโทษสถานเบา
เหตุใดคดีปั่นหุ้น การสร้างภาพลวงตาหลอกต้มนักลงทุน ปล้นเงินจากประชาชนในตลาดหุ้น จึงไม่ลดลง ทั้งที่เป็นการก่ออาชญากรรมร้ายแรง ปล้นเงินนักลงทุนแต่ละครั้งนับร้อยนับพันล้านบาท สร้างความเสียหายหนักยิ่งกว่าอาชญากรที่ปล้นเงินชาวบ้านทั่วไปตามตรอกซอกซอยเสียอีก
บทลงโทษบรรดาเหล่าอาชญากรในตลาดหุ้น ส่วนใหญ่ถูกดำเนินคดีทางแพ่ง และถ้ายินยอมจ่ายค่าปรับ คดีก็ปิด
คดีปั่นหุ้นที่ ก.ล.ต. ประกาศกล่าวโทษทางอาญาหรือลงโทษทางแพ่ง ยังมีอีกมากมายที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ และ ก.ล.ต. ตรวจสอบไม่พบ
แก๊งปั่นหุ้นอีกจำนวนมากจึงลอยนวล และสถาปนาตัวเองเป็น “เสี่ยหุ้น” อวดอ้างความ “เก่ง” ในการเล่นหุ้น ทั้งที่เบื้องหลังคือการ “เล่นโกง”
ก.ล.ต. และตลาดหลักทรัพย์ฯ ยืนยันมาตลอดว่ากฎหมายและบทลงโทษนักปั่นหุ้นรุนแรงเพียงพอแล้ว และมีมาตรการตรวจสอบ กำกับควบคุมดูแลพฤติกรรมการปั่นหุ้นอย่างเข้มข้น
แต่ทำไมการปั่นหุ้นจึงไม่หมดไปเสียที ทำไมโจรปั่นหุ้นจึงยังชุกชุมในตลาดหุ้นไทย
คำตอบคือ โจรปั่นไม่กลัวกฎหมาย ไม่เกรง ก.ล.ต. และตลาดหลักทรัพย์ ไม่หวั่นไหวต่อบทลงโทษใด เพราะแม้ถูกดำเนินคดีอาญา ก็สามารถวิ่งเต้นล้มคดีได้ แม้จะมีคดีปั่นหุ้นติดตัวนับสิบคดีก็ตาม
บรรดาอาชญากรในตลาดหุ้นไม่มีความเชื่อในกฎแห่งกรรม ไร้ความเมตตาปราณี ใครจะล่มจมหมดตัวไม่เคยคำนึงถึง เพราะจุดมุ่งหมายสูงสุดในชีวิตมีเพียงประการเดียว คือการตักตวงความมั่งคั่งใส่ตัวให้มากที่สุด ใครจะบรรลัยก็ช่าง และนำเงินที่ได้จากการทำบาปไปต่อยอด สร้างที่ยืนให้ตัวเองในสังคมระดับสูง มีเส้นสายทางการเมืองและข้าราชการระดับสูง โดยเฉพาะคนในเครื่องแบบ ซึ่งสามารถวิ่งเต้นหากตัวเองมีคดีได้
หุ้นเก็งกำไรขนาดเล็ก ปัจจุบันดูเหมือนสงบราบคาบ แต่โดยข้อเท็จจริงแล้ว แก๊งปั่นหุ้นไม่ได้หายไปไหน เพียงแต่ฝังตัวซุ่มซ่อนอยู่ รอจังหวะเวลาเพื่อเปิดปฏิบัติการครั้งใหม่
การประกาศลงโทษแก๊งปั่นหุ้นอย่างถี่ยิบในช่วงนี้ ในแง่มุมหนึ่งอาจสะท้อนว่า ก.ล.ต. และตลาดหลักทรัพย์ฯ ยังทำหน้าที่ตรวจสอบและดำเนินคดีอย่างเข้มข้นกับแก๊งปั่นหุ้น
แต่อีกแง่มุมหนึ่ง กลับสะท้อนว่าพฤติกรรมการปั่นหุ้นไม่ได้ลดน้อยถอยลงแต่อย่างใด ประชาชนผู้ลงทุนในตลาดหุ้นจึงยังตกอยู่ในอันตราย พร้อมถูกประทุษร้ายได้ตลอดเวลา
ผู้บริหาร ก.ล.ต. และตลาดหลักทรัพย์ฯ ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันมาตลอด แต่ยังไม่มีใครกำจัดแก๊งปั่นหุ้นให้สิ้นซากได้เลย
และไม่เคยมีผู้บริหาร ก.ล.ต. หรือผู้บริหารตลาดหลักทรัพย์ฯ คนใดออกมาบอกสาธารณชนให้หายข้องใจว่า ทำไมจึงปราบแก๊งปั่นหุ้นไม่หมดเสียที ติดปัญหาอะไร แก้ไขไม่ได้ตรงจุดไหน และประชาชนผู้ลงทุนจะต้องตกเป็นเหยื่อหุ้นปั่นอีกเท่าไหร่


