CryptoQuant ประเมินบิทคอยน์กำลังเข้าสู่ช่วงเริ่มต้นตลาดกระทิงรอบใหม่ หลังราคาพุ่งกว่า 25% ในเวลาไม่ถึงสัปดาห์ โดยมีแรงหนุนจากแผนซื้อคืนพันธบัตรของกระทรวงการคลังสหรัฐ และท่าทีของโดนัลด์ ทรัมป์ ต่อการถือครองบิทคอยน์เป็นทุนสำรอง แต่ดัชนี Bull Score ที่พุ่งเร็วเกินไปในรอบปี และอัตรากำไรที่ยังไม่รับรู้ของนักเทรดที่แตะระดับสูงสุดในรอบปี กำลังส่งสัญญาณเตือนที่ขัดแย้งกับความคึกคักบนหน้าฟีด ขณะที่เม็ดเงินไหลเข้าเว็บเทรดพุ่งทำสถิติ
ตลาดคริปโทเคอร์เรนซีกลับมาคึกคักอีกครั้งเมื่อบิทคอยน์ทะยานทะลุ 81,000 ดอลลาร์ พุ่งขึ้นมากกว่า 25% นับจากสัปดาห์ก่อนหน้า แพลตฟอร์มวิเคราะห์ออนเชน CryptoQuant ระบุว่านี่คือสัญญาณเริ่มต้นของตลาดกระทิงรอบใหม่ ทว่าคำเตือนที่แนบมาด้วยนั้นสำคัญไม่แพ้กัน เพราะการยืนยันสถานะขาขึ้นอย่างเป็นทางการต้องรอให้ราคาปิดเหนือเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 365 วันซึ่งอยู่ที่ราว 83,000 ดอลลาร์ ขณะที่ราคาปิดล่าสุดยังต่ำกว่าเส้นดังกล่าวราว 5% นั่นหมายความว่าสิ่งที่ตลาดกำลังเฉลิมฉลองอยู่ในขณะนี้ ยังเป็นเพียงการดีดตัวก่อนถึงบททดสอบจริง ไม่ใช่ชัยชนะที่ยืนยันแล้ว
แรงหนุนจากนโยบายรัฐ ไม่ใช่พื้นฐานตลาดล้วนๆ
ปัจจัยที่ผลักดันราคาครั้งนี้มาจากทิศทางนโยบายมหภาคเป็นหลัก กระทรวงการคลังสหรัฐเตรียมเพิ่มวงเงินซื้อคืนพันธบัตรรัฐบาลระยะยาวเป็นสองเท่า อย่างน้อย 4 พันล้านดอลลาร์ต่อรอบ เริ่มตั้งแต่วันที่ 9 กันยายน 2569 ซึ่งเป็นสัญญาณสภาพคล่องที่นักลงทุนคริปโตตีความเป็นข่าวดีทันที ประกอบกับท่าทีของโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ส่งสัญญาณว่ารัฐบาลสหรัฐอาจเข้าซื้อบิทคอยน์เป็นทุนสำรอง จุดที่ต้องตั้งคำถามคือ ราคาที่พุ่งขึ้นรอบนี้อิงกับความต้องการใช้งานจริงในระบบเศรษฐกิจ หรืออิงกับความคาดหวังทางการเมืองที่ยังไม่มีอะไรรับประกันว่าจะเกิดขึ้นจริง
ฮูลิโอ โมเรโน หัวหน้าฝ่ายวิจัยของ CryptoQuant ระบุว่าตามสถิติในอดีต ตลาดกระทิงจะเริ่มต้นอย่างเป็นทางการเมื่อราคาทะลุเส้นค่าเฉลี่ย 365 วันขึ้นไปเท่านั้น หากราคาไม่สามารถทะลุ 83,000 ดอลลาร์ได้อย่างเด็ดขาด ตลาดมีความเสี่ยงที่จะเผชิญการปรับฐานตั้งแต่ช่วงต้นของสิ่งที่หลายฝ่ายเพิ่งเรียกว่า "กระทิงรอบใหม่"
ดัชนีความเชื่อมั่นพุ่งเร็วเกินไป สัญญาณอันตรายที่ถูกมองข้าม
ดัชนี Bull Score ของ CryptoQuant กระโดดจากระดับ 30 ไปแตะ 80 ภายในหนึ่งสัปดาห์ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2568 ช่วงที่ราคาบิทคอยน์เคยอยู่ที่ 124,000 ดอลลาร์ ความต้องการทั้งในตลาดสปอตและฟิวเจอร์สเติบโตพร้อมกันเป็นครั้งแรกตั้งแต่ปลายปีก่อน สะท้อนทั้งการสะสมเหรียญจริงและการกลับมาใช้เลเวอเรจเก็งกำไร แต่ความเร็วของการพุ่งขึ้นในระดับนี้เองที่เป็นดาบสองคม เพราะตลาดที่ร้อนแรงเร็วเกินไปมักจะสุกงอมสำหรับแรงเทขายทำกำไรเร็วพอกัน
อัตรากำไรที่ยังไม่รับรู้ของนักเทรดพุ่งแตะ 20.5% สูงสุดนับตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2568 ซึ่งในอดีตระดับนี้มักเป็นจุดกระตุ้นให้เกิดการเทขายทำกำไรจริง ข้อมูลล่าสุดยืนยันแนวโน้มดังกล่าวแล้ว กลุ่มวาฬหน้าใหม่และผู้ถือครองระยะสั้นเริ่มทยอยขายทำกำไร กวาดเม็ดเงินออกไปแล้วถึง 1.2 พันล้านดอลลาร์ระหว่างวันที่ 20 ถึง 22 สิงหาคม 2569 นี่ไม่ใช่แค่ตัวเลขทางสถิติ แต่คือหลักฐานว่าฝั่งที่ทำกำไรอยู่แล้วเริ่มลงมือขายจริงในช่วงที่ตลาดกำลังฉลองราคาขาขึ้น
เม็ดเงินไหลเข้าเว็บเทรดพุ่ง สัญญาณเตือนที่ไม่ควรมองข้าม
ปริมาณเหรียญไหลเข้าแพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ บิทคอยน์ไหลเข้าแตะ 53,000 เหรียญ Ethereum ทะลักเข้า 1.7 ล้านเหรียญ และ XRP พุ่งแตะ 460 ล้านเหรียญ ล้วนเป็นสถิติสูงสุดนับตั้งแต่กลางปี พฤติกรรมโอนเหรียญจำนวนมากเข้าเว็บเทรดอย่าง Binance หลังราคาพุ่งแรง ในทางเทคนิคมักไม่ได้แปลว่านักลงทุนมั่นใจในขาขึ้น แต่มักสะท้อนเจตนาตรงข้าม คือเตรียมกระจายเหรียญขายทำกำไรหรือป้องกันความเสี่ยง สภาพคล่องฝั่งขายที่กำลังสะสมตัวอยู่นี้ต่างหากที่นักลงทุนควรจับตา มากกว่าตัวเลขราคาที่ทำสถิติใหม่รายวัน เพราะสุดท้ายแล้ว ตลาดที่ยืนบนความหวังเรื่องนโยบายรัฐมากกว่าพื้นฐานอุปสงค์จริง มักเปราะบางกว่าที่ราคาบนกระดานจะบอกเสมอ


