xs
xsm
sm
md
lg

JSP เผยยอดขายสินค้าตู้กดยา พบถุงยางอนามัยเป็นสินค้ายอดฮิต

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์




'โรงงานเภสัชอุตสาหกรรม เจเอสพีฯ " เปิดอินไซด์ 4 สินค้ายอดฮิตในตู้กดยาอัตโนมัติจำนวน 185 ตู้ พบย่านมหาวิทยาลัยเลือกซื้อผลิตภัณฑ์สุขภาพทางเพศคิดเป็นสัดส่วนถึง 29% โดนใจ Gen Z ชี้ถือเป็นสัญญาณดี เด็กรุ่นใหม่เน้นการป้องกัน โดยเฉพาะสถานการณ์ปัจจุบันที่ต้องเฝ้าระวังการระบาดใหม่ HIV และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ยังน่ากังวล  เดินหน้าขยายพอร์ตผลิตภัณฑ์และช่องทางจำหน่ายทั้งออฟไลน์ ออนไลน์ และตู้อัตโนมัติ เพื่อเพิ่มการเข้าถึงผลิตภัณฑ์สุขภาพ พร้อมสร้างโอกาสการเติบโตในระยะยาว



นายพิษณุ แดงประเสริฐ ประธานบริษัท โรงงานเภสัชอุตสาหกรรม เจเอสพี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ JSP เปิดเผยว่า จากการรวบรวมข้อมูลการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ผ่านตู้กดยาอัตโนมัติจำนวน 185 ตู้ ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ในช่วง 1 ปีล่าสุด พบพฤติกรรมการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์สุขภาพทางเพศคิดเป็นสัดส่วนถึง 29% ของยอดจำหน่ายทั้งหมด โดย 4 อันดับกลุ่มสินค้าที่มียอดจำหน่ายสูงสุด ได้แก่ ถุงยางอนามัย ยอดขาย 1,612,497 บาท  ,เจลลี่แก้เแฮงค์ ยอดขาย 636,333 บาท
, เจลหล่อลื่น ยอดขาย 609,375 บาท  และชุดตรวจแบบ 4IN1 ยอดขาย 480,965 บาท


ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาสัดส่วนยอดขายแยกตามหมวดหมู่สินค้า ผลิตภัณฑ์สุขภาพทางเพศจะมียอดขายสูงเป็นพิเศษจากตู้กดยาที่ตั้งอยู่ย่านมหาวิทยาลัยในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล ตามด้วยยาสามัญประจำบ้าน 16.2% ขณะที่อันดับ 3-5 ได้แก่ ลูกอม/ยาอม สัดส่วน 12.8%, ของใช้ส่วนตัว/สุขอนามัย สัดส่วน 12.6% และ ชุดตรวจสุขภาพ สัดส่วน 11.0% ตามลำดับ สะท้อนให้เห็นว่า ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับความสะดวกในการเข้าถึงผลิตภัณฑ์สุขภาพมากขึ้น โดยเฉพาะสินค้าสุขภาพทางเพศ ซึ่งลักษณะของตู้อัตโนมัติช่วยให้ผู้บริโภคสามารถเลือกซื้อสินค้าได้ด้วยตนเอง มีความเป็นส่วนตัว และเข้าถึงสินค้าได้โดยไม่ถูกจำกัดด้วยช่วงเวลาการให้บริการของร้านค้า


อย่างไรก็ตามมองว่าปรากฏการณ์นี้เป็นปัจจัยบวกในด้านสุขอนามัยของกลุ่มวัยรุ่นที่ให้ความสำคัญกับการป้องกัน โดยเฉพาะปัจจุบันที่ สถานการณ์การการแพร่ระบาดของเชื้อ HIV ในประเทศไทยยังเป็นประเด็นที่ต้องเฝ้าระวัง โดยล่าสุดยังพบผู้ติดเชื้อรายใหม่เฉลี่ย 8,000–9,000 รายต่อปี ขณะที่กลุ่มประชากรอายุ 15–24 ปีมีแนวโน้มการติดเชื้อเพิ่มขึ้น ด้านกรมควบคุมโรค พบว่าสถานการณ์โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ในกลุ่มเยาวชนยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างน่ากังวล โดยข้อมูลในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา พบผู้ป่วยโรคซิฟิลิสเพิ่มขึ้น 2.7 เท่า จาก 4,326 ราย เป็น 11,813 ราย ขณะที่โรคหนองในเพิ่มขึ้น 2.5 เท่า จาก 3,912 ราย เป็น 9,897 ราย โดยหนึ่งในความท้าทายสำคัญไม่ใช่การขาดเครื่องมือป้องกัน แต่เป็นเรื่องการรับรู้ความเสี่ยงและการเข้าถึงการป้องกัน จึงสะท้อนถึงความสำคัญของการสร้างความรู้เรื่องเพศสัมพันธ์ที่ปลอดภัย ควบคู่กับการเพิ่มช่องทางให้ประชาชนสามารถเข้าถึงอุปกรณ์ป้องกันได้อย่างสะดวกมากขึ้น


“บริษัทฯ มองว่าการเพิ่มช่องทางเข้าถึงผลิตภัณฑ์และอุปกรณ์ป้องกันเป็นอีกหนึ่งส่วนที่สามารถสนับสนุนการดูแลสุขภาพทางเพศ โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่เริ่มมีอิสระในการใช้ชีวิต อย่างไรก็ตามจากการสำรวจพบว่าผู้ซื้อกลุ่มนี้มีความสบายใจในการซื้อผ่านตู้กดยา เพราะมีความส่วนตัวไม่ต้องเผชิญหน้ากับพนักงานขายสินค้า ด้วยความตอบโจทย์นี้จึงส่งผลให้ยอดจำหน่ายย้อนหลัง 1 ปีของ “ตู้ยาอุ่นใจใกล้คุณ” มีสินค้าสุขภาพทางเพศมียอดจำหน่ายสูงสุดเป็นอันดับ 1 คิดเป็นสัดส่วนถึง 29% บริษัทจึงพร้อมสนับสนุนการเพิ่มจุดให้บริการในพื้นที่ที่เหมาะสม เพื่อช่วยให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์ที่จำเป็นได้ง่ายยิ่งขึ้น” นายพิษณุ กล่าว


ทั้งนี้ JSP ยังคงเดินหน้ากลยุทธ์การเติบโตในธุรกิจสุขภาพอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ครอบคลุมความต้องการด้านสุขภาพที่หลากหลาย ทั้งผลิตภัณฑ์ยา อาหารเสริม และผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ ควบคู่กับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่และขยายช่องทางจำหน่ายให้เข้าถึงผู้บริโภคในวงกว้างมากขึ้น ทั้งช่องทางร้านค้า ออนไลน์ และช่องทางรูปแบบใหม่อย่างตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ เพื่อสร้างโอกาสการเติบโตจากตลาดสุขภาพที่มีแนวโน้มขยายตัว พร้อมผลักดัน JSP สู่การเป็นผู้ให้บริการด้านสุขภาพที่ครอบคลุมและตอบโจทย์ผู้บริโภคในทุกช่วงวัย