ผู้ถือหุ้นรายย่อยจำนวนเกือบ 9 พันชีวิตในบริษัท ช.ทวี จำกัด (มหาชน) หรือ CHO คงทำใจกันไว้แล้วว่า เงินที่ลงทุนกับบริษัทจดทะเบียนในตลาด MAI แห่งนี้จะสูญสลาย ไม่มีโอกาสได้คืน เพราะฐานะบริษัทย่ำแย่หนัก งบการเงินมีปัญหา ผู้สอบบัญชีไม่แสดงความเห็นมาตลอด และมีธุรกรรมอันต้องสงสัยในความไม่โปร่งใสซ้ำเติมเข้ามาอีก
ล่าสุด สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) สั่งให้ CHO เปิดเผยข้อมูลและทบทวนความสมเหตุสมผลของการเข้าทำธุรกรรมซื้อซอฟต์แวร์ ภายในวันที่ 27 สิงหาคม 2569
CHO กำลังทำธุรกรรมได้มาซึ่งสินทรัพย์ประเภทซอฟต์แวร์ มูลค่า 1,400 ล้านบาท โดยชำระราคาด้วยการออกและเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้ผู้ขาย โดยจะจัดประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นวันที่ 28 สิงหาคม 2569 เพื่อขออนุมัติการออกและจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่บุคคลในวงจำกัด (PP) จำนวน 190.47 ล้านหุ้น ราคาหุ้นละ 7.35 บาท มูลค่ารวมไม่เกิน 1,400 ล้านบาท
แม้บริษัทที่ปรึกษาทางการเงินอิสระ (IFA) เห็นว่าการทำธุรกรรมมีความสมเหตุสมผล แต่ได้ประเมินมูลค่ายุติธรรมของซอฟต์แวร์ที่จะซื้อในครั้งนี้ มีมูลค่าเพียง 131.11–146.46 ล้านบาทเท่านั้น การซื้อซอฟต์แวร์ที่ราคา 1,400 ล้านบาท จึงเป็นการซื้อในราคาที่สูงกว่ามูลค่ายุติธรรม ขณะที่ ก.ล.ต. มีข้อสังเกตเกี่ยวกับซอฟต์แวร์หลายประการ
หุ้น CHO ถูกขึ้นเครื่องหมาย SP พักการซื้อขายตั้งแต่วันที่ 4 มีนาคม 2569 เนื่องจากไม่ส่งงบการเงินปี 2568 ตามระยะเวลาที่กำหนด และยังถูกขึ้นเครื่องหมาย CB เนื่องจากส่วนของผู้ถือหุ้นต่ำกว่าทุนจดทะเบียน โดยผลประกอบการขาดทุนหนักหลายปีติดต่อ จนมียอดขาดทุนสะสม 4,124 ล้านบาท นอกจากนี้ผู้สอบบัญชียังไม่แสดงความเห็นต่องบการเงินติดต่อกันหลายไตรมาส
งวด 6 เดือนแรกปี 2569 CHO มีรายได้รวม 50.82 ล้านบาท แต่มีผลขาดทุน 141.46 ล้านบาท ส่วนราคาหุ้นลดลงต่อเนื่องมาตลอดหลายปี โดยราคาปิดครั้งสุดท้ายเหลือเพียง 2 สตางค์
ธุรกรรมการซื้อซอฟต์แวร์ในราคาที่สูงเกินจริง จากราคาประเมินของ IFA จนถูก ก.ล.ต. สั่งให้ชี้แจงและทบทวนการทำรายการ เป็นอีกข้อสงสัยในพฤติกรรมของฝ่ายบริหารบริษัทฯ เพราะเป็นธุรกรรมที่เข้าข่ายไม่โปร่งใส
นักลงทุนรายใหญ่บางคน นิยมเข้าไปกวาดเก็บหุ้นบริษัทจดทะเบียนขนาดเล็กซึ่งถูกปั่นราคาจนช้ำ หรือถูกไซฟ่อนเงินออกจนบริษัทแทบเหลือแต่ซาก โดยกว้านซื้อหุ้นที่ราคาเหลือเพียงไม่กี่สตางค์ จนกลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ และเข้าควบคุมการบริหารงานบริษัทฯ ก่อนปรับเปลี่ยนฝ่ายบริหาร ส่งนอมินีเข้าไปนั่งเป็นกรรมการแทน และวางแผนทำธุรกรรมซื้อขายทรัพย์สิน เพื่อสูบเงินที่ยังหลงเหลือก้อนสุดท้ายออกจากบริษัทจดทะเบียน
ความร่ำรวยในพริบตาของนักลงทุนรายใหญ่ชื่อกระฉ่อนบางคน ได้มาจากการทำธุรกรรมซื้อหรือขายทรัพย์สินของบริษัท โดยอาจขายทรัพย์สินบริษัทในราคาต่ำ ๆ หรือซื้อทรัพย์สินในราคาแพงเกินจริง และนำส่วนต่างกลับมาเป็นเงินทอน ไซฟ่อนเงินเข้ากระเป๋าตัวเอง
นักลงทุนรายใหญ่บางคนชอบคุยโม้โอ้อวด เดินสายออกรายการบนโลกโซเชียลที่พิธีกรไร้สำนึกความรับผิดชอบต่อประชาชนผู้ลงทุน โดยเชิญนักปั่นหุ้นไปแหกตาชาวบ้านว่าเป็นกูรูผู้รู้เรื่องหุ้น เล่นหุ้นเก่ง ร่ำรวยเป็นมหาเศรษฐีหนุ่มจากการเล่นหุ้น ทั้งที่จริงแล้วเป็นมหาโจรปล้นเงินจากประชาชนผู้ลงทุนตาดำ ๆ โดยไม่สำนึกถึงบาป ไม่กลัวกรรมเวรจะตามสนอง
นักลงทุนขาใหญ่ที่ร่ำรวยบนความทุกข์ของนักลงทุนรายย่อย ชีวิตจะเสวยสุขตลอดชาติได้หรือ
น่าเห็นใจนักลงทุนที่หลงเข้าไป “ติดกับ” ในหุ้นเน่า ๆ หรือหุ้นที่กำลังจะเน่าตามมาอีกหลายสิบบริษัท รวมทั้งหุ้น CHO ที่แทบไม่เหลือสัญญาณชีพแล้ว และจะเป็นอีกบริษัทจดทะเบียนที่ตายซากคาตลาด


