xs
xsm
sm
md
lg

หุ้นเหมืองขุดบิทคอยน์สลัดคราบคริปโต มุ่งปั้นรายได้ AI สะเทือนพอร์ตนักลงทุน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ทอม ลี ผู้ร่วมก่อตั้ง Fundstrat
ผู้ร่วมก่อตั้ง Fundstrat เผยผลจัดอันดับ 17 หุ้นคริปโตขนาดใหญ่ที่สะท้อนทิศทางราคาบิทคอยน์ได้ดีที่สุด กดกลุ่มเหมืองขุดกลับรั้งท้ายตารางด้วยค่าความสัมพันธ์ที่ต่ำติดดิน ปรากฏการณ์นี้ตอกย้ำภาพการเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่เมื่อเหมืองขุดหันไปกอบโกยรายได้จากโครงสร้างพื้นฐาน AI แทน ส่งผลให้นักลงทุนที่หวังเก็งกำไรสินทรัพย์ดิจิทัลผ่านหุ้นกลุ่มนี้อาจต้องทบทวนกลยุทธ์รับมือฤดูกาลประกาศงบใหม่

ทอม ลี ผู้ร่วมก่อตั้ง Fundstrat วิเคราะห์ความสัมพันธ์ย้อนหลัง 90 วันของหุ้นคริปโตที่มีมูลค่าตลาดเกิน 2 พันล้านดอลลาร์ เทียบกับกองทุนคริปโตของ BlackRock ผลลัพธ์กลับฉายภาพความย้อนแย้งในตลาดทุน ขณะที่ MicroStrategy ซึ่งดำเนินธุรกิจถือครองเหรียญเพียงอย่างเดียวสามารถเกาะติดทิศทางราคาบิทคอยน์ได้สูงถึง 78% กลุ่มบริษัทเหมืองขุดที่น่าจะเชื่อมโยงโดยตรงกลับเดินสวนทาง

ตัวเลขทางสถิติบ่งชี้ว่า หุ้น Core Scientific มีค่าความสัมพันธ์กับบิทคอยน์เพียง 16% ต่ำยิ่งกว่าธุรกิจที่ไม่เกี่ยวข้องอย่าง Trump Media ซึ่งรักษาระดับไว้ที่ 40% ในทำนองเดียวกัน Cipher Mining และ TeraWulf จับทิศทางได้เพียง 17% และ 18% ตามลำดับ แนวโน้มที่ลดต่ำลงต่อเนื่องสะท้อนชัดเจนว่าโครงสร้างธุรกิจของบริษัทเหล่านี้ไม่ได้พึ่งพารายได้จากการประมวลผลเครือข่ายบล็อกเชนเป็นแกนหลักอีกต่อไป

จุดเปลี่ยนสำคัญมาจากแรงกดดันด้านต้นทุนการขุดที่สูงขึ้น ประกอบกับเหมืองขุดเหล่านี้มีข้อได้เปรียบเชิงกลยุทธ์สำคัญสองประการ ได้แก่ สัญญาซื้อขายพลังงานไฟฟ้าราคาถูก และศูนย์ข้อมูลที่ออกแบบมารองรับการใช้กระแสไฟฟ้าอย่างหนักหน่วง บริษัทจึงเลือกปรับโมเดลมาปล่อยเช่าพื้นที่และกำลังไฟให้กับผู้พัฒนาปัญญาประดิษฐ์ โครงสร้างใหม่นี้มอบผลตอบแทนคงที่รายเดือน ซึ่งยั่งยืนกว่าการฝากความหวังไว้กับราคาเหรียญที่แกว่งตัวรุนแรง

ภาพสะท้อนที่ชัดเจนที่สุดปรากฏในงบการเงินไตรมาสล่าสุด Core Scientific กวาดรายได้รวม 164.2 ล้านดอลลาร์ในงวดสิ้นเดือนมิถุนายน เม็ดเงินกว่า 83% หรือราว 136.7 ล้านดอลลาร์หลั่งไหลมาจากธุรกิจศูนย์ข้อมูล ขณะที่การขุดบิทคอยน์ทำเงินได้เพียง 13% ตรงกันข้ามกับ IREN ที่ยังมีสัดส่วนรายได้จากระบบคลาวด์ AI ในระดับ 23% หุ้นของบริษัทจึงยังรักษาทิศทางล้อไปกับตลาดคริปโตได้มากกว่าที่ 33%

เหตุการณ์นี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เกิดจากความพยายามอยู่รอด ก่อนหน้านี้ Core Scientific เคยเผชิญภาวะล้มละลายในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2565 อันเป็นผลมาจากตลาดคริปโตล่มสลาย ก่อนจะฟื้นฟูกิจการสำเร็จในเดือนมกราคม พ.ศ. 2567 ประสบการณ์เฉียดตายผลักดันให้ธุรกิจเหมืองขุดบิทคอยน์เร่งกระจายความเสี่ยง จนกลายเป็นอุตสาหกรรมที่แทบไม่ได้รับผลกระทบจากวัฏจักรขาลงของสินทรัพย์ดิจิทัล

ประเด็นสำคัญที่นักลงทุนไทยและภูมิภาคอาเซียนต้องจับตาคือ การประเมินมูลค่าหุ้นกลุ่มนี้ใหม่ การเข้าซื้อหุ้นเหมืองขุดเพื่อหวังรับประโยชน์จากขาขึ้นของบิทคอยน์อาจกลายเป็นการลงทุนผิดเป้า ปัจจุบันหุ้นเหล่านี้มีสถานะเสมือนผู้ให้เช่าโครงสร้างพื้นฐานพลังงานและเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ระดับสูง สิ่งที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดในฤดูกาลประกาศผลประกอบการรอบถัดไปคือ สัดส่วนรายได้จาก AI หากตัวเลขพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ราคาหุ้นเหมืองขุดก็จะยิ่งถูกตัดขาดจากกระดานคริปโทเคอร์เรนซีอย่างสมบูรณ์แบบ