กลุ่มภัทร เปิดเทรดวันแรก 1.84 บาท จากราคา IPO ที่กำหนดไว้หุ้นละ 2 บาท เดินหน้านำเงินระดมทุนขยายธุรกิจ ลุยโรงงานสกัดน้ำมันเมล็ดในปาล์มดิบ เป็น New Growth Engine สร้างความมั่นคงระยะยาวหนุนกำไรโต
บริษัท กลุ่มภัทร จำกัด (มหาชน) หรือ PHAT เข้าซื้อขายวันแรกในตลาด mai เปิดตลาด ราคาหุ้นอยู่ที่ 1.84 บาท จากราคา IPO ที่กำหนดไว้หุ้นละ 2 บาท
นายสมนึก จันทวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร PHATเผยว่าการเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ(mai) นับเป็นก้าวสำคัญและความภาคภูมิใจของ PHAT ในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและก้าวสู่ความเป็นเลิศในอุตสาหกรรมขอบคุณนักลงทุนที่ให้การต้อนรับหุ้น PHAT อย่างอบอุ่น โดยทีมผู้บริหารและพนักงานพร้อมมุ่งมั่นดำเนินธุรกิจ เพื่อเดินหน้าสู่การเติบโตที่แข็งแกร่ง ตลอดจนสร้างผลตอบแทนที่ดีให้แก่นักลงทุน
นายพีรณัฐ สวัสดิจันทร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายบัญชีและการเงิน เปิดเผยว่า ภายหลังการระดมทุน โครงสร้างเงินทุนของบริษัทมีความแข็งแกร่งมากขึ้น โดยอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E) ลดลงเหลือ 0.76 เท่า จากเดิม 1.04 เท่า ทำให้บริษัทมีศักยภาพรองรับแผนการลงทุนและการขยายธุรกิจระยะยาวได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สำหรับแผนการใช้เงินระดมทุนและการเติบโตในระยะ 3 ปี บริษัทได้เดินหน้าขยายกำลังการผลิตโรงสกัดน้ำมันปาล์มดิบเป็น 90 ตันผลปาล์มสดต่อชั่วโมงหรือประมาณ 2,100 ตันต่อวัน ตั้งแต่ไตรมาส 3 ปี69 เป็นต้นไป ทำให้บริษัทมีรายได้เพิ่มทันทีและเริ่มรับรู้รายได้เต็มปีในปี 70
นอกจากนี้ บริษัทจะลงทุนก่อสร้างโรงงานสกัดน้ำมันเมล็ดในปาล์มดิบ (Crude Palm Kernel Oil : CPKO) คาดว่าจะแล้วเสร็จในไตรมาส 3 ปี 70 และเริ่มรับรู้รายได้ในไตรมาส 4ปี70 ก่อนเริ่มรับรู้รายได้เต็มปีในปี 71 โรงงานแห่งใหม่นี้จะเพิ่มอัตรากำไรและเป็น New Growth Engine ที่เสริมศักยภาพการเติบโตในระยะยาวให้กับบริษัท รวมถึงการลงทุนในระบบผลิตก๊าซชีวภาพ (Biogas) นำผลพลอยได้จากกระบวนการผลิตกลับมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อลดต้นทุนด้านพลังงาน เพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร สร้างรายได้ใหม่ และสร้างประโยชน์ร่วมกับชุมชนและสิ่งแวดล้อม สอดคล้องกับเป้าหมายการเติบโตระยะยาวของบริษัท คาดว่าจะแล้วเสร็จในไตรมาส 4 ปี 70 และเริ่มรับรู้รายได้เต็มปีในปี 71 ส่วนแผนตลาดต่างประเทศ บริษัทตั้งเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนรายได้ต่างประเทศ จาก 20% ในปี 68 เป็น 40% ภายในปี 2569 ซึ่งในไตรมาสแรกปี 69 บริษัทมีรายได้จากการส่งออกคิดเป็น 75% ของรายได้รวม เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับปีก่อน สะท้อนศักยภาพการเจาะตลาดใหม่และขยายฐานลูกค้าต่างประเทศ ลดการพึ่งพาตลาดในประเทศ
“การระดมทุนครั้งนี้ ช่วยเสริมความแข็งแกร่งของฐานะการเงิน พร้อมต่อยอดสู่การลงทุนและการขยายตลาดต่างประเทศ สะท้อนถึงศักยภาพการเติบโตในระยะยาว และการเป็นหุ้น Defensive Stock ที่สร้างผลตอบแทนมั่นคงแก่ผู้ถือหุ้น”นายพีรณัฐกล่าว
สำหรับผลการดำเนินงานปีนี้เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน เพราะปี 68 บริษัทฯ มีผลขาดทุนในช่วงนอกฤดูกาล ขณะที่ปี69 มีกำไรนอกฤดูกาลเพิ่มขี้น กล่าวคือปี68 ผลผลิตปาล์มเข้าสู่ช่วงพีคตั้งแต่ไตรมาส 2 ส่วนปี 69 ฤดูกาลผลผลิตสูงมีแนวโน้มเลื่อนไปอยู่ในช่วงครึ่งปีหลัง เพราะครึ่งแรกปีนี้ได้รับอิทธิพลจากสภาพอากาศและฤดูกาลผลผลิตปาล์มสดที่แตกต่างจากปีก่อน เพราะฝนล่าช้าทำให้ปริมาณผลปาล์มสดครึ่งปีแรกต่ำกว่าปี 68 จึงส่งผลต่อการดำเนินงานที่อาจไม่สะท้อนศักยภาพที่แท้จริง ซึ่งปีนี้่ช่วงพีคจะเลื่อนไปเป็นครึ่งปีหลัง ทำให้มีโอกาสที่ตัวเลขกำไรทั้งปีสูงกว่าปีที่ผ่านมา
ดังนั้น จึงทำให้มั่นใจว่า ผลการดำเนินงานปีน่าจะทำได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้คือรายได้ 3,500 ล้านบาท ซึ่ง 6 เดือนแรกทำได้แล้ว 1,500 ล้านบาท


