ศาลพาณิชย์ระหว่างประเทศสิงคโปร์ (SICC) มีคำสั่งอายัดสินทรัพย์ดิจิทัลมูลค่ากว่า 75 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ หลังเกิดข้อพิพาทระดับโลกเมื่อแพลตฟอร์มเทรดคริปโตยักษ์ใหญ่โอนเหรียญผิดพลาดให้ลูกค้ารายใหญ่ คดีนี้สะท้อนช่องโหว่ร้ายแรงของระบบบัญชีภายในที่นำไปสู่ความเสียหายมหาศาล พร้อมสร้างบรรทัดฐานใหม่ทางกฎหมายในการติดตามเส้นทางสินทรัพย์ดิจิทัลข้ามพรมแดน
คำพิพากษาคดีนี้ได้รับการอนุมัติโดยผู้พิพากษาศาลสูงสิงคโปร์ เอดัน ซู (Aidan Xu) พร้อมด้วยผู้พิพากษาระหว่างประเทศ แอนโทนี มีเกอร์ (Anthony Meagher) และ เดวิด ก็อดดาร์ด (David Goddard) เมื่อเดือนมีนาคม 2569 ศาลมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวห้ามจำเลยทำธุรกรรมกับ USDC จำนวน 816,773 เหรียญ และ บิทคอยน์ จำนวน 780 เหรียญ นอกจากนั้นยังสั่งให้จำเลยเปิดเผยเส้นทางการโอนสินทรัพย์ที่ถูกย้ายออกจากระบบ ขณะที่ฝั่งศาลไม่อนุญาตให้โจทก์นำข้อมูลเส้นทางเหล่านี้ไปใช้ยื่นคำร้องขออายัดทรัพย์ในเขตอำนาจศาลประเทศอื่น
ชนวนเหตุของข้อพิพาทย้อนกลับไปในเดือนมีนาคม 2563 เมื่อระบบบัญชีภายในของแพลตฟอร์มล้มเหลวในการบันทึกข้อมูลธุรกรรมการนำสินทรัพย์ออกจากกระเป๋าเงินของจำเลย ความผิดพลาดทางเทคนิคนี้ทำให้ระบบไม่ได้อัปเดตยอดเงิน แม้ว่าแพลตฟอร์มจะยุติการรองรับกระเป๋าเงินประเภทดังกล่าวไปตั้งแต่ปี 2561 แล้วก็ตาม
สืบเนื่องจากความเข้าใจผิดจากระบบที่ล้มเหลว แพลตฟอร์มจึงทำการโอน บิทคอยน์ 2,500 เหรียญ และ BCH อีก 2,500 เหรียญ เข้าไปยังกระเป๋าเงินอื่นของจำเลยในเดือนกรกฎาคม 2567 หลังจากได้รับสินทรัพย์ จำเลยได้เทขายบิทคอยน์ 20 เหรียญแปลงเป็น USDC มูลค่าราว 816,773 เหรียญ แล้วย้ายสินทรัพย์ทั้งหมดรวมถึงบิทคอยน์อีก 780 เหรียญ ออกไปยังกระเป๋าเงินดิจิทัลภายนอกที่แพลตฟอร์มไม่ได้เป็นผู้ดูแลในช่วงเดือนกรกฎาคมถึงพฤศจิกายนปีเดียวกัน
ต่อมาความจริงปรากฏในเดือนมกราคม 2568 เมื่อทีมงานของโจทก์ตรวจพบความผิดปกติของยอดเงินในบัญชีแยกประเภท จึงเร่งระงับการใช้งานกระเป๋าเงินของจำเลยทันที ผลจากการระงับธุรกรรมอย่างเร่งด่วนทำให้แพลตฟอร์มสามารถระงับและโอนบิทคอยน์ที่เหลือ 1,700 เหรียญ และ BCH จำนวน 2,500 เหรียญ กลับคืนมาได้ ศาลพิจารณาพยานหลักฐานแล้วชี้ชัดว่ายอดเงินแท้จริงในกระเป๋าเงินเฉพาะกิจของจำเลยเป็นศูนย์ และการโอนสินทรัพย์รอบใหม่เกิดจากความผิดพลาดของระบบข้อมูลล้วนๆ
ประเด็นสำคัญที่น่าจับตาจากคำพิพากษาคดีหมายเลข 2569 SGHC(I) 4 คือการที่ศาลมองว่ามีมูลความจริงที่จำเลยอาจรับรู้ถึงความผิดพลาดมาตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2567 เมื่อโจทก์พยายามติดต่อไป กรณีนี้สะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายครั้งใหญ่ของศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลในการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านปฏิบัติการ (Operational Risk) ซึ่งความบกพร่องของระบบหลังบ้านเพียงจุดเดียวอาจเปิดช่องให้เกิดการยักย้ายถ่ายเทสินทรัพย์ระดับหลายสิบล้านดอลลาร์ ควบคู่ไปกับการตอกย้ำจุดยืนของสิงคโปร์ในฐานะศูนย์กลางทางการเงินที่พร้อมวางบรรทัดฐานระงับข้อพิพาทด้านคริปโตเคอร์เรนซีระดับสากลอย่างเด็ดขาด


