“กรมพัฒนาธุรกิจการค้า” เปิดข้อมูล 36,277 นิติบุคคลมีต่างชาติร่วมลงทุน ถือครองที่ดินในไทย พบกว่า 3.5 หมื่นรายกระจุกตัว 16 จังหวัดท่องเที่ยว-ปริมณฑล เร่งคัดกรองกลุ่มเสี่ยงใช้นอมินีถือหุ้นแทน ลุยต่อยอดตรวจสอบการถือครองคอนโด เตือนหากพบผิดกฎหมายมีโทษจำคุกสูงสุด 3 ปี พร้อมบังคับขายที่ดินภายใน 180 วัน
นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (Department of Business Development) หรือ (DBD) เปิดเผยถึงสถานการณ์การถือครองอสังหาริมทรัพย์ของคนต่างด้าว ว่า กรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้รับข้อมูลจากกรมที่ดินเกี่ยวกับนิติบุคคลที่ถือครองอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทยจำนวน 144,706 ราย ก่อนนำมาตรวจสอบกับฐานข้อมูลการจดทะเบียนธุรกิจของกรมฯ
ซึ่งผลการตรวจสอบพบว่า มีนิติบุคคลที่จดทะเบียนกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า 125,662 ราย โดยในจำนวนนี้เป็นนิติบุคคลไทย 100% จำนวน 87,265 ราย และเป็นนิติบุคคลที่มีต่างชาติร่วมลงทุน 36,277 ราย ซึ่งกลุ่มหลังถือเป็นฐานข้อมูลสำคัญที่กรมฯ จะนำไปตรวจสอบเชิงลึก เพื่อประเมินว่ามีการใช้คนไทยถือหุ้นแทนคนต่างชาติ หรือ “นอมินี” เพื่อหลีกเลี่ยงข้อจำกัดในการถือครองที่ดินหรือไม่
3.5 หมื่นรายกระจุก 16 จังหวัด
เมื่อเจาะลึกข้อมูลนิติบุคคลที่มีต่างชาติร่วมลงทุน 36,277 ราย พบว่า 35,154 ราย หรือเกือบทั้งหมด กระจุกตัวอยู่ใน 16 จังหวัดสำคัญ โดยแบ่งเป็นกรุงเทพฯ และปริมณฑล 6 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร นนทบุรี สมุทรปราการ ปทุมธานี สมุทรสาคร และนครปฐม
ขณะที่อีก 10 จังหวัดเป็นพื้นที่ท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสำคัญ ได้แก่ ชลบุรี สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต ระยอง เชียงใหม่ เชียงราย ประจวบคีรีขันธ์ กระบี่ พังงา และแม่ฮ่องสอน ส่วนอีก 1,123 รายกระจายอยู่ในจังหวัดอื่นทั่วประเทศ
การกระจุกตัวของนิติบุคคลที่มีต่างชาติร่วมลงทุนในพื้นที่ท่องเที่ยวและจังหวัดเศรษฐกิจสำคัญ ทำให้กรมฯ ต้องให้ความสำคัญกับการตรวจสอบโครงสร้างผู้ถือหุ้นและลักษณะการประกอบธุรกิจเป็นพิเศษ โดยเฉพาะกรณีที่อาจมีการใช้บุคคลไทยเป็นผู้ถือหุ้นแทน เพื่อให้ต่างชาติสามารถเข้าถึงอสังหาริมทรัพย์ที่กฎหมายจำกัดการถือครอง
คัด 31,516 ราย กลุ่มต่างชาติถือหุ้นไม่เกิน 49% เสี่ยงนอมินี
สำหรับนิติบุคคลที่มีต่างชาติร่วมถือหุ้น 36,277 ราย สามารถแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลักตามสัดส่วนการถือหุ้น
กลุ่มแรก เป็นนิติบุคคลที่ต่างชาติถือหุ้นไม่เกิน 49% จำนวน 31,516 ราย ประกอบด้วยบริษัทจำกัด 30,633 ราย บริษัทมหาชนจำกัด 737 ราย และห้างหุ้นส่วน 146 ราย กลุ่มนี้เป็นเป้าหมายสำคัญในการตรวจสอบเชิงลึก เนื่องจากพบจำนวนมากอยู่ในจังหวัดท่องเที่ยว รวมทั้งมีข้อมูลการถือครองอาคารชุด จึงต้องตรวจสอบต่อว่าการถือหุ้นเป็นไปตามสัดส่วนที่แท้จริงหรือมีคนไทยเข้ามาถือหุ้นแทน
ส่วนกลุ่มที่สอง เป็นนิติบุคคลที่ต่างชาติถือหุ้นตั้งแต่ 49% ขึ้นไป จำนวน 4,761 ราย แบ่งเป็นบริษัทจำกัด 4,709 ราย บริษัทมหาชนจำกัด 41 ราย และห้างหุ้นส่วน 11 ราย โดยส่วนใหญ่เป็นนิติบุคคลที่ได้รับสิทธิในการถือครองที่ดินอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เช่น กลุ่มที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ BOI และกลุ่มที่ได้รับสิทธิภายใต้การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หรือ กนอ. ซึ่งส่วนหนึ่งกระจุกตัวในพื้นที่ EEC โดยเฉพาะชลบุรีและระยอง
เปิดข้อมูลการถือครองที่ดิน เจอรายถือครองเกิน 10 ไร่
นายพูนพงษ์ กล่าวว่า สำหรับกลุ่มนิติบุคคลที่ต่างชาติถือหุ้นไม่เกิน 49% จำนวน 31,516 ราย เมื่อตรวจสอบจำนวนโฉนดที่ถือครอง พบว่า 20,537 รายถือครองที่ดิน 1 แปลง, 8,068 รายถือครอง 2-5 แปลง, 1,511 รายถือครอง 6-10 แปลง และอีก 1,400 รายถือครองตั้งแต่ 11 แปลงขึ้นไป
หากพิจารณาตามขนาดพื้นที่ พบว่า 21,106 รายถือครองที่ดินไม่เกิน 1 ไร่, 2,250 รายถือครองมากกว่า 1 ไร่ แต่ไม่เกิน 2 ไร่, 2,490 รายถือครองมากกว่า 2 ไร่ แต่ไม่เกิน 5 ไร่, 1,505 รายถือครองมากกว่า 5 ไร่ แต่ไม่เกิน 10 ไร่ และ 3,865 รายถือครองที่ดินตั้งแต่ 10 ไร่ขึ้นไป
ขณะที่กลุ่มที่ต่างชาติถือหุ้นตั้งแต่ 49% ขึ้นไป จำนวน 4,761 ราย พบว่า 2,244 รายถือครองที่ดิน 1 แปลง, 1,906 รายถือครอง 2-5 แปลง, 378 รายถือครอง 6-10 แปลง และ 233 รายถือครองตั้งแต่ 11 แปลงขึ้นไป
เมื่อจำแนกตามขนาดพื้นที่ กลุ่มดังกล่าวมี 467 รายถือครองที่ดินไม่เกิน 1 ไร่, 154 รายถือครองมากกว่า 1 ไร่แต่ไม่เกิน 2 ไร่, 499 รายถือครองมากกว่า 2 ไร่แต่ไม่เกิน 5 ไร่, 783 รายถือครองมากกว่า 5 ไร่แต่ไม่เกิน 10 ไร่ และ 2,858 รายถือครองที่ดินตั้งแต่ 10 ไร่ขึ้นไป อย่างไรก็ตาม ข้อมูลดังกล่าวยังไม่ได้สรุปว่า นิติบุคคลทั้ง 2 กลุ่มถือครองที่ดินรวมกันเป็นจำนวนกี่ไร่
จ่อขยายผลตรวจ “นอมินี” ฮุบโควตาคอนโด 51%
นอกจากการตรวจสอบการถือครองที่ดินแล้ว กรมพัฒนาธุรกิจการค้ายังเตรียมขยายผลไปยังการถือครองอาคารชุดของนิติบุคคลที่มีต่างชาติร่วมลงทุน โดยอยู่ระหว่างรอข้อมูลจากกรมที่ดินเพื่อนำมาวิเคราะห์เพิ่มเติม
ประเด็นที่กรมฯ ให้ความสำคัญคือกฎหมายอาคารชุดกำหนดให้คนต่างด้าวสามารถถือครองกรรมสิทธิ์ในพื้นที่อาคารชุดรวมกันได้ไม่เกิน 49% ของพื้นที่ห้องชุดทั้งหมด ขณะที่อีก 51% ต้องเป็นกรรมสิทธิ์ของคนไทย
อย่างไรก็ตาม มีข้อกังวลถึงการใช้โครงสร้างนิติบุคคลเพื่อให้คนไทยเข้ามาถือหุ้นหรือถือกรรมสิทธิ์แทนต่างชาติ เพื่อเข้าถึงสัดส่วน 51% ที่เหลือ ก่อนนำห้องชุดไปปล่อยเช่าหรือขายต่อเพื่อเก็งกำไร
กรมพัฒนาธุรกิจการค้าจึงเตรียมนำข้อมูลการถือครองคอนโดมิเนียมมาวิเคราะห์ควบคู่กับข้อมูลนิติบุคคล เพื่อแยกให้ออกว่าการถือครองเป็นการลงทุนโดยสุจริตและถูกต้องตามกฎหมาย หรือมีลักษณะเป็นการใช้นอมินีหลีกเลี่ยงข้อจำกัดทางกฎหมาย
พบผิดจริง เจอโทษคุก 3 ปี-บังคับขายที่ดิน
หากตรวจสอบพบว่ามีการถือครองที่ดินโดยคนต่างด้าวอย่างผิดกฎหมาย กรมที่ดินสามารถดำเนินการตามกฎหมาย โดยกำหนดให้มีการจำหน่ายหรือบังคับขายที่ดินภายใน 180 วัน และนำเงินที่ได้จากการขายคืนให้แก่คนต่างด้าวตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด
ขณะที่ในส่วนของการประกอบธุรกิจ หากพบว่ามีการใช้คนไทยเป็นนอมินีเพื่อหลีกเลี่ยงกฎหมาย กรมพัฒนาธุรกิจการค้าจะดำเนินคดีตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว
ความผิดดังกล่าวมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับตั้งแต่ 100,000-1,000,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยอัตราโทษดังกล่าวใช้กับกรณีคนต่างด้าวที่ลักลอบประกอบธุรกิจโดยไม่ได้รับอนุญาตด้วย
การเปิดฐานข้อมูลครั้งนี้จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการคัดกรองกลุ่มนิติบุคคลที่มีต่างชาติร่วมลงทุนกว่า 3.6 หมื่นราย โดยเฉพาะ 31,516 รายที่ต่างชาติถือหุ้นไม่เกิน 49% ซึ่งจะถูกนำไปตรวจสอบเชิงลึก ขณะที่การขยายผลไปยังตลาดคอนโดมิเนียมอาจกลายเป็นอีกสมรภูมิสำคัญในการสกัดการใช้นอมินีเพื่อหลีกเลี่ยงกฎหมายและเข้าถึงอสังหาริมทรัพย์ไทย


