อสังหาฯ หัวหินส่งสัญญาณฟื้นตัว รับแรงหนุนท่องเที่ยว–Wellness -โครงสร้างพื้นฐานคมนาคม หลังยอดนักท่องเที่ยวพุ่ง 17 ล้านคนต่อปี สร้างรายได้กว่า 45,000 ล้าน ดันอัตราเข้าพักโรงแรมเฉลี่ย 80% แสนสิริ สบช่องเร่งปักหมุด 3 โครงการใหม่มูลค่ารวม 6,300 ล้านบาท ครอบคลุมตั้งแต่คอนโดฯ Affordable ราคาเริ่ม 1.19 ล้านบาท ไปจนถึง Beachfront Branded Residence ระดับลักซ์ชัวรี เจาะดีมานด์คนไทย - ต่างชาติ นักลงทุน และกลุ่ม Long-stay
ตลาดอสังหาริมทรัพย์หัวหินกำลังกลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง หลังปัจจัยด้านการท่องเที่ยว การพัฒนาเมืองสู่ Wellness Destination และการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมเข้ามาเสริมศักยภาพทำเล ส่งผลให้หัวหินไม่ได้เป็นเพียงเมืองพักผ่อนช่วงสุดสัปดาห์ แต่กำลังขยับสู่จุดหมายปลายทางสำหรับการอยู่อาศัยระยะยาวและการลงทุนในตลาดลักซ์ชัวรี
ทั้งนี้ ข้อมูลภาพรวมการท่องเที่ยวประจวบคีรีขันธ์–หัวหินระบุว่า มีนักท่องเที่ยวรวมกว่า 17 ล้านคนต่อปี แบ่งเป็นนักท่องเที่ยวไทยประมาณ 15.8 ล้านคน และต่างชาติ 1.4 ล้านคน สร้างรายได้หมุนเวียนกว่า 45,000 ล้านบาท ขณะที่อัตราการเข้าพักโรงแรมเฉลี่ยอยู่ในระดับสูงถึง 80% สะท้อนกำลังซื้อและกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ยังมีแรงส่ง
อีกปัจจัยสำคัญคือการขยายบทบาทของหัวหินสู่ Wellness & Medical Destination จากการมีรีสอร์ตและศูนย์สุขภาพระดับไฮเอนด์ เช่น The Barai, Chiva-Som Hua Hin Wellness Resort, CHEVALA Wellness Hua Hin และ Hua Hin Health Park ซึ่งช่วยดึงกลุ่มผู้บริโภคที่มองหาการพักผ่อนควบคู่กับการดูแลสุขภาพ โดยเฉพาะกลุ่ม Long-stay จากยุโรป รัสเซีย และประเทศในกลุ่มสแกนดิเนเวีย
เทรนด์ดังกล่าวกำลังเปลี่ยนโครงสร้างความต้องการอสังหาริมทรัพย์ในหัวหิน จากตลาดบ้านพักตากอากาศระยะสั้นไปสู่ที่อยู่อาศัยเพื่อการพักผ่อนระยะยาว การลงทุนปล่อยเช่า และที่อยู่อาศัยใกล้แหล่งสุขภาพ โดยเฉพาะทำเลใกล้ชายหาดและศูนย์ Wellness
นอกจากแรงหนุนจากการท่องเที่ยวแล้ว การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานยังเป็นอีกแรงขับเคลื่อนสำคัญของตลาด โดยมีทั้งการพัฒนาระบบทางด่วนและโครงข่ายถนน การยกระดับสนามบินหัวหินเพื่อรองรับเที่ยวบินระหว่างประเทศ รวมถึงโครงการรถไฟทางคู่สายใต้ นครปฐม–หัวหิน–ชุมพร ระยะทาง 421 กิโลเมตร ซึ่งช่วยเพิ่มทางเลือกการเดินทางและลดระยะเวลาเดินทางสู่ภาคใต้
ขณะเดียวกันยังมีการพัฒนาโครงข่ายคมนาคมภายในพื้นที่ ทั้งสถานีขนส่งผู้โดยสารแห่งใหม่ Hua Hin Bus & Van Station และแผนพัฒนาย่านสถานีรถไฟความเร็วสูงหัวหิน รวมถึงโครงการเส้นทางท่องเที่ยวเลียบชายฝั่งทะเลภาคใต้ หรือ Thailand Riviera ซึ่งช่วยเพิ่มศักยภาพการเชื่อมโยงหัวหินกับพื้นที่ท่องเที่ยวโดยรอบ
แสนสิริปักหมุด 3 โครงการ 6.3 พันล้าน
นายวิสุทธิ์ จันทร์วัฒรังกูล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียม บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า แสนสิริเป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกตลาดคอนโดมิเนียมตากอากาศหัวหิน โดยทำตลาดในพื้นที่ต่อเนื่องกว่า 38 ปี นับตั้งแต่เปิดตัว “บ้านไข่มุก” ในปี 2531 ปัจจุบันพัฒนาโครงการในหัวหินแล้วกว่า 26 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 32,000 ล้านบาท
สำหรับทิศทางตลาดปี 69 มองว่าหัวหินมีโอกาสเติบโตจากการเปลี่ยนผ่านสู่เมือง Wellness & Medical Destination ประกอบกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ทำให้เกิดความต้องการที่อยู่อาศัยจากทั้งกลุ่มผู้ซื้อบ้านหลังที่สอง ผู้พักอาศัยระยะยาว ผู้รักสุขภาพ และนักลงทุน แสนสิริจึงเตรียมเปิดตัวและส่งมอบ 3 โครงการคอนโดมิเนียมพร้อมอยู่ในช่วงไตรมาส 4/2569 มูลค่ารวมประมาณ 6,300 ล้านบาท ครอบคลุมตั้งแต่ตลาด Affordable ไปจนถึง Beachfront Luxury ประกอบด้วย
1.HUB Hua Hin คอนโดมิเนียมกลุ่ม Affordable ราคาเริ่มต้น 1.19 ล้านบาท หรือเฉลี่ยประมาณ 50,000 บาทต่อตารางเมตร เป็นอาคารสูง 8 ชั้น 1 อาคาร จำนวน 211 ยูนิต ขนาด 25–40 ตารางเมตร มีทั้งแบบ 1 ห้องนอน และ 1 ห้องนอนพร้อมห้องอเนกประสงค์ โครงการเน้นการออกแบบ New Layout ให้พื้นที่มีความโปร่งและยืดหยุ่น รองรับทั้งการอยู่อาศัย พักผ่อน และลงทุนปล่อยเช่า พร้อมเฟอร์นิเจอร์ครบ โดยบริษัทระบุว่าสามารถสร้าง Rental Yield ได้กว่า 7%* เจาะกลุ่มคนทำงานในพื้นที่ Local Demand และนักลงทุน เตรียมเปิดจองวันที่ 12–13 ก.ย.69
2. Cabanas Hua Hin คอนโดมิเนียมกลุ่ม Inland Segment ราคาเริ่มต้น 2.29 ล้านบาท หรือเฉลี่ยประมาณ 100,000 บาทต่อตารางเมตร อยู่ห่างจากชายหาดประมาณ 300 เมตร เป็นคอนโดฯ สูง 8 ชั้น 2 อาคาร จำนวน 426 ยูนิต
โครงการนำแรงบันดาลใจจากสถาปัตยกรรมเมืองลิสบอน ประเทศโปรตุเกส มาผสมกับบรรยากาศเมืองตากอากาศหัวหิน โดยใช้กระเบื้อง Azulejos เป็นหนึ่งในองค์ประกอบหลักของงานออกแบบ ปัจจุบันมียอดขายแล้วกว่า 70% พร้อมอยู่
3. The Standard Residences, Hua Hin โครงการ Flagship กลุ่ม Beachfront Luxury ภายใต้แบรนด์ The Standard ถือเป็น Branded Residence แห่งแรกในเอเชีย และแห่งที่ 3 ของโลกในแบรนด์ดังกล่าว ตั้งอยู่ริมชายหาดหัวหิน มีจำนวนจำกัดเพียง 251 ยูนิต ราคาขายอยู่ที่ประมาณ 10.99–49.99 ล้านบาท หรือเฉลี่ยประมาณ 275,000 บาทต่อตารางเมตร มาพร้อม Experience Facilities ที่แตกต่างจากคอนโดมิเนียมทั่วไป อาทิ Bowling Alley, Pickle Ball, The Mud Lounge, Salt Sauna และ Experience Shower โครงการมีกำหนดพร้อมเข้าอยู่ในไตรมาส 4/69 และวางตำแหน่งเป็นที่พักอาศัยระดับลักซ์ชัวรีสำหรับกลุ่มกำลังซื้อสูง ทั้งชาวไทยและต่างชาติ
นายวิสุทธิ์ กล่าวว่า การเปิดตัว 3 โครงการจะช่วยให้แสนสิริสามารถรองรับดีมานด์ในหัวหินได้ครบทุกเซกเมนต์ ตั้งแต่กลุ่มผู้ซื้อที่ต้องการคอนโดมิเนียมราคาจับต้องได้ กลุ่มบ้านพักตากอากาศและนักลงทุน ไปจนถึงกลุ่มลูกค้าลักซ์ชัวรีที่ต้องการที่อยู่อาศัยติดชายหาด
“หัวหินกำลังเปลี่ยนจากเมือง Weekend Getaway สู่เมืองที่ตอบโจทย์การพักอาศัยระยะยาวและ Wellness มากขึ้น” ซึ่งเป็นปัจจัยที่บริษัทมองว่าจะช่วยเพิ่มความต้องการทั้งตลาดขายและตลาดเช่าในระยะต่อไป
ทั้งนี้ แสนสิริเตรียมเปิดตัว The Standard Residences, Hua Hin อย่างเป็นทางการในไตรมาส 4/69 โดยมุ่งใช้ทำเลริมชายหาดและแบรนด์ระดับโลกเป็นจุดขายหลัก เพื่อยกระดับตลาด Branded Residence และตอกย้ำสถานะหัวหินในฐานะเมืองตากอากาศระดับนานาชาติ


