เสี่ยหุ้น นักลงทุนขาใหญ่หรือนักปั่นหุ้น จะเปลี่ยนหน้าเปลี่ยนตาในแต่ละยุคสมัย แต่สิ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนคือ วิธีสร้างภาพลวงตา เพื่อหลอกต้มนักลงทุนรายย่อยให้ตกเป็นเหยื่อ โดยยังเป็นรูปแบบหรือวิธีการเดิม ๆ ที่ถูกใช้มากว่า 50 ปี นับจากก่อตั้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
การปั่นหุ้นจะบรรลุเป้าหมายได้ ต้องมีนักลงทุนรายย่อยตามแห่เข้าไปซื้อหุ้นปั่น โจทย์ใหญ่ของนักปั่นจึงมีเพียง ทำอย่างไรจึงโน้มน้าวปลุกเร้าให้นักลงทุนรายย่อยแห่กันเล่นหุ้นปั่น
นักปั่นหุ้นหลายคนสถาปนาตัวเองเป็นผู้รู้เรื่องหุ้น อวดอ้างความสำเร็จจากการลงทุน สามารถตักตวงความมั่นคั่งจากการเล่นหุ้น จนกลายเป็นเศรษฐีภายในเวลาไม่กี่ปี
บางคนถึงขั้นแสดงผลกำไรจำนวนมากจากรายการซื้อขายหุ้นรายวันมาอวด เพื่อสร้างจุดขายให้ตัวเอง และปูทางต่อยอดสู่การปั่นหุ้น
ในยุคเสี่ยสอง หรือนายสอง วัชรศรีโรจน์ ซึ่งเป็นนักลงทุนขาใหญ่ที่มีชื่อเสียงโด่งดังช่วงระหว่างปี 2531-2536 ก่อนเดือนเมษายน 2536 ถูกสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กล่าวโทษคดีปั่นหุ้นบริษัท กฤษดามหานคร จำกัด หรือ KMC ซึ่งปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็นบริษัท เอเคเอส คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ AKS
เสี่ยสองสร้างชื่อตัวเองจนเป็นที่กล่าวถึงในหมู่นักลงทุนรายย่อยว่า “เสี่ยสองเข้าหุ้นตัวไหน หุ้นตัวนั้นจะขึ้น” ทำให้นักลงทุนรายย่อยในยุคนั้นตามแห่เข้าไปไล่ซื้อหุ้นที่เสี่ยสองซื้อ ราคาหุ้นที่เสี่ยสองซื้อไว้ก่อนจึงพุ่งขึ้น เปิดช่องเทขายทำกำไร
นักปั่นหุ้นทุกคน ไม่ว่าจะเป็นเสี่ยหุ้นคนใด นักลงทุนขาใหญ่หน้าไหน จะพยายามโฆษณาชวนเชื่อว่า มีความเชี่ยวชาญด้านหุ้น ร่ำรวยมาจากการเล่นหุ้น และคุยโม้โอ้อวดถึงกลยุทธ์ตัวเอง เพื่อสร้างจุดขาย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนลากนักลงทุนรายย่อยไปเชือด
การปั่นหุ้นจะไม่เกิดขึ้นในหุ้นที่มีขนาดใหญ่ เพราะต้องใช้เงินมหาศาล และหากปั่นราคาขึ้นจนสูงเกินกว่าปัจจัยพื้นฐาน เสี่ยงที่จะถูกนักลงทุนสถาบันถล่มขาย
นักปั่นหุ้นจึงเลือกปั่นหุ้นขนาดเล็กที่เจ้าของหุ้นเปิดทางให้ หรือเจ้าของหุ้นร่วมในขบวนการปั่นด้วย
นักปั่นหุ้นจะเข้าไปซื้อหุ้นที่วางแผนปั่นไว้ล่วงหน้า ก่อนเริ่มกระบวนการปล่อยข่าวลือ สร้างข่าวดีกระตุ้นราคา และปล่อยข่าวราคาเป้าหมายหุ้นที่จะถูกลากขึ้นไป
นักปั่นบางคนใช้เจ้าหน้าที่การตลาดหรือมาร์เก็ตติ้งเป็นกระบอกเสียงในการปล่อยข่าว และเชียร์ให้นักลงทุนรายย่อยซื้อตาม
นักปั่นหุ้นบางคนสร้างตัวเองเป็นกูรูหุ้น อวดอ้างสรรพคุณว่าเป็นผู้ประสบความสำเร็จจากกลยุทธ์การเก็งกำไรระยะสั้น และจัดการอบรมหลักสูตรกลยุทธ์การลงทุน ซึ่งนอกจากมีรายได้จากค่าสัมมนาแล้ว ยังถือโอกาสแจกหุ้นทีเด็ดให้นักลงทุนที่ร่วมอบรม โดยหุ้นทีเด็ดที่เชียร์ให้ผู้เข้าร่วมอบรมซื้อ จะเป็นหุ้นที่นักปั่นซื้อตุนไว้ก่อนหน้าแล้ว
กูรูหุ้นหลายคนปัจจุบันทำมาหากินกับการจัดหลักสูตรอบรมกลยุทธ์เล่นหุ้นลำบากขึ้น เพราะนักลงทุนรายย่อยเริ่มรู้พฤติกรรม รู้ว่าการจัดอบรมเป็นเพียงฉากบังหน้า แต่เป้าหมายสำคัญคือการเชียร์หุ้นรายตัว และใครหลงเชื่อซื้อตาม เจ๊งกันถ้วนหน้า ชนิดเชียร์ตัวไหน เจ๊งตัวนั้น
การจัดอบรมการเล่นหุ้นของกูรูหุ้นในระยะหลัง จำนวนนักลงทุนที่เข้าร่วมจึงมีจำนวนบางตา
การเชียร์ให้นักลงทุนรายย่อยซื้อหุ้นตัวที่นักปั่นหุ้นซื้อเก็บตุนไว้ก่อนหน้า เป็นกลยุทธ์การปั่นที่ใช้ซ้ำซากกันมาแต่ดึกดำบรรพ์ เหมือนละครทีวีที่ฉายซ้ำ ไม่ว่าจะเป็นดาวพระศุกร์หรือบ้านทรายทอง แต่กลับมาฉายเมื่อไหร่ก็ยังมีคนดู
เช่นเดียวกับหุ้นปั่นที่ยังมีนักลงทุนหลงเข้าไปเล่น และนักปั่นหุ้นยังไม่ได้สูญพันธุ์จากตลาดหุ้น แต่อำพรางตัวเองในคราบกูรูหุ้นจอมปลอม และยังเปิดปฏิบัติการปั่นหุ้นตัวเล็ก ๆ บางตัวอยู่
เพียงแต่นักลงทุนส่วนใหญ่เริ่มรู้ทันในพฤติกรรม จัดอบรมหลักสูตรการเล่นหุ้นเมื่อไหร่ คนเบื่อจะฟัง เชียร์หุ้นตัวไหน นักลงทุนไม่ซื้อตาม
เพราะเจ๊งยับกับกูรูหุ้นจอมแหกตาจนเข็ดตาม ๆ กันแล้ว


