xs
xsm
sm
md
lg

วงการบิตคอยน์เตือนบ.AIอเมริกา ข้อจำกัดเข้มจัดบีบผู้ใช้ซบโมเดลจีน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ผู้คนในแวดวงบิตคอยน์เตือนข้อจำกัดการใช้งานที่เข้มงวดของบริษัท AI อเมริกา กำลังผลักไสผู้ใช้ไปหาโมเดลโอเพนซอร์สจากจีน
แวดวงบิตคอยน์และนักพัฒนาโอเพนซอร์สหลายรายชี้โมเดล AI จากจีนทำผลงานด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ได้ดีกว่าระบบ AI ของอเมริกาที่มีข้อจำกัดในการใช้งานเข้มงวด จนทำให้นักวิจัยบางรายต้องหันไปพึ่งโมเดลจีนเพื่อช่วยค้นหาช่องโหว่และรักษาความปลอดภัยโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของบิตคอยน์

ตามรายงานของ Bitcoin Magazine ร็อบ แฮมิลตัน ซีอีโอ AnchorWatch บริษัทประกันสำหรับการเก็บบิตคอยน์แบบ self-custody เผยว่า ข้อจำกัดของโมเดล AI ของอเมริกากำลังเป็นอุปสรรคขัดขวางการทำงาน โดยเล่าว่า หลังจากเข้าร่วมโครงการ Trusted Cyber ของ OpenAI ซึ่งเขาผ่านกระบวนการพิสูจน์และยืนยันตัวตนแล้วตั้งแต่เมื่อหลายเดือนก่อน กลับถูกระบบปฏิเสธไม่ให้วิเคราะห์โค้ดเพิ่มเติม ทั้งที่เป็นโค้ดเบสที่เขาเคยตรวจสอบและเปิดเผยช่องโหว่ไปแล้ว

ไม่กี่วันหลังจากแฮมิลตัน ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้ง Bitcoin Red Team เปิดเผยปัญหาดังกล่าวและเปรยว่า อาจต้องกลับไปใช้โมเดลโอเพนซอร์สของจีนเพื่อทำวิจัยและปกป้องโครงสร้างพื้นฐานของบิตคอยน์ เขาได้รับสิทธิ์ใช้งานโมเดลไซเบอร์ Daybreak Blue ของ OpenAI แต่ถูกจำกัดการใช้งานอีกครั้ง หลังจากเริ่มจำลองการโจมตีเพื่อทดสอบความปลอดภัยของระบบกับโครงสร้างพื้นฐานบิตคอยน์เพียง 19 นาที

ฟรองซิส ปูลิโย ผู้ก่อตั้ง Bull Bitcoin ซึ่งเป็นตลาดซื้อขาย Bitcoin ที่เน้นระบบ self-custody บอกว่า เขาไม่เคยเห็น OpenAI ถูกจำกัดมากขนาดนี้มาก่อน โดยไม่ใช่เฉพาะด้านความปลอดภัย แต่รวมถึงเรื่องต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับบิตคอยน์ด้วย และเตือนว่า อุตสาหกรรม AI ของอเมริกาจบแน่ ถ้ายังเดินไปในทิศทางนี้

ปูลิโยเสริมว่า เขาชื่นชอบโมเดล LLM โอเพนซอร์สของจีนอย่าง Kimi K3 ที่ช่วยงานเกี่ยวกับบิตคอยน์ได้จริง

บิตคอยน์เจอปัญหาหนัก
ขณะเดียวกัน นักพัฒนาที่ใช้นามแฝงว่า Calle ซึ่งเป็นผู้ร่วมก่อตั้งและแกนนำด้านการพัฒนาซอฟต์แวร์ของ Bitcoin Red Team เผยว่า ทีมกำลังใช้โมเดล AI จากจีนเพื่อตรวจสอบและค้นหาช่องโหว่ด้านความปลอดภัยในระบบนิเวศโอเพนซอร์สของบิตคอยน์แทบทั้งหมด

ทั้งนี้ Bitcoin Red Team ถือกำเนิดขึ้นหลังจาก Coldcard ที่เคยถูกมองว่า เป็นหนึ่งในฮาร์ดแวร์วอลเล็ตที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับการเก็บรักษาบิตคอยน์ด้วยตนเอง ถูกโจมตีและถูกขโมยบิตคอยน์ไปกว่า 100 ล้านดอลลาร์เมื่อปลายเดือนก.ค.
อาสาสมัครกลุ่มนี้รวมการใช้เครื่องมือ AI เข้ากับการตรวจสอบโดยมนุษย์ เพื่อวิเคราะห์วอลเล็ต แอปพลิเคชันบน Lightning ไลบรารีซอฟต์แวร์ และโครงการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับบิตคอยน์ และเมื่อพบช่องโหว่ที่น่าเชื่อถือ จะรายงานต่อนักพัฒนาเป็นการส่วนตัวเพื่อให้สามารถแก้ไขปัญหาก่อนที่จะมีการเปิดเผยรายละเอียดต่อสาธารณชน

วันพฤหัสฯ (13 ก.ค.) Calle โพสต์บน X ว่า โลกกำลังเผชิญการปะทะครั้งใหญ่ระหว่างโค้ดโอเพนซอร์สที่มนุษย์สะสมมานับสิบปี กับการใช้ Kimi K3 แค่ 2 สัปดาห์ และสำทับว่า ทุกอย่างพังหมดและบิตคอยน์กำลังเจอปัญหาหนัก

Kimi K3 เป็นโมเดล AI จากสตาร์ทอัพจีน Moonshot AI ซึ่งนักพัฒนาสามารถดาวน์โหลดไปติดตั้งและรันบนระบบของตัวเอง โมเดลนี้สามารถวิเคราะห์โค้ดเบสขนาดใหญ่ และทำงานด้านซอฟต์แวร์ที่ซับซ้อนและใช้เวลานานได้โดยอาศัยการควบคุมเพียงเล็กน้อยจากมนุษย์

Red Team ยังใช้โมเดล GLM 5.2 ของ Z.ai ซึ่งเป็นบริษัทจีนเช่นเดียวกัน รวมถึงโมเดลจาก OpenAI และ Anthropic ของอเมริกา

อย่างไรก็ดี โมเดลของอเมริกามีข้อจำกัดมากกว่า และนักพัฒนามักพบกับข้อจำกัดที่ OpenAI และ Anthropic กำหนดไว้เมื่อทำงานวิจัยด้านความปลอดภัย

เมื่อต้นสัปดาห์ Calle โพสต์ว่า Red Team ถูก OpenAI บล็อกอีกแล้ว และบ่นว่า เบื่อที่ต้องคอยขออนุญาต ก่อนจบโพสต์ว่า กำลังโหลด Kimi K3

เขาสำทับว่า แม้กระบวนการล่าช้าและยากลำบาก แต่ Red Team สามารถตรวจพบปัญหาและช่องโหว่ที่ตรวจพบได้ง่ายเกือบทั้งหมดในระบบโอเพนซอร์สของบิตคอยน์แล้ว

เดือนนี้ Red Team เผยว่า ส่งรายงานปัญหาไปแล้ว 4,962 รายการ จาก 390 โครงการ ในจำนวนนี้ 85 รายการจัดอยู่ในระดับวิกฤต และ 635 รายการระดับความรุนแรงสูง

Calle เสริมว่า ความเร็วในการตอบสนองของแต่ละโครงการต่างกันมาก ซึ่งสะท้อนสถานะและคุณภาพของโครงการนั้นๆ
เขายังบอกอีกว่า ซอฟต์แวร์ที่เกี่ยวข้องกับ Lightning ซึ่งออกแบบมาเพื่อช่วยให้การชำระเงินด้วยบิตคอยน์เร็วขึ้นและมีค่าธรรมเนียมถูกลง เป็นหนึ่งในกลุ่มที่ตรวจสอบได้ยากเป็นพิเศษ เนื่องจากมีความซับซ้อนสูง

Calle เพิ่มเติมว่า โครงการที่เริ่มทำ AI Audit ตั้งแต่หลายเดือนก่อนอยู่ในสถานะที่แตกต่างโดยสิ้นเชิงจากโครงการที่ยังไม่ได้ทำ พร้อมแนะนำว่า ในอนาคตแต่ละโครงการจำเป็นต้องมีระบบตรวจสอบ AI ของตัวเอง และเตือนว่า ไม่ควรวางใจโครงการที่ไม่มีผู้ดูแลหรือหยุดพัฒนาไปแล้ว

Decrypt ระบุว่า ไม่ได้มีแค่ Bitcoin Red Team เท่านั้นที่หันไปใช้ AI จีน
เดือนที่แล้ว Hugging Face สตาร์ทอัพ AI ของอเมริกา ใช้โมเดล GLM 5.2 จากจีน สอบสวนเหตุการณ์ที่ระบบของบริษัทถูกโมเดลของ OpenAI เจาะ และโมเดลเชิงพาณิชย์ของอเมริกาปฏิเสธคำขอให้วิเคราะห์บันทึกเหตุการณ์การโจมตี

อนึ่ง แม้บอกว่า บิตคอยน์กำลังเจอปัญหาหนัก แต่ Calle มองว่า การตรวจสอบครั้งใหญ่นี้จะทำให้ซอฟต์แวร์ของบิตคอยน์แข็งแกร่งขึ้นในระยะยาว ก่อนทิ้งท้ายว่า บิตคอยน์เป็นเป้าหมายแรกที่เห็นได้ชัด แต่ในไม่ช้าระบบซอฟต์แวร์อื่นๆ ทั่วโลกจะต้องเผชิญการตรวจสอบและค้นหาช่องโหว่ด้วย AI ในลักษณะเดียวกัน