“บอย ท่าพระจันทร์” เซียนพระชื่อดังและนักลงทุนรายใหญ่ โพสต์ภาพพอร์ตหุ้นปริศนา ถือ 2.4 ล้านหุ้น มูลค่ากว่า 114 ล้านบาท โชว์กำไรที่ยังไม่รับรู้ตัวตัวรายได้ตัวเดียวเกือบ 9 ล้านบาท และที่ขายทำกำไรไปแล้วอีก13ล้านบาท ทำโซเชียลแห่แกะรอย ก่อนมีคนชี้เป้า KCE หลังตัวเลขราคา 47.75 บาทสอดคล้องกับการซื้อขายล่าสุด ขณะที่หุ้นกำลังได้แรงหนุนจากงบ Q2/69 กำไรโตแรง 51%
วันที่ 13 สิงหาคม 2569 กลายเป็นอีกหนึ่งความเคลื่อนไหวที่ได้รับความสนใจในแวดวงนักลงทุน หลัง อรรถวัติ ศิริสิทธิธงไชย หรือ “บอย ท่าพระจันทร์” เซียนพระชื่อดัง ซึ่งเป็นที่รู้จักในฐานะนักลงทุนรายใหญ่ในตลาดหุ้นไทย โพสต์ภาพสถานะการลงทุนในหุ้นตัวหนึ่งโดยไม่ได้เปิดเผยชื่อหลักทรัพย์
ภาพดังกล่าวแสดงจำนวนหุ้นที่ถืออยู่ 2,400,000 หุ้น มีต้นทุนรวม 105,635,966.40 บาท ขณะที่มูลค่าตลาดเพิ่มขึ้นเป็น 114,600,000 บาท
ส่งผลให้มีกำไรที่ยังไม่รับรู้ หรือ Unrealized P/L จำนวน 8,964,033.60 บาท หรือ 8.49% นอกจากนี้ยังปรากฏ Realized P/L หรือกำไรที่รับรู้แล้วอีก 13,152,005.80 บาท
หากนำกำไรทั้งสองส่วนมารวมกันจะอยู่ที่ประมาณ 22.12 ล้านบาทและมีความเป็นไปได้ว่าจะเป็นหุ้นตัวเดียวกัน
โซเชียลแกะรอยหุ้นปริศนาชี้เป้า KCE
หลังโพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ออกมา มีผู้ติดตามเข้ามาคาดเดากันว่าหุ้นปริศนาอาจเป็นหุ้นในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ โดยมีการเอ่ยถึงทั้ง DELTA, KCE และ HANA
แต่หนึ่งในเบาะแสที่ทำให้ KCE หรือ บริษัท เคซีอี อีเลคโทรนิคส์ จำกัด (มหาชน) ถูกจับตามอง คือการคำนวณย้อนกลับจากตัวเลขในภาพ
จำนวนหุ้น 2,400,000 หุ้น มีมูลค่าตลาด 114,600,000 บาท เท่ากับว่าราคาหุ้นที่ใช้คำนวณมูลค่าพอร์ตอยู่ที่ 47.75 บาทต่อหุ้น ซึ่งสอดคล้องกับระดับราคาที่ KCE ซื้อขายผ่านในวันที่ 13 สิงหาคม 2569 ขณะที่ DELTA และ HANA มีระดับราคาซื้อขายที่แตกต่างออกไป
ขณะเดียวกัน เมื่อนำต้นทุนรวม 105,635,966.40 บาท หารด้วยจำนวนหุ้น 2.4 ล้านหุ้น จะได้ต้นทุนเฉลี่ยประมาณ 44.015 บาทต่อหุ้น
หากราคาปัจจุบันอยู่ที่ 47.75 บาท จะเท่ากับกำไรประมาณ 3.735 บาทต่อหุ้น หรือประมาณ 8.964 ล้านบาท และคิดเป็นผลตอบแทนประมาณ 8.49% ซึ่งตรงกับตัวเลข Unrealized P/L ที่ปรากฏในภาพ
จึงทำให้ตัวเลขทั้ง จำนวนหุ้น 2.4 ล้านหุ้น ราคาตลาด 47.75 บาท ต้นทุนเฉลี่ยประมาณ 44.01 บาท และกำไร 8.49% สอดคล้องกัน
อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการยืนยันจากบอย ท่าพระจันทร์ว่าหุ้นในภาพคือ KCE ดังนั้นการเชื่อมโยงดังกล่าวยังเป็นเพียงการตั้งข้อสังเกตและการคาดเดาของผู้ติดตามจากข้อมูลราคาและตัวเลขในพอร์ตเท่านั้น
KCE วิ่งรับงบ Q2 กำไรโต 51%
ความสนใจของ KCE ส่วนหนึ่งมาจากผลประกอบการไตรมาส 2/2569 ที่ออกมาแข็งแกร่ง โดยบริษัทมีกำไรสุทธิ 275.92 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 51.49% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่รายได้รวมอยู่ที่ 3,674.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.9% YoY และ 14.2% QoQ ปัจจัยหนุนหลักมาจากยอดขายผลิตภัณฑ์ HDI PCB ที่ขยายตัว ประกอบกับสัดส่วนผลิตภัณฑ์ หรือ Product Mix ที่ดีขึ้น รวมถึงเงินบาทที่อ่อนค่าซึ่งช่วยสนับสนุนผลประกอบการ
สำหรับยอดขายกลุ่ม HDI PCB เพียงส่วนเดียว เติบโต 19.9% จากปีก่อน และ 5.4% จากไตรมาสก่อนหน้า ขณะที่บริษัทยังคงเร่งเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและควบคุมต้นทุน เพื่อรับมือกับแรงกดดันจากราคาวัตถุดิบ รวมถึงภาวะขาดแคลนใยแก้วบางส่วน
อีกหนึ่งปัจจัยที่ช่วยหนุนความสนใจของนักลงทุน คือการประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลในอัตรา 0.60 บาทต่อหุ้น โดยกำหนดขึ้นเครื่องหมาย XD ในวันที่ 24 สิงหาคม 2569 และมีกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 9 กันยายน 2569
ส่วนแนวโน้มไตรมาส 3/2569 ยังเป็นประเด็นที่ตลาดจับตา หลังมีรายงานว่า KCE ได้ปรับเพิ่มราคาขายตั้งแต่เดือนกรกฎาคม ซึ่งผลจากการปรับราคาดังกล่าวจะเริ่มสะท้อนเข้ามาเต็มไตรมาส ขณะที่สถานการณ์วัตถุดิบบางประเภทยังคงมีภาวะตึงตัว จึงเป็นอีกปัจจัยที่ต้องติดตามว่าจะส่งผลต่อทั้งรายได้และความสามารถในการทำกำไรของบริษัทมากน้อยเพียงใด


