หุ้นตัวเล็กที่เคยมีการเก็งกำไรกันอย่างร้อนแรง และหุ้นที่มีพฤติกรรมเข้าข่ายการปั่นราคาในอดีต ซึ่งซื้อขายในตลาด MAI ส่วนใหญ่ยังอยู่ในสภาพตายซาก แต่มีหุ้นขนาดเล็กบางตัวราคาพุ่งทะยานอย่างหวือหวา ทั้งที่ผลประกอบการขาดทุนอย่างต่อเนื่อง โดยหุ้นบริษัท ออริจิ้น โกลบอล เอมไพร์ จำกัด (มหาชน) หรือ EMPIRE เป็นหุ้นเล็กอีกตัวที่เริ่มร้อนขึ้นมา เพราะในช่วง 2 วันทำการ ราคาถูกลากขึ้นกว่า 60% ท่ามกลางมูลค่าการซื้อขายที่พองโตขึ้น
วันศุกร์ที่ 7 สิงหาคมที่ผ่านมา หุ้น EMPIRE ปิดที่ 18 สตางค์ มูลค่าซื้อขายเพียง 1.04 ล้านบาท แต่วันจันทร์ที่ 10 สิงหาคม ราคากลับพุ่งขึ้นทะลุเพดานสูงสุด 30% โดยปิดที่ 24 สตางค์ เพิ่มขึ้น 6 สตางค์ หรือเพิ่มขึ้น 33.33% มูลค่าซื้อขายกระโดดขึ้นเป็น 8.61 ล้านบาท ทั้งที่มีข่าวนายเบญจพล นาคประเสริฐ ประธานกรรมการ กรรมการอิสระ และกรรมการตรวจสอบบริษัทฯ ประกาศลาออกกะทันหัน มีผลย้อนหลังตั้งแต่วันที่ 8 สิงหาคม เพราะแจ้งข่าวมาในระหว่างพักการซื้อขายในวันที่ 10 สิงหาคม โดยอ้างมีภารกิจอื่นที่จำเป็นต้องรับผิดชอบ
วันอังคารที่ 11 สิงหาคม ราคาหุ้น EMPIRE ยังวิ่งขึ้นต่อ และมีมูลค่าซื้อขายที่หนาตากว่าเดิม โดยระหว่างชั่วโมงซื้อขายถูกลากขึ้นไปสูงสุดที่ 31 สตางค์ ทะลุเพดานสูงสุด 30% ติดต่อเป็นวันที่สอง ก่อนจะอ่อนตัวลงมาปิดที่ 29 สตางค์ เพิ่มขึ้นอีก 5 สตางค์ หรือเพิ่มขึ้น 20.83% มูลค่าซื้อขาย 18.42 ล้านบาท
รวม 2 วันทำการ หุ้น EMPIRE ปรับตัวขึ้น 11 สตางค์ หรือปรับตัวขึ้น 61.11% มูลค่าซื้อขายพองโตจากวันละประมาณ 1 ล้านบาท กระโจนขึ้นมาเกือบ 20 ล้านบาทในวันอังคารที่ผ่านมา
ไม่มีข่าวดีที่ชัดเจนสนับสนุนการพุ่งขึ้นของราคาหุ้น EMPIRE มีแต่คำถามว่า ใครอยู่เบื้องหลังการจุดพลุลากราคา ล่อนักลงทุนรายย่อยให้ตามแห่เข้าไปเก็งกำไรหรือไม่
เพราะ EMPIRE ผลประกอบการย่ำแย่ติดต่อกันหลายปี โดยไตรมาสแรกปีนี้ยังขาดทุน 62.94 ล้านบาท ขณะที่ระยะเดียวกันปีก่อนกำไรสุทธิ 31.09 ล้านบาท ซึ่งการขาดทุนติดต่อกัน 3 ปี จนทำให้ส่วนของผู้ถือหุ้นต่ำกว่าทุนจดทะเบียน ตลาดหลักทรัพย์ฯ จึงขึ้นเครื่องหมาย CB ตั้งแต่วันที่ 6 มีนาคม 2569
นอกจากนี้ เมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา EMPIRE ยังถูกสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) สั่งให้บริษัทฯ ชี้แจงข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับธุรกรรมการซื้อขายทรัพย์สิน อันอาจส่งผลกระทบต่อประโยชน์ของผู้ถือหุ้น และเตือนให้ผู้ถือหุ้นศึกษาข้อมูลการทำธุรกรรมของบริษัทฯ ก่อนร่วมประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นเพื่อลงมติการทำธุรกรรม ซึ่งบริษัทที่ปรึกษาทางการเงินอิสระมีความเห็นว่า นักลงทุนไม่ควรลงมติอนุมัติ แต่ธุรกรรมครั้งนั้นก็ได้รับอนุมัติจากมติที่ประชุมผู้ถือหุ้น
ล่าสุดกรณีนายเบญจพลก็มีประเด็นที่น่าสนใจ โดยเฉพาะเบื้องหลังการลาออกอย่างกะทันหันว่า มีอะไรที่อึดอัดใจใน EMPIRE หรือไม่
หุ้น EMPIRE มีแต่ข่าวร้ายและปัจจัยลบ แต่ราคาหุ้นกลับพุ่งขึ้น จึงถูกตั้งข้อสงสัยว่าอาจมีเจ้ามืออยู่เบื้องหลังการปลุกผีหุ้นตัวนี้ เพราะราคาที่เด้งขึ้นอย่างร้อนแรงไม่น่าจะเกิดจากการเก็งกำไรของนักลงทุนรายย่อยทั่วไป เนื่องจากไม่มีข่าวดีหรือปัจจัยกระตุ้นราคาหุ้น
ผู้ถือหุ้นรายย่อย EMPIRE มีจำนวนทั้งสิ้น 3,939 ราย โดยผู้ถือหุ้นรายย่อยอันดับ 1 คือ นายกระทรวง จารุศิระ และตามแบบรายงานการได้มาหรือจำหน่ายหุ้น หรือรายงาน 246-2 เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคมที่ผ่านมา นายกระทรวงแจ้งว่าได้หุ้น EMPIRE เพิ่มอีก 2.53% ทำให้ถือหุ้นในสัดส่วนเพิ่มเป็น 10.45% ของทุนจดทะเบียน
EMPIRE ร้อนจัดมา 2 วันติดแล้ว แต่ยังไม่มีความเคลื่อนไหวใดจากตลาดหลักทรัพย์ฯ เพื่อดับร้อนหุ้นตัวนี้ หรือส่งสัญญาณเตือนนักลงทุนให้ระมัดระวังการซื้อขาย เหมือนหุ้นหลาย ๆ ตัวที่ปรับตัวขึ้นอย่างร้อนแรงผิดปกติ และถูกประกาศใช้มาตรการกำกับการซื้อขายดับร้อนทันควัน
ราคาหุ้นที่ปรับตัวขึ้นโดยไม่มีพื้นฐานรองรับ และบริษัทไม่มีพัฒนาการใดที่ส่งผลบวกต่อราคาหุ้น ถ้าตลาดหลักทรัพย์ไม่เร่งประกาศใช้มาตรการดับความร้อนแรง ปล่อยให้ราคาหุ้นถูกลากขึ้น นักลงทุนที่หลงเข้าไปเก็งกำไรจะตกอยู่ในความเสี่ยงและอาจเกิดความเสียหายหนักตามมา
หุ้น EMPIRE กำลังถูกปลุกผีเก็งกำไรรอบใหม่ แต่ทำไมตลาดหลักทรัพย์ฯ จึงยังหลับใหลอยู่ จะยืนดูแมลงเม่าบินเข้ากองไฟอีกกี่วัน


