xs
xsm
sm
md
lg

กระแสตีกลับหุ้น STECON แผ่ว หลังแห่ต้านดาต้าเซนเตอร์

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ราคาหุ้น “สเตคอน กรุ๊ป ” แผ่ว หลังรัฐเตรียมออกกฎคุมเข้ม “โครงการดาต้า เซ็นเตอร์” แหล่งสร้างรายได้งามแห่งใหม่ แม้ประเมินSTECON เป็นหนึ่งใน 3 ผู้ประกอบการที่มีศักยภาพในการได้งาน หวั่นเงื่อนไขและข้อจำกัด อาจทำให้สะดุดเหตุโครงการนี้ผลกระทบต่อหลายภาคส่วน เพราะใช้ไฟฟ้าและน้ำในปริมาณมาก ขณะโบรกฯ มองปัจจัยพื้นฐานแกร่ง ส่งแรงหนุนให้ STECON ยังจะได้งานเมกะโปรเจ็กต์อื่นเพิ่ม จึงแนะนำเก็บหุ้นเข้าพอร์ต

หุ้น STECON บริษัท สเตคอน กรุ๊ป จำกัด(มหาชน) วันนี้(10 ส.ค.)เปิดตลาดเทรดที่ 18.10 บาทก่อนราคาจะนิ่งไปปิดเช้าที่ 16.90 บาท ขณะที่ช่วงบ่ายคาขยับขึ้นมาเมื่อขึ้นไปที่ 17.60 บาทเมื่อเวลา 15.30น. และปิดตลาดด้วยราคา
17.10 บาท ลดลง 0.90 บาทหรือ 5.00% มูลค่าซื้อขาย 1,067.58 ล้านบาท ระหว่างวันราคาหุ้นสวิง ช่วงเช้าเมื่อเวลา 10.43น.ลงลึกไป 16.50บาท ก่อนที่ช่วงบ่ายค่อยๆ กระเตื้องขึ้นแต่ยังปิดลบ

ทั้งนี้ ราคาSTECON ตั้งแต่ต้นปี 69 จะพบว่าหุ้นเทรดกันที่ตัวเลขหลักเดียว คือ 9 บาทกว่า และเริ่มขยับมาแตะ 10 บาทได้เมื่้อ 11 ก.พ.หรือบวกไป 20 สตางค์จากวันก่อนหน้า จากนั้นราคาหุ้นไต่ระดับขึ้นมาปลายเดือน ก.พ.เทรดเหนือ13 บาท ซึ่งราคาหุ้นบวกๆ ลบๆ ในราคาระหว่าง 12-13 บาทกระทั่งปลายเดือนต้น พ.ค.ราคาหุ้นเทรดที่ 14.20 บาท เมื่อ 7 พ.ค.บวกไป 20 สตางค์จากวันก่อนหน้าและเดือนนี้เองที่ราคาหุ้นบวกเพิ่มต่อเนื่อง แม้บางวันอาจปิดลดลงบ้าง แต่ปลายเดือนแรงส่งหนุนให้ STECON ราคาวิ่งไปที่ 15 บาท เข้าสู่เดือน มิ.ย. ราคาไปที่ 16บาท ต่อเนื่องไปที่ 17 และถึง 18.70 บาทได้เมื่อ 22 มิ.ย. และจากนั้นมาหุ้นตัวนี้ราคายืนเทรดเหนือ 18 บาทในเดือน ก.ค.

คาดกำไร STECON แผ่วเจอกระต้านดาต้าเซนเตอร์

บล.กรุงศรีฯ คาดกำไรไตรมาส 2 ของSTECON จะอ่อนแอลง ทว่า STECON คือหุ้นที่อยู่ในกลุ่มรับเหมาที่กูรูมองว่าจะได้รับผลดีจากโครงการเมกกะโปรเจ็กต์ต่างๆ แต่ ความกังวลหนึ่งที่ทำให้เกิดภาพลบคือ ทางการที่ออกกฎคุมเข้มโครงการ ดาต้า เซ็นเตอร์ จนส่งผลต่อการก่อสร้างหรือผู้รับเหมา ซึ่งหุ้น STECON ได้แรงบวกรับข่าวไปก่อนหน้าที่หนุนราคาหุ้นขยับต่อเนื่องมาตั้งแต่ต้นปี เพราะที่ผ่านมา STECON เป็นผู้รับเหมาฯ ที่นักลงทุนคาดว่าจะได้ประโยชน์จากโครงการนี้มากที่สุด เพราะประเมินจากตัวเลขไตรมาสแรก มี Backlog จากงานโครงการดาต้า เซ็นเตอร์ที่มีอยู่ถึง 3 หมื่นล้านบาท

ทั้งนี้ แรงฉุดหนึ่งที่ส่งผลให้ราคาหุ้นรับเหมาแผ่วลง อาจเพราะโครงการ ดาต้า เซ็นเตอร์ เพราะเป็นโครงการที่ใช้ไฟฟ้าและน้ำปริมาณมาก แน่นอนว่าจะส่งผลกระทบทางอ้อมต่อภาคครัวเรือน ทำให้รัฐชะลอการพิจารณาโครงการ Data Center เพื่อจำกัดการลงทุนอีกทั้งเพื่อกำหนดเกณฑ์การลงทุนใหม่ และให้มองผลกระทบและประโยชน์ประเทศเป็นสำคัญ ซึ่งในต่างประเทศผู้ประกอบการธุรกิจนี้ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมและอื่นๆ เพื่อชดเชยกับผลกระทบต่อมวลรวม

อย่างไรก็ดี STECON ยังมีงานเมกะโปรเจ็กต์อีกมาก ที่จะทำให้มีโอกาสได้งานอื่นเพิ่ม แม้แรงต้านที่มีมองว่าจะเป็นจิตวิทยาลบในช่วงสั้นและเชื่อมั่นว่าการคุมเข้มของภาครัฐจะส่งผลบวกต่อประเทศ แต่ยังมั่นใจในปัจจัยพื้นฐานของ STECON ราคาหุ้นที่ลดลงยังมองเป็นโอกาสในการเข้าสะสม STECON เพราะยังมีโอกาสได้งานอื่นที่ช่วยหนุน Backlog ทั้งโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าตามแผน PDP 2026 ที่กำลังประกาศ, โครงการ Mega project ของรัฐที่เตรียมเปิดประมูลมากขึ้นตั้งแต่ไตรมาสนี้เป็นต้นไป อย่างงานก่อสร้างมอเตอร์เวย์ สาย M5 และ M9 ดังนั้นจึงแนะเก็บหุ้นเข้าพอร์ตให้ราคาเป้าหมายปี 69 ที่ 20.60 บาท

บล.กสิกร ประเมิน STECON กำไรแข็งแกร่งขึ้นและมี backlog แน่นเพราะตัวเลขไตรมาสแรกปีนี้กำไรสุทธิ 351 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.8% จากปีก่อนแต่ลดลง 62.3% เทียบไตรมาสก่อน หากไม่รวมกำไรพิเศษจากการกลับรายการผลขาดทุนด้านเครดิต 196 ล้านบาท จะทำให้กำไรปกติไตรมาสแรกอยู่ที่ 155 ล้านบาท ลดลง 54.7% จากปีก่อน และลดลง 30.8% จากไตรมาสก่อน ซึ่งกำไรไตรมาสนี้ยังไม่ได้รวมไม่รวมรายได้เงินปันผลคิดเป็น 25.8% ของประมาณการทั้งปีของ บล.กสิกร

ทั้งนี้ นักวิเคราะห์หลายค่ายประเมินแรงบวกให้หุ้น STECON จากผลงานไตรมาสแรกเป็นไปตามคาด และดาต้า เซ็นเตอร์ยังคงเป็นโอกาสในการเติบโตที่มีนัยยะสำคัญ เพราะ STECON ได้รับเชิญให้เข้าร่วมประมูลเกือบทุกโครงการและมีความได้เปรียบในมาตรฐาน ESG ซึ่งมีผู้รับเหมาหลักเพียง 3 รายเท่านั้นที่ได้มาตรฐานการก่อสร้างศูนย์ข้อมูลระดับโลก อีกทั้งความคืบหน้าโครงการ UTA หรือ บริษัท อู่ตะเภา อินเตอร์เนชั่นแนล เอวิเอชั่น จำกัด เป็นการโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก ที่คาดว่าการก่อสร้างจะเริ่มได้ครึ่งหลังปี 2569 ขณะที่การคุมต้นทุนให้ได้ประสิทธิภาพจะทำให้ตัวเลข gross profit margin อยู่ในระดับเดิมตามแผนเหล่านี้คือปัจจัยหนุนผลงานให้STECON ขณะที่ตัวเลขงานในมือใหม่มูลค่า 6.7 พันล้านบาท หนุนงานในมือไตรมาสแรกสูงถึง 1.228 แสนล้านบาท แบ่งเป็นงานภาคเอกชน 58% ที่เหลือมาจากภาครัฐ

ดังนั้น บล.กสิกร มีมุมมองที่เป็นบวก และจากกำไรที่แข็งแกร่ง ความมั่นคงที่ถูกมองว่าจะได้งานมั่นคงอย่างดาต้า เซ็นเตอร์ รวมทั้งความชัดเจนที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับโครงการ UTA ส่งผลให้กูรูมองว่าผลงาน 3 ไตรมาสที่เหลือกำไรแข็งแกร่ง จากทั้งรายได้จากเงินปันผลและกำไรจากการดำเนินงาน รวมถึงการได้รับงานใหม่จากโครงการศูนย์ข้อมูลและโครงการของรัฐ เชื่อว่า STECON มีโอกาสสูงที่จะได้รับงานจากภาคเอกชนในสัดส่วนที่สอดคล้องกับเป้าหมาย 4.4 หมื่นล้านบาท ส่วนครึ่งหลังปี 2569 นอกจากนี้ STECON ยังอาจได้รับงานเพิ่มเติมจากโครงการของรัฐบาลมูลค่า 181 แสนล้านบาท คาดว่าจะเปิดให้ประมูลในปีนี้เช่นกัน จึง แนะนำ “ซื้อ” TP 15.28 บาท

ด้าน IAA Consensus ให้เป้าราคาหุ้น STECON ปี 69 เฉลี่ย 18.33 บาท ขณะที่เป้าสูงสุด 21.50 บาท มีอัพไซด์ 19.44% จุดแข็งคือธุรกิจรับเหมาและการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน-พลังงาน รวมถึงดาต้า เซ็นเตอร์ที่ยังมีโอกาสโตต่อ แต่ต้องระวังราคาปัจจุบันเกือบแตะเป้าเฉลี่ยแล้ว


ผลประกอบการQ1 –ผู้ถือหุ้น

สำหรับผลงานไตรมาสแรกปีนี้ STECON มีกำไรสุทธิ 346.54 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีรายได้รวมเติบโตขึ้น 8% หรือ 7,319 ล้านบาท โดยได้รับแรงหนุนจากงานก่อสร้างที่เพิ่มขึ้น และมี รายได้รวม 7,319 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% จากรายได้ในสัญญาจ้างก่อสร้างที่ทยอยรับรู้ ขณะที่มีงานในมือ (Backlog) ใหม่เข้ามาเพิ่มในไตรมาสแรกนี้อีก 6.7 พันล้านบาท แบ่งเป็นโครงการอาคารพาณิชย์และโครงการด้านสิ่งแวดล้อมสำหรับ STECON เป็นบริษัทโฮลดิ้ง (Holding Company) ที่ปรับโครงสร้างมาจาก บมจ. ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น มีธุรกิจจะเน้นลงทุนหลักในธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง สาธารณูปโภค พลังงาน และโครงสร้างพื้นฐานคมนาคม

สำหรับ STECON เป็นบริษัทโฮลดิ้ง (Holding Company) ที่ปรับโครงสร้างมาจาก บมจ. ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น มีธุรกิจจะเน้นลงทุนหลักในธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง สาธารณูปโภค พลังงาน และโครงสร้างพื้นฐานคมนาคม

 ผู้ถือหุ้น10 อันดับแรก สิ้่นสุด 10 มีนาคม 69

1 บริษัท ซี.ที. เวนเจอร์ จำกัด จำนวน 298,019,388 หุ้น คิดเป็น 19.62%

2 UBS AG SINGAPORE BRANCH - FOR CLIENTS' ACCOUNTS จำนวน 159,932,600 หุ้น คิดเป็น 10.53

3 บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด จำนวน 90,627,421 หุ้น คิดเป็น 5.97%

4 บริษัท พี.พี. โกลบอล เวลท์ จำกัด จำนวน 84,674,471 หุ้น คิดเป็น 5.57%

5 นาง อนิลรัตน์ นิติสาโรจน์ จำนวน 72,124,242 หุ้น คิดเป็น 4.75

6 บริษัท โกลเด้น เอร่า แคปิตอล จำกัด จำนวน 64,179,596 หุ้น คิดเป็น 4.22%

7 บริษัท อิควิตี้ พลัส จำกัด จำนวน 48,582,841 หุ้น คิดเป็น 3.20%

8 บริษัท แอสเซท เลกาซี่ จำกัด จำนวน 33,632,242 หุ้น คิดเป็น 2.21%

9 SOUTH EAST ASIA UK (TYPE C) NOMINEES LIMITED จำนวน28,247,542 หุ้น คิดเป็น 1.86%

10 นาย มาศถวิน ชาญวีรกูล จำนวน 25,457,142 หุ้น คิดเป็น 1.68%