xs
xsm
sm
md
lg

ต่างชาติเล็ง “ภูเก็ต” เปลี่ยนเมืองเที่ยวสู่เป้าหมายซื้อบ้าน-ลงทุนอสังหาฯ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



จากนักท่องเที่ยวต่างชาติขยับสู่ผู้ซื้อที่อยู่อาศัย ดันภูเก็ตขึ้นแท่นทำเลสำคัญตลาดอสังหาฯ ต่างชาติ หลังยอดขายคอนโดฯ ปี 2568 ทำสถิติสูงสุด ต่างชาติคิดเป็น 35% ของธุรกรรมในเมืองท่องเที่ยว แรงหนุนจากตลาดบ้านหลังที่สอง การเช่าระยะยาว และการลงทุน ขณะที่ผู้ประกอบการเร่งขยายพอร์ตรับกำลังซื้อจากทั่วโลก

ตลาดอสังหาริมทรัพย์ภูเก็ตกำลังเปลี่ยนโครงสร้างจากตลาดที่พึ่งพาการท่องเที่ยว สู่ตลาดที่อยู่อาศัยซึ่งมีชาวต่างชาติเป็นฐานลูกค้าสำคัญ หลังนักท่องเที่ยวบางกลุ่มเริ่มขยับจากการเข้าพักระยะสั้น สู่การเช่าระยะยาว ซื้อบ้านหลังที่สอง และลงทุนในอสังหาริมทรัพย์

โดยก่อหน้านี้ ข้อมูลวิจัยตลาด ซีบีอาร์อี ระบุว่า ยอดขายคอนโดมิเนียมในภูเก็ตปี 2568 ทำสถิติสูงสุด ขณะที่ผู้ซื้อชาวต่างชาติมีสัดส่วนราว 25% ของมูลค่าธุรกรรมอสังหาริมทรัพย์ทั่วประเทศ และเพิ่มเป็น 35% ในเมืองท่องเที่ยว สะท้อนบทบาทของกำลังซื้อจากต่างชาติที่มีต่อตลาดอย่างชัดเจน 
จากนักท่องเที่ยวสู่ผู้ซื้ออสังหาฯ
พฤติกรรมของนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะกลุ่มกำลังซื้อสูงและเดินทางมาไทยซ้ำ กำลังเปลี่ยนจากการพักโรงแรมระยะสั้นไปสู่การพำนักนานขึ้นและซื้อที่อยู่อาศัย การมีบ้านในภูเก็ตจึงตอบโจทย์ทั้งการใช้เป็นบ้านพักส่วนตัวและการลงทุน โดยสามารถปล่อยเช่าในช่วงที่ไม่ได้ใช้งาน 

ขณะที่ข้อมูลซีบีอาร์อีประเมินว่า คอนโดฯ บางโครงการในภูเก็ตมีผลตอบแทนค่าเช่าขั้นต้นราว 6-11% ขึ้นอยู่กับทำเลและโครงการประกอบกับกฎหมายไทยเปิดให้ต่างชาติถือกรรมสิทธิ์ห้องชุดได้ ภายใต้เพดานสัดส่วนต่างชาติไม่เกิน 49% ของพื้นที่ห้องชุดทั้งหมดในอาคาร ทำให้คอนโดฯ เป็นหนึ่งในสินทรัพย์ที่เข้าถึงได้สำหรับผู้ซื้อชาวต่างชาติ

ตลาดต่างชาติขยายฐาน
ตลาดผู้ซื้อภูเก็ตไม่ได้พึ่งพาจีนเพียงประเทศเดียว แต่มีทั้งรัสเซีย ยุโรป อินเดีย ไต้หวัน และตลาดอื่นๆ เข้ามามีบทบาท โดยซีบีอาร์อีพบว่า มูลค่าธุรกรรมของผู้ซื้อไต้หวันเติบโตเฉลี่ย 27% ต่อปีในช่วงปี 2566-2568 ขณะเดียวกัน ตลาดที่พักอาศัยภายใต้แบรนด์โรงแรมก็ขยายตัวต่อเนื่อง โดยภูเก็ตติดอันดับ 5 ของโลกในตลาดดังกล่าว เมื่อรวมโครงการที่สร้างเสร็จและอยู่ระหว่างการพัฒนา สะท้อนการเปลี่ยนสินค้าอสังหาฯ จากที่อยู่อาศัยทั่วไปสู่โครงการที่เน้นบริการและการบริหารจัดการ

 ASWปักหมุดรับกำลังซื้อต่างชาติ
การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวสะท้อนผ่านกลยุทธ์ของ ASWที่ขยายธุรกิจเข้าสู่ภูเก็ตผ่าน บริษัท ร่มโพธิ์ พร็อพเพอร์ตี้ หรือTITLE
โดยเน้นโครงการที่พักอาศัยในเมืองท่องเที่ยว โดยในครึ่งแรกปี2569 ASWมีรายได้5,691ล้านบาท เพิ่มขึ้น57%และกำไรสุทธิ792ล้านบาท เพิ่มขึ้น98%จากช่วงเดียวกันของปีก่อน  
โดยมีโครงการTHE TITLE Serenity Naiyangมูลค่า 4,000 ล้านบาท เป็นหนึ่งในโครงการที่สนับสนุนการรับรู้รายได้ไตรมาส2

ส่วนไตรมาส3เตรียมทยอยส่งมอบTHE TITLE Heritage Bang-Taoมูลค่า 6,000ล้านบาท และ THE TITLE Cielo Rawai มูลค่า1,200ล้านบาท ขณะที่บริษัทมีแผนส่งมอบโครงการสร้างเสร็จใหม่ทั้งปี11โครงการ มูลค่ารวม26,760ล้านบาท
และมีแบ็กล็อก ณ สิ้นไตรมาส2รวม38,181ล้านบาท ทยอยรับรู้ถึงปี2571

 อ่ยางไรก็ตาม แม้ตลาดภูเก็ตมีแรงซื้อจากต่างชาติ แต่ตลาดอสังหาริมทรัพย์ต่างชาติทั่วประเทศยังผันผวน โดยREICระบุว่า ไตรมาส1/69 การโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดให้ต่างชาติลดลง 17.3%เหลือ3,241หน่วย ขณะที่มูลค่าการโอนลดลง17.9% เหลือ 13,464 ล้านบาท

นอกจากนี้ รายงานวิจัยตลาด ซีบีอาร์อี ยังระบุอีกว่า การเปิดตัวคอนโดฯ ใหม่ในภูเก็ตช่วงครึ่งหลังปี2568ลดลง16.5%จากครึ่งแรก สะท้อนการระมัดระวังของผู้ประกอบการหลังซัพพลายเพิ่มขึ้น  ดังนั้น ตลาดภูเก็ตระยะต่อไปจึงไม่ใช่เกม “สร้างมาก ขายมาก” แต่เป็นการแข่งขันด้านทำเลและสินค้าผู้ประกอบการต้องเลือกพื้นที่ที่มีนักท่องเที่ยวและผู้พำนักระยะยาวรองรับ
พร้อมพัฒนาโครงการให้ตอบโจทย์ทั้งการอยู่อาศัย บ้านหลังที่สอง และการลงทุน

การเปลี่ยนแปลงของภูเก็ตสะท้อนการเชื่อมโยงระหว่างการท่องเที่ยวกับตลาดที่อยู่อาศัยอย่างชัดเจน นักท่องเที่ยวที่กลับมาใช้ชีวิตในไทยนานขึ้น กำลังกลายเป็นฐานลูกค้าใหม่ของตลาดอสังหาริมทรัพย์

จากเดิมที่ภูเก็ตขาย  “การท่องเที่ยว” วันนี้กำลังขยับไปสู่การขายบ้านหลังที่สอง การใช้ชีวิต และโอกาสลงทุนให้กับผู้ซื้อจากทั่วโลกนี่คือแรงส่งที่ทำให้ภูเก็ตถูกจับตา ในฐานะเครื่องยนต์ใหม่ของตลาดอสังหาริมทรัพย์ต่างชาติในไทย แต่การเติบโตต่อจากนี้จะขึ้นอยู่กับความสามารถของผู้ประกอบการในการเลือกทำเลคุมซัพพลาย และตอบโจทย์กำลังซื้อที่มีความเฉพาะเจาะจงมากขึ้น