มุมมองแนวโน้มตลาดหุ้นในช่วง 5 เดือนเศษที่เหลือของปี 2569 แม้ว่าโบรกเกอร์ทั้งในและต่างประเทศประเมินไปในทิศทางเดียวกันว่า น่าจะมีความสดใสต่อเนื่องจากครึ่งปีแรก แต่ดัชนีจะเริ่มชะลอตัว ไม่พุ่งทะยานอย่างร้อนแรง และสิ้นปีคงไม่ได้เห็นตัวเลข 1800 จุด เหมือนที่บางโบรกเกอร์ตั้งเป้าไว้
เจพี มอร์แกน โบรกเกอร์ชั้นนำระดับโลก ประเมินแนวโน้มตลาดหุ้นไทยยังเติบโต เพราะมีปัจจัยพื้นฐานรองรับที่ดี เช่นเดียวกับโบรกเกอร์ไทยหลายแห่งที่ทยอยปรับประมาณการเป้าหมายดัชนีปลายปี แต่บางแห่งไม่ได้ขยับเป้าหมายขึ้นมากนัก โดยยังประเมินตัวเลขสิ้นปีต่ำกว่าระดับ 1700 จุด
บรรยากาศการซื้อขายหุ้นในสัปดาห์นี้ไม่คึกคัก แม้ว่าสถานการณ์สงครามตะวันออกกลางจะคลี่คลายลง และราคาน้ำมันดิบลดลงฮวบฮาบ ขณะที่ตลาดหุ้นสหรัฐดีดตัวกลับขึ้นแรงและต่อเนื่อง แต่ตลาดหุ้นไทยกลับไม่ขานรับ โดยดัชนีขยับขึ้นลงในกรอบแคบ ๆ
สาเหตุอาจเป็นเพราะตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นมาสูงนับจากต้นปี ดัชนีบวกขึ้นแล้วกว่า 350 จุด จนความน่าสนใจลดลง และนักลงทุนต่างชาติชะลอการซื้อหุ้นต่อเนื่องหลายวัน
นักวิเคราะห์หลักทรัพย์หลายคนเริ่มส่งสัญญาณเตือน ระบุว่าตลาดหุ้นวิ่งมาไกลมากแล้ว และยังขาดปัจจัยกระตุ้นในระยะสั้น จึงมีความเป็นไปได้ที่จะเกิดการพักฐานชั่วคราว ยิ่งหากดัชนีพุ่งทะลุขึ้นไปยืนเหนือระดับ 1650 จุด จะยิ่งมีความเสี่ยงในการลงทุน
คำแนะนำของนักวิเคราะห์หลักทรัพย์คือให้นักลงทุนเลือกเฟ้นหุ้นรายตัวมากขึ้น เพราะภาพรวมตลาดหุ้นจะเริ่ม “ตื้อ” หรือไม่ปรับขึ้นมากนัก เพดานขาขึ้นของดัชนีมีจำกัด
มุมมองเชิงบวกต่อหุ้นในช่วง 5 เดือนเศษที่เหลือ เกิดจากสมมุติฐานว่าสงครามตะวันออกกลางคลายตัว ราคาน้ำมันลดลงสู่ภาวะปกติ ไม่มีแรงกดดันจากเงินเฟ้อ อัตราดอกเบี้ยอาจไม่ขยับขึ้น และนักลงทุนต่างประเทศจะทยอยกลับเข้ามาลงทุนต่อเนื่อง ทำให้โบรกเกอร์ที่มองโลกสวยประเมินว่าดัชนีจะพุ่งทะลุ 1700–1800 จุดในปลายปีนี้
ส่วนโบรกเกอร์ที่มีมุมมองเชิงอนุรักษ์ ประเมินเป้าหมายดัชนีปลายปีที่ระดับ 1670–1680 จุดเท่านั้น และในระยะสั้น หากดัชนีข้ามผ่าน 1650 จุด นักลงทุนต้องเพิ่มความระมัดระวังในการลงทุน
อาการทรง ๆ ทรุด ๆ ของตลาดหุ้นในช่วงต้นสัปดาห์นี้สะท้อนให้เห็นว่าดัชนีเดินมาถึงทางตัน และขาดแรงกระตุ้นที่จะเดินหน้าต่อ ต้องหยุดพักชั่วคราว หรืออาจพักยาว ซึ่งหากมีปัจจัยลบเข้ามาแทรก หรือหุ้นกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์เกิดความผันผวน ดัชนีอาจถอยลงมาตั้งหลักต่ำกว่า 1600 จุดได้
ไม่มีสัญญาณการปรับฐานรุนแรงของตลาดหุ้นในครึ่งปีหลัง แต่ภาวะการซื้อขายจะฝืดเคือง นักลงทุนหากำไรยากขึ้น เพราะช่องว่างการทำกำไรแคบลง แต่อัตราความเสี่ยงเริ่มมีน้ำหนักมากขึ้น
กลยุทธ์ที่ดีของนักลงทุนรายย่อยในประเทศ เมื่อท้องฟ้าตลาดหุ้นเริ่มไม่สดใส คือการรักษาเนื้อรักษาตัว ประคับประคองพอร์ตการลงทุนไม่ให้เพลี่ยงพล้ำ
รอจนกว่าสัญญาณการปล่อยตัววิ่งรอบใหม่ของดัชนีจะดังขึ้น


