ราคาทองคำไทยพุ่งแรง 1,500 บาท ท่ามกลางความผันผวนหนัก สมาคมค้าทองคำประกาศปรับราคาระหว่างวันถึง 34 ครั้ง หลังทองโลกทะยานจากแรงหนุนดอลลาร์อ่อน หลังเฟดชะลอขึ้นดอกเบี้ยและแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย ขณะที่ฮั่วเซ่งเฮงมองแนวโน้มยังเป็นบวก แต่เตือนอย่าไล่ซื้อ แนะรอราคาย่อตัวก่อนทยอยสะสม
ราคาทองคำในประเทศวันที่ 6 สิงหาคม 2569 ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างร้อนแรง โดยล่าสุดเมื่อเวลา 17.11 น. สมาคมค้าทองคำประกาศราคาทองคำเป็นครั้งที่ 34 ของวัน ราคาทองคำแท่ง 96.5% รับซื้อบาทละ 66,550 บาท และขายออกบาทละ 66,750 บาท ส่วนทองรูปพรรณรับซื้อฐานภาษีบาทละ 65,218.32 บาท และขายออกบาทละ 67,550 บาท
เมื่อเทียบกับราคาปิดวันที่ 5 สิงหาคม ราคาทองคำแท่งขายออกยังเพิ่มขึ้นสุทธิประมาณ 1,500 บาทต่อบาททองคำ แม้ระหว่างวันจะมีแรงขายทำกำไรออกมาเป็นระยะ โดยช่วงเปิดตลาดเวลา 09.03 น. ราคาทองคำพุ่งขึ้นทันที 1,900 บาท ก่อนขยับขึ้นไปสูงสุดที่ทองคำแท่งขายออกบาทละ 67,300 บาท และทองรูปพรรณขายออกบาทละ 68,100 บาทในประกาศครั้งที่ 2
หลังจากนั้นราคาทองคำสลับปรับขึ้นและลงอย่างรวดเร็ว ครั้งละประมาณ 50–100 บาท ทำให้ตลอดวันมีการประกาศราคาถึง 34 ครั้ง หรือมีการเปลี่ยนแปลงราคาหลังเปิดตลาดอีก 33 ครั้ง สะท้อนว่าตลาดทองคำกำลังอยู่ในช่วงผันผวนสูงมาก
เฟดชะลอขึ้นดอกเบี้ยหนุนทองคำพุ่ง
ฮั่วเซ่งเฮงระบุว่า ราคาทองคำโลกปรับขึ้นแรงประมาณ 165.99 ดอลลาร์ โดยได้รับแรงหนุนจากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่ออกมาอ่อนแอ ส่งผลให้ตลาดคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐ หรือเฟด อาจไม่จำเป็นต้องใช้นโยบายการเงินเข้มงวดมากขึ้น และอาจมีโอกาสผ่อนคลายนโยบายการเงินในระยะต่อไป
ขณะเดียวกัน ดัชนีเงินดอลลาร์ยังไม่สามารถผ่านแนวต้านสำคัญได้ การอ่อนค่าหรือการชะลอตัวของเงินดอลลาร์จึงช่วยเพิ่มความน่าสนใจให้ทองคำ เพราะทำให้ผู้ถือเงินสกุลอื่นสามารถซื้อทองคำในต้นทุนที่ถูกลง
นอกจากนี้ นักลงทุนยังเข้าซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ช่องแคบฮอร์มุซ ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ และความเสี่ยงจากสงครามการค้ารอบใหม่ ซึ่งอาจกระทบเศรษฐกิจและตลาดการเงินโลก
แนะอย่าไล่ราคา-รอช้อนตอนย่อ
ฮั่วเซ่งเฮงประเมินว่า ราคาทองคำโลกยังมีโอกาสปรับขึ้นต่อ แต่หลังจากราคาพุ่งแรงในเวลาอันรวดเร็ว อาจเกิดการย่อตัวหรือแรงขายทำกำไรระยะสั้นได้ โดยกลยุทธ์สำหรับสัญญาทองคำแนะนำรอเปิดสถานะซื้อเมื่อราคาอ่อนตัวลงใกล้บริเวณ 4,275 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และควรตัดขาดทุนหากราคาหลุดระดับ 4,235 ดอลลาร์ต่อออนซ์
ในเชิงเทคนิค บริเวณ 4,270–4,275 ดอลลาร์ต่อออนซ์จึงเป็นระดับที่ต้องจับตา หากราคายืนเหนือบริเวณดังกล่าวได้ ยังมีโอกาสฟื้นตัวและขึ้นทดสอบแนวต้านด้านบน แต่หากไม่สามารถยืนได้ อาจเกิดการพักฐานหลังจากราคาปรับขึ้นแรง
สำหรับราคาทองคำในประเทศ นอกจากทองคำตลาดโลกแล้ว ยังต้องติดตามค่าเงินบาทอย่างใกล้ชิด โดยระหว่างวันที่ 6 สิงหาคม ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวบริเวณ 33.04–33.09 บาทต่อดอลลาร์ หากเงินบาทอ่อนค่าจะช่วยหนุนให้ราคาทองไทยปรับขึ้นได้มากขึ้น แต่หากเงินบาทแข็งค่า อาจลดทอนการปรับขึ้นของราคาทองคำโลกได้
ภาพรวมจึงยังเป็นแนวโน้มเชิงบวก แต่มีความเสี่ยงผันผวนสูง หลังราคาทองคำไทยเพิ่มขึ้นถึงประมาณ 1,500 บาทในวันเดียว นักลงทุนควรระวังการไล่ซื้อในช่วงราคาพุ่ง และอาจใช้วิธีทยอยซื้อเมื่อราคาอ่อนตัว เพื่อลดความเสี่ยงจากแรงขายทำกำไรระยะสั้น


