xs
xsm
sm
md
lg

ดัชนีความสามารถแข่งขัน SMEs ทรุด ร้องรัฐแก้ต้นทุนการเงินสูง-เพิ่มสภาพคล่อง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ดัชนีความสามารถแข่งขัน SMEs ไตรมาส 2/69 ชะลอตัว วอนรัฐช่วยลดต้นทุนธุรกิจ-เพิ่มสภาพคล่อง หลังต้นทุนดอกเบี้ยแพงกว่ารายใหญ่ โดยขอให้ช่วยผ่อนปรนเงื่อนไขการกู้ยืมเงิน สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ และขยายวงเงิน รวมถึงระยะเวลาผ่อนชำระ และการแก้ปัญหาหนี้สินเดิม



สถาบันยุทธศาสตร์การค้า (ITS) และคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยผลสำรวจดัชนีความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจ SMEs ในช่วงไตรมาส 2/2569 ซึ่งเป็นการสำรวจจากผู้ประกอบธุรกิจ SMEs จำนวน 641 ตัวอย่าง ครอบคลุมทั่วประเทศ ประกอบด้วย ธุรกิจการผลิต 36.4% ธุรกิจการค้า 16.9% และธุรกิจบริการ 46.7% ดำเนินการสำรวจระหว่างวันที่ 13-22 กรกฎาคม 2569 สรุปสาระสำคัญดังนี้

ผลสำรวจสถานการณ์ธุรกิจ SMEs ไตรมาส 2/2569 พบว่า ผู้ประกอบธุรกิจระบุส่วนใหญ่ ระบุว่า สถานการณ์รายได้/ยอดขาย, คำสั่งซื้อ, ต้นทุนและค่าใช้จ่าย, กำไรสุทธิ, การจ้างงาน และหนี้สิน ในไตรมาสนี้ เท่าเดิมหรือยังทรงตัวเมื่อเทียบกับปีก่อน แต่ในส่วนของสภาพคล่องนั้น ผู้ประกอบธุรกิจมองว่า ลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งทำให้ในภาพรวม ดัชนีสถานการณ์ธุรกิจ ไตรมาสที่ 2/69 อยู่ที่ 43.9

ส่วนผลสำรวจความสามารถในการทำธุรกิจของ SMEs ในไตรมาส 2/2569 พบว่า ผู้ประกอบธุรกิจส่วนใหญ่ มองเรื่องคุณภาพสินค้าและบริการ ยังคงเท่าเดิมเมื่อเทียบกับปีก่อน เช่นเดียวกับด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม, การสร้างแบรนด์และการรับรู้, การเข้าถึงแหล่งทุน และความสามารถของพนักงาน ในขณะที่ความสามารถในการชำระหนี้ และความสามารถในการสร้างความแตกต่าง ลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งทำให้ภาพรวม ดัชนีความสามารถในการทำธุรกิจ ไตรมาส 2/69 อยู่ที่ 46.5

และผลสำรวจความยั่งยืนของธุรกิจ SMEs ในไตรมาส 2/2569 พบว่า ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ มองว่า ความหลากหลายของแหล่งรายได้ ยังคงเท่าเดิมเมื่อเทียบกับปีก่อน เช่นเดียวกับการปรับธุรกิจให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม, การปรับตัวของธุรกิจในช่วงวิกฤต, การกำกับดูแลกิจการที่ดี (ธรรมาภิบาล) และอัตราการลาออกของพนักงาน ในขณะที่ความสามารถในการทำกำไรลดลง ซึ่งทำให้ภาพรวม ดัชนีความยั่งยืนของธุรกิจ ไตรมาส 2/69 อยู่ที่ 44.9

นายวชิร คูณทวีเทพ คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า จากผลสำรวจดัชนีทั้ง 3 ตัวดังกล่าว ซึ่งปรับตัวลดลงทุกรายการเมื่อเทียบกับไตรมาส 1/2569 ส่งผลให้ในภาพรวม ดัชนีความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจ SMEs ของไทยในไตรมาสที่ 2/2569 อยู่ที่ระดับ 45.1 ลดลง 0.8 จุด เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ผ่านมา (Q1/2569 อยู่ที่ 45.9) ซึ่งดัชนีทุกตัวยังอยู่ในระดับต่ำกว่า 50 ที่เป็นระดับปกติ สะท้อนถึงความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจ SMEs ยังมีทิศทางที่ชะลอตัว โดยยังไม่สามารถแข่งขันได้อย่างเต็มที่

ทิศทางยังชะลอตัวในเรื่องความสามารถในการแข่งขัน ซึ่งมาจากดัชนีสถานการณ์ทางธุรกิจ ที่ผู้ประกอบการส่วนใหญ่มองว่ายังเป็นปัญหาต่อความสามารถในการแข่งขันของธุรกิน ในช่วงไตรมาส 2 ที่ผ่านมา นายวชิร ระบุ

พร้อมคาดการณ์อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (GDP) ของกลุ่ม MSME ในปี 2569 ไว้ที่ 2.2-2.7%

ทั้งนี้ ผู้ประกอบการ SMEs ได้ฝากข้อเสนอแนะ และสิ่งที่ต้องการได้รับความช่วยเหลือจากภาครัฐ ดังนี้

- การลดต้นทุน : โดยขอให้ช่วยเหลือเรื่องค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าขนส่ง และก๊าซหุงต้ม ซึ่งเป็นภาระหลักของธุรกิจ SMEs
- การสนับสนุนด้านเงินทุนและสภาพคล่อง : โดยขอให้ช่วยผ่อนปรนเงื่อนไขการกู้ยืมเงิน สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ และขยายวงเงิน รวมถึงระยะเวลาผ่อนชำระ และการแก้ปัญหาหนี้สินเดิม
- การส่งเสริมการตลาด : โดยขอให้ช่วยหาตลาดทั้งในประเทศ และต่างประเทศ โดยเฉพาะการขยายช่องทาง E-Commerce และจัดกิจกรรมเจรจาธุรกิจ แบบ B2B
- การพัฒนาทักษะแรงงาน : โดยขอให้ช่วยส่งเสริมการ Upskill/Reskill มุ่งเน้นทักษะดิจิทัล (AI, Data Analytic) รวมถึงการเปิดอบรมหลักสูตรการใช้เครื่องมือดิจิทัล