ธนาคารแห่งประเทศไทยจับมือสมาคมธนาคารไทยและผู้ให้บริการอีมันนี่ ประกาศจำกัดเพดานวงเงินโอน-ชำระเงินผ่านช่องทางดิจิทัลของกลุ่มลูกค้าอายุ 10-18 ปี ทั่วประเทศ หลังพบขบวนการมิจฉาชีพเปลี่ยนเป้าหมายมาล่าเยาวชนเปิดบัญชีม้าถี่ขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ยืนยันข้อมูลชี้ชัดกว่า 97% ของบัญชีเยาวชนไม่กระทบ พร้อมเปิดช่องให้ผู้จำเป็นต้องใช้วงเงินสูงยื่นขอปรับเพิ่มได้ ธนาคารพาณิชย์ต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในเดือนกันยายน 2569 ส่วนผู้ให้บริการอีมันนี่มีเวลาถึงเดือนตุลาคม 2569
เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือแบงก์ชาติ เผยแพร่ข้อมูลผ่านเฟซบุ๊กแฟนเพจทางการ ระบุสถานการณ์ที่น่ากังวลว่า ปัจจุบันกลุ่มมิจฉาชีพเปลี่ยนกลยุทธ์หันมาหลอกล่อเยาวชนให้เปิดบัญชีธนาคารหรือยินยอมให้ยืมบัญชีส่วนตัว เพื่อนำไปใช้เป็น “บัญชีม้า” ในการกระทำความผิดทางการเงินมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง
สแกนพฤติกรรมจริง ก่อนล็อกเพดานตามช่วงวัย
แบงก์ชาติระบุว่า การยกระดับมาตรการครั้งนี้เกิดจากความร่วมมือกับสมาคมธนาคารไทยและผู้ประกอบธุรกิจอีมันนี่ ในการกำหนดวงเงินโอนและชำระเงินต่อวันของบัญชีเยาวชนตามช่วงอายุ โดยอ้างอิงจากการวิเคราะห์พฤติกรรมการใช้งานจริงของลูกค้ากลุ่มนี้ หรือที่เรียกว่า Customer Profiling เพื่อให้เพดานวงเงินสอดคล้องกับรูปแบบการใช้จ่ายตามความเป็นจริง ไม่ใช่การกำหนดเพดานแบบเหวี่ยงแหที่อาจกระทบผู้ใช้งานสุจริตโดยไม่จำเป็น
ตัวเลขที่แบงก์ชาติยืนยันคือ กว่า 97% ของบัญชีเยาวชนทั้งหมดจะไม่ได้รับผลกระทบจากการปรับเพดานครั้งนี้ สะท้อนว่ามาตรการถูกออกแบบมาเจาะจงเฉพาะกลุ่มเสี่ยงที่มีพฤติกรรมผิดปกติ มากกว่าการควบคุมวงกว้างแบบไม่เลือกเป้าหมาย
นางสาวชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายองค์กรสัมพันธ์ และโฆษกธนาคารแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า จากการติดตามข้อมูลร่วมกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย พบว่ามิจฉาชีพหันมาใช้บัญชีเงินฝากและบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ของเยาวชนเป็นบัญชีม้าถี่ขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ส่งผลให้เด็กและเยาวชนจำนวนหนึ่งกลายเป็นผู้เกี่ยวข้องกับคดีอาชญากรรมทางการเงินโดยไม่รู้ตัว จากการเปิดบัญชีหรือยินยอมให้ผู้อื่นใช้บัญชีของตนเอง ซึ่งทั้งหมดนี้ถือเป็นความผิดตามกฎหมายที่มีโทษทางอาญาจริง ไม่ใช่เรื่องเล็กที่มองข้ามได้
เพดานวงเงินแบ่ง 3 ช่วงอายุ ยกเว้นธุรกรรมความเสี่ยงต่ำ
เพื่อสกัดวงจรอาชญากรรมดังกล่าว แบงก์ชาติร่วมกับสมาคมธนาคารไทยและผู้ประกอบธุรกิจอีมันนี่ กำหนดมาตรฐานวงเงินโอนและชำระเงินผ่านช่องทางดิจิทัลสำหรับลูกค้ากลุ่มเยาวชน แบ่งตามช่วงอายุ ดังนี้
1.กลุ่มอายุ 10-12 ปี ที่ใช้บัญชีอีมันนี่ จะโอนหรือชำระเงินได้ไม่เกิน 3,000 บาทต่อวัน
2.กลุ่มอายุ 12-15 ปี ที่ใช้บัญชีเงินฝากธนาคารผ่านช่องทางดิจิทัล จะทำธุรกรรมได้ไม่เกิน 5,000 บาทต่อวัน
3.และกลุ่มอายุ 15-18 ปี ที่ใช้บัญชีเงินฝากธนาคารผ่านช่องทางดิจิทัลเช่นกัน จะมีเพดานไม่เกิน 10,000 บาทต่อวัน
ทั้งนี้ เพดานวงเงินดังกล่าวไม่ครอบคลุมธุรกรรมที่ถือว่ามีความเสี่ยงต่ำ เช่น การโอนเงินเข้าบัญชีของตนเองภายในแอปพลิเคชันเดียวกัน ซึ่งเป็นการเว้นช่องให้การใช้งานปกติในชีวิตประจำวันของเยาวชนไม่ถูกกระทบจนเกินจำเป็น
เปิดช่องขอเพิ่มวงเงิน ป้องกันผลกระทบผู้ใช้สุจริต
แบงก์ชาติเน้นย้ำว่า เพื่อไม่ให้มาตรการนี้ส่งผลกระทบต่อผู้ใช้งานที่สุจริตและมีความจำเป็นต้องใช้วงเงินสูงกว่าเพดานที่กำหนด ธนาคารพาณิชย์และผู้ให้บริการอีมันนี่จะต้องแจ้งลูกค้าล่วงหน้าก่อนปรับวงเงินทุกครั้ง พร้อมจัดเตรียมช่องทางให้ลูกค้าที่มีความจำเป็นสามารถยื่นขอปรับเพิ่มวงเงินได้ ทั้งผ่านโมบายแบงกิ้ง คอลเซ็นเตอร์ หรือสาขาธนาคารโดยตรง
ในด้านกรอบเวลาดำเนินการ ธนาคารพาณิชย์จะทยอยปรับวงเงินให้แล้วเสร็จภายในเดือนกันยายน พ.ศ.2569 ขณะที่ผู้ประกอบธุรกิจอีมันนี่จะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในเดือนตุลาคม พ.ศ.2569 ซึ่งถือเป็นกรอบเวลาที่ค่อนข้างกระชับ สะท้อนความเร่งด่วนที่แบงก์ชาติให้น้ำหนักกับปัญหานี้
ผู้ปกครองคือด่านแรก แบงก์ชาติจับตาต่อเนื่อง
นางสาวชญาวดีย้ำว่า เป้าหมายหลักของมาตรการนี้คือการลดโอกาสที่เยาวชนจะตกเป็นเหยื่อของขบวนการบัญชีม้า พร้อมขอให้ผู้ปกครองสร้างความเข้าใจแก่บุตรหลานเกี่ยวกับภัยทางการเงินอย่างจริงจัง โดยย้ำชัดว่าไม่ควรเปิดเผยข้อมูลบัญชี ไม่ให้ผู้อื่นยืมหรือใช้บัญชีของตนเองโดยเด็ดขาด เพราะนอกจากจะเสี่ยงตกเป็นเครื่องมือของมิจฉาชีพแล้ว ยังอาจมีความผิดตามกฎหมายในฐานะผู้ร่วมกระทำความผิดด้วย
ในมิติของการวิเคราะห์ผลกระทบ ธปท. ระบุว่าจากการประมวลผลฐานข้อมูลการทำธุรกรรม ยอดวงเงินใหม่นี้ครอบคลุมพฤติกรรมการจ่ายเงินจริงของเด็กและเยาวชนส่วนใหญ่ โดยมีกลุ่มผู้ใช้งานสุจริตมากกว่าร้อยละ 97 ที่จะไม่ได้รับผลกระทบใดๆ ขณะเดียวกัน ธนาคารพาณิชย์และผู้ให้บริการอี-มอนีย์ ได้เตรียมกลไกยืดหยุ่นรองรับกรณีที่ผู้ใช้บริการมีความจำเป็นต้องใช้วงเงินสูงกว่าเพดานที่กำหนด เช่น ค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาหรือภาระจำเป็นของครอบครัว โดยสามารถยื่นเรื่องขอปรับเพิ่มวงเงินผ่านช่องทาง Mobile Banking ศูนย์บริการลูกค้า (คอลเซ็นเตอร์) หรือสาขาของสถาบันการเงินได้
สำหรับกรอบเวลาในการดำเนินงาน สถาบันการเงินและผู้ให้บริการจะต้องแจ้งรายละเอียดให้แก่ลูกค้าทราบล่วงหน้าก่อนเริ่มปรับลดวงเงิน โดยธนาคารพาณิชย์จะทยอยปรับเปลี่ยนระบบให้เสร็จสิ้นภายในเดือนกันยายน พ.ศ. 2569 ขณะที่ผู้ประกอบธุรกิจ e-Money จะดำเนินการปรับระบบทั้งหมดให้แล้วเสร็จภายในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2569
โฆษกแบงก์ชาติ ย้ำเตือนว่า การล่อลวงเยาวชนให้เปิดบัญชีม้ามิใช่เพียงเรื่องของภัยการเงิน แต่คือภัยสังคมที่สถาบันครอบครัวต้องร่วมกันเฝ้าระวัง ผู้ปกครองจึงต้องเร่งสร้างความเข้าใจแก่บุตรหลานอย่างใกล้ชิด ให้ตระหนักถึงความเสี่ยงและข้อกฎหมาย โดยเน้นย้ำว่าการเปิดเผยข้อมูลส่วนตัว การให้ผู้อื่นยืมบัญชี หรือการเปิดบัญชีให้บุคคลอื่นนำไปใช้ ถือเป็นการกระทำที่เข้าข่ายร่วมกระทำความผิดอาญา และต้องรับโทษตามกฎหมายโดยไม่มีข้อยกเว้น
ธปท. ยืนยันว่าจะยังคงเฝ้าระวังพฤติกรรมการยักย้ายถ่ายโอนเงินของกลุ่มมิจฉาชีพอย่างใกล้ชิด และพร้อมที่จะยกระดับหรือปรับเปลี่ยนมาตรการการกำกับดูแลให้ทันท่วงทีต่อกลยุทธ์ของอาชญากรทางการเงินที่ปรับเปลี่ยนรูปแบบอยู่ตลอดเวลา เพื่อสร้างระบบนิเวศทางการเงินดิจิทัลที่มีความปลอดภัยและคุ้มครองเยาวชนของชาติอย่างยั่งยืน


