รายงานล่าสุดจากบริษัทความปลอดภัยทางไซเบอร์ Check Point เผยการแพร่ระบาดของมัลแวร์ SparkKitty ที่แฝงตัวผ่านแอปพลิเคชันบน Apple App Store และ Google Play Store เพื่อเจาะระบบสมาร์ตโฟนทั้ง iOS และ Android ภัยคุกคามนี้พุ่งเป้าไปที่นักลงทุนคริปโตโดยเฉพาะ อาศัยช่องโหว่จากการขอสิทธิเข้าถึงคลังภาพเพื่อสแกนหาข้อความกู้คืนกระเป๋าเงิน (Seed Phrase) ส่งผลให้สินทรัพย์ดิจิทัลของผู้ใช้งานตกอยู่ในความเสี่ยงขั้นสูงสุด
Kaspersky ค้นพบร่องรอยของมัลแวร์ตัวนี้ครั้งแรกเมื่อเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2568 ล่าสุดรายงานการวิเคราะห์จาก Check Point ชี้ให้เห็นถึงกลยุทธ์การโจมตีที่แนบเนียนขึ้น แฮกเกอร์ใช้วิธีซ่อนโค้ดอันตรายไว้ในแอปพลิเคชันที่ดูน่าเชื่อถือ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องมือเทรดคริปโทเคอร์เรนซี แพลตฟอร์มส่งข้อความ หรือแม้แต่แอปพลิเคชันความบันเทิงทั่วไป เมื่อผู้ใช้งานเผลอกดอนุญาตให้แอปพลิเคชันเข้าถึงคลังภาพบนโทรศัพท์ มัลแวร์จะเริ่มสแกนรูปภาพทั้งหมดเพื่อค้นหาข้อมูลส่วนตัวและส่งกลับไปยังเซิร์ฟเวอร์ของคนร้ายทันที
สิ่งที่น่าจับตาคือความสามารถในการหลบเลี่ยงระบบตรวจสอบของแพลตฟอร์มยักษ์ใหญ่ บนระบบ iOS มัลแวร์แพร่กระจายผ่านแอปพลิเคชันคริปโตชื่อ "币coin" ซึ่งสามารถผ่านด่านการคัดกรองที่เข้มงวดของ Apple มาได้อย่างไร้ร่องรอย ในขณะที่ฝั่ง Android พบการแฝงตัวในแอปพลิเคชันกระดานเทรดและแชตชื่อ SOEX บน Google Play ซึ่งกวาดยอดดาวน์โหลดทะลุ 10,000 ครั้งก่อนที่แพลตฟอร์มจะสั่งระงับการให้บริการ นอกจากนั้นผู้ไม่ประสงค์ดียังกระจายมัลแวร์ผ่านแอปพลิเคชัน TikTok ปลอม เว็บไซต์การพนัน และการติดตั้งไฟล์ APK จากแหล่งภายนอก
ความแตกต่างสำคัญที่ทำให้ SparkKitty อันตรายกว่ามัลแวร์ดูดข้อมูลทั่วไปคือกลไกการทำงาน โปรแกรมขโมยข้อมูลส่วนใหญ่มักพึ่งพาการดักจับแป้นพิมพ์ (Keylogging) หรือการคัดลอกข้อความ (Clipboard) ทว่ามัลแวร์ตัวนี้มุ่งเป้าไปที่คลังภาพโดยตรง พฤติกรรมนี้สะท้อนให้เห็นว่าแฮกเกอร์จงใจโจมตีความมักง่ายของนักลงทุนคริปโตที่มักจะแคปหน้าจอเก็บ Seed Phrase เอาไว้ในโทรศัพท์เพื่อความสะดวก ซึ่งถือเป็นจุดอ่อนร้ายแรงในการรักษาความปลอดภัย
สถานการณ์นี้ตอกย้ำให้เห็นถึงกระแสการโจมตีทางไซเบอร์ที่มุ่งเป้าไปยังสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง ย้อนกลับไปเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา Google เพิ่งเปิดเผยการค้นพบช่องโหว่ DarkSword ที่เปิดทางให้มัลแวร์ Ghostblade เข้าโจมตีกระดานเทรดและแอปพลิเคชันกระเป๋าเงินบน iPhone ในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน สำนักงานสอบสวนกลางแห่งสหรัฐ (FBI) ได้เข้าตรวจสอบเกมบนแพลตฟอร์ม Steam หลังพบการฝังโค้ดขโมยข้อมูล ถัดมาในเดือนพฤษภาคม สตาร์ตอัปด้านปัญญาประดิษฐ์ Perplexity ตัดสินใจเปิดตัว Bumblebee ซึ่งเป็นเครื่องมือตรวจสอบความปลอดภัยแบบโอเพนซอร์ซ เพื่อรับมือกับการโจมตีห่วงโซ่อุปทานซอฟต์แวร์ที่กระทบนักพัฒนากว่า 160 ราย ล่าสุดเมื่อเดือนมิถุนายน Kaspersky ยังรายงานพบการใช้ Steam Workshop เป็นช่องทางแพร่กระจายมัลแวร์ตระกูล Lumma และ Vidar เพื่อฉกข้อมูลกระเป๋าเงินคริปโต
ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยไซเบอร์แนะนำให้นักลงทุนปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการจัดเก็บข้อมูลขั้นเด็ดขาด การเก็บ Seed Phrase ต้องทำในรูปแบบออฟไลน์และหลีกเลี่ยงการบันทึกเป็นภาพถ่ายหน้าจออย่างสิ้นเชิง พร้อมกันนี้ ผู้ใช้งานต้องระมัดระวังการให้สิทธิเข้าถึงรูปภาพแก่แอปพลิเคชันต่างๆ และเลือกดาวน์โหลดซอฟต์แวร์จากนักพัฒนาที่เชื่อถือได้เท่านั้น เหตุการณ์ทั้งหมดนี้ถือเป็นสัญญาณเตือนครั้งสำคัญว่า ในยุคที่ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลกำลังขยายตัว ภัยคุกคามก็พัฒนากลยุทธ์ให้ซับซ้อนขึ้นจนระบบป้องกันของสโตร์ชั้นนำอาจไม่เพียงพออีกต่อไป


