บริษัทวิเคราะห์ข้อมูลบนบล็อกเชนชื่อดัง ออกมาโพสต์ผ่านแพลตฟอร์ม X เปิดเผยว่า เคยพยายามติดต่อบิทคับมาตั้งแต่ปี 2565 หลังตรวจพบความเคลื่อนไหวผิดปกติของกระเป๋าเงินดิจิทัลที่โยกเงินเข้า Tornado Cash แพลตฟอร์มปกปิดร่องรอยธุรกรรมคริปโต ก่อนจะพบในภายหลังว่านี่คือร่องรอยของเหตุแฮกครั้งใหญ่มูลค่า 1,700 ล้านบาท ที่สำนักงาน ก.ล.ต. เพิ่งกล่าวโทษ Bitkub และอดีตกรรมการไปเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคมที่ผ่านมา คำถามที่ตามมาคือ สัญญาณเตือนล่วงหน้าที่ว่านี้หายไปไหน และเหตุใดจึงไม่ถูกนำไปสู่มาตรการแก้ไข ก่อนที่จะเกิดความเสียหายได้ทันเวลา
อเล็กซ์ สวานเนวิก ซีอีโอของ Nansen บริษัทวิเคราะห์ข้อมูลบนบล็อกเชนชื่อดัง ระบุในโพสต์ดังกล่าวว่า เขาเคยพยายามแจ้งเตือนบิทคับ ในเรื่องนี้มาตั้งแต่ปี 2565 หลังระบบของ Nansen ตรวจพบความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับกระเป๋าเงินของบริษัท ซึ่งภายหลังพบว่ากลายเป็นว่าคือร่องรอยของการถูกแฮ็กจริง พร้อมแนบภาพข้อความที่เขาส่งไปลงวันที่ 11 มิถุนายน 2565 และมีการสอบถามเกี่ยวกับกระเป๋าเงินที่โอนเหรียญ ETH จำนวนมากเข้า Tornado Cash และมีความเชื่อมโยงกับบิทคับ โดยระบุที่อยู่กระเป๋าเงินที่ตรวจสอบไว้อย่างชัดเจน
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลที่สวานเนวิกกล่าวอ้างยังเป็นเพียงคำให้การส่วนบุคคลผ่านโซเชียลมีเดียเท่านั้น จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการยืนยันจากแหล่งข่าวอิสระหรือจากบิทคับเองว่าเคยได้รับการติดต่อดังกล่าวจริงหรือไม่ ซึ่งหากข้อเท็จจริงนี้ถูกพิสูจน์ได้ ย่อมกลายเป็นประเด็นร้อนที่จะถูกตั้งคำถามเพิ่มเติมถึงกระบวนการรับมือภัยคุกคามทางไซเบอร์ภายในของศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลรายใหญ่ของไทยรายนี้
บิทคับตอบคำถามไม่หมด!! ข้อมูลปริศนายังไม่เปิดเผย
อย่างไรก็ดี จากการออกมาแถลงอย่างไม่เป็นทางการผ่านเฟสบุ๊คของ ต้น สกลกรย์ สระกวี อดีตผู้ก่อตั้งและผู้บริหารบิทคับ ออกมาชี้แจงเหตุผลที่เลือกไม่เปิดเผยเหตุการณ์ถูกแฮกต่อสาธารณะในช่วงเวลาดังกล่าวว่า เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดภาวะ "แบงก์รัน" หรือสถานการณ์ที่ลูกค้าจำนวนมากแห่ถอนสินทรัพย์ดิจิทัลออกจากบริษัทพร้อมกันในทันทีที่ทราบข่าวการถูกโจรกรรม ซึ่งอาจนำไปสู่ปัญหาสภาพคล่องที่ลุกลามบานปลายยิ่งกว่าเดิม


