xs
xsm
sm
md
lg

ฟินโนมีนา ยื่นไฟลิ่งขาย IPO 30 ล้านหุ้นเข้า SET ระดมทุนขยายธุรกิจ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



บมจ.ฟีนโนมีนา ซึ่งเป็น Holding Company ที่ประกอบธุรกิจหลักด้านแพลตฟอร์ม WealthTech และธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์ (ไฟลิ่ง) ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวนรวมไม่เกิน 30,000,838 หุ้น คิดเป็น 15.00% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมดภายหลังการเสนอขายหุ้น IPO มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท บล.กสิกรไทย เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน และผุู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย และจะเข้าจดทะเบียนนตลาดหลักทรัพย์ (SET) กลุ่มธุรกิจการเงิน หมวดเงินทุนและหลักทรัพย์

บริษัทฯมีวัตถุประสงค์จะนำเงินที่ระดมทุนได้ไปใช้เป็นเงินทุนในการขยายธุรกิจของกลุ่มบริษัทฯ และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจ

บริษัทฯมีนโยบายจ่ายเงินปันผลในอัตราไม่น้อยกว่า 50% ของกำไรสุทธิตามงบการเงินรวม หลังการหักภาษีเงินได้นิติบุคคลและเงินสำรองต่างๆ

ฟีนโนมีนา ถือหุ้นผ่านบริษัทย่อยที่ประกอบธุรกิจหลัก 4 บริษัท และบริษัทย่อยที่ไม่ได้ประกอบธุรกิจหลัก 1 บริษัท ได้แก่

1.ธุรกิจนายหน้าและตัวแทนในการซื้อขายหน่วยลงทุน ซึ่งให้บริการโดยบริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุนฟินโนมีนา จำกัด (FINSEC) ณ วันที่ 31 มี มีนาคม 2569 ลูกค้าที่มีบัญชีซื้อขายหน่วยลงทุนของกองทุนรวมกับ FINSEC สามารถลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมกว่า 2,235 กองทุน จาก 21 บลจ. ผ่านแพลตฟอร์มการลงทุนและ FINSEC มีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ ภายใต้คำแนะนำ (AuA) สำหรับกองทุนรวม รวมทั้งสิ้น 68,557.0 ล้านบาท และมีฐานลูกค้าเปิดบัญชีซื้อขายหน่วยลงทุนกั กับ FINSEC แล้วจำนวนกว่า 194,006 คน (Ready to Invest Users)

2.ธุรกิจที่ปรึกษาการลงทุน ซึ่งให้บริการโดยบริษัทหลักทรัพย์ที่ปรึกษาการลงทุนเดฟินิท จำกัด (DEFINIT) มีหน้าที่หลักในการวิเคราะห์คำแนะนำการลงทุน (Investment Advisory) พร้อมทั้งนำเสนอบทวิเคราะห์เชิงลึกเพื่อสนับสนุนการตัดสินใจลงทุนอย่าง มีประสิทธิภาพ

3.ธุรกิจฝึกอบรม ซึ่งให้บริการโดย บริษัท บีฟินน์ จำกัด (BEFIN) ประกอบธุรกิจฝึกอบรมและสัมมนาด้านการลงทุน โดย BEFIN ได้พัฒนาหลักสูตรอบรมทั้งสำหรับการสอบและการต่ต่ออายุใบอนุญาตที่สำคัญสำหรับการประกอบอาชีพผู้แนะนำการลงทุน

4.ธุรกิจโฆษณาด้านการเงินและการลงทุน ซึ่งให้บริษัทโดยบริษัท ฟินบรอดแคสติ้ง จำกัด (FINCAST)

ส่วนบริษัทย่อยที่ไม่ได้ประกอบธุรกิจหลัก 5) ธุรกิจให้บริการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่เกี่ยวข้องกับการเงินและการลงทุนซึ่งให้บริการโดยบริษัท ฟินน์ เอไอ จำกัด (FINT)

ฟินโนมีนาเป็นผู้นำในธุรกิจแพลตฟอร์ม WealthTech ในไทย โดยแพลตฟอร์มของกลุ่มบริษัทฯมีองค์ประกอบ 3 ส่วน ดังนี้

1.แพลตฟอร์มความรู้แบบเปิด (Open Knowledge Platform) ที่ให้ข้อมูลและองค์ความรู้ด้านการลงทุนในตลาดโลกพร้อมคำแนะนำด้านการลงทุนที่บริษัทเผยแพร่ทุกวัน โดย ณ วันที่ 31 มี.ค.69 กลุ่มบริษัทฯมีผู้ ผู้สมัครเป็นผู้ติดตาม (Subscribers) บนแพลตฟอร์มความรู้ (Knowledge Platform) ประมาณ 0.8 ล้านราย ซึ่ ซึ่งช่วยเสริมการรับรู้แบรนด์ ด์ (Awareness) และขยายการเข้าถึงกลุ่ม นักลงทุนในวงกว้างได้อย่างมีประสิทธิภาพ

2 แพลตฟอร์มผู้แนะนำการลงทุนมืออาชี ชีพ (Advisor Platform): เมื่อลูกค้าที่สนใจเกิดการรับรู้ (Awareness) และมีความสนใจในการลงทุน โดยลูกค้าที่สนใจดังกล่าวจะได้รับการติดต่อและดูแลโดยผู้แนะนำการลงทุน (Investment Consultant)ซึ่งได้ ขึ้นทะเบียนกับสำนักงาน ก.ล.ต. โดยผู้แนะนำการลงทุนดั ดังกล่าวจะใช้ Advisory Platform ซึ่งครอบคลุมแพลตฟอร์ม Finnomena for Advisor (F4A) ที่พัฒนาโดยกลุ่มบริษัทฯ เพื่อให้คำแนะนำด้านการลงทุนที่เหมาะสมกับเป้าหมายและระดับความเสี่ยงของลูกค้า

3.แพลตฟอร์มการลงทุน (Investment Platform): ผู้แนะนำการลงทุนจะช่วยอำนวยความสะดวกในการเปิดบัญชีและทำธุรกรรมของลูกค้าผ่านแพลตฟอร์มการลงทุน (Investment Platform: แพลตฟอร์ม Finnomena Funds) ที่เป็นมากกว่าแพลตฟอร์มการลงทุนทั่วไป คือ มีแผนการลงทุนแนะนำ (Investment Plans) และคำแนะนำการลงทุ (Investment Call) ซึ่งตอบโจทย์ช่วยให้ ลูกค้าสามารถตัดสินใจลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีประสบการณ์ลงทุนที่ดีที่สุด

รายชื่อผู้ถือหุ้นใหญ่ ณ วันที่ 8 ก.ค.69 ได้แก่

- โอเอสวี มัลติพลาย โฮลดิ้งส์ ก่อนเสนอขายถือ 14.77% และหลังเสนอขาย 12.55%
- นายเจษฏา สุขทิศ ถือ 13.29% และหลังเสนอขาย 11.29%
- นายชยนนท์ รักกาญจนนันท์ ถือ 9.25% และหลังเสนอขาย 7.86%
- บริษัท กรุงศรี ฟินโนเวต จำกัด บริษัทในกลุ่มธ.กรุงศรี ถือ 8.27% และหลังเสนอขาย 7.03%
- เมอรานติ อาเซียน โกรท ฟันด์, แอล.พี ถือ 7.34% หลังเสนอขาย 6.24%

สำหรับรายได้รวมในปี 66-68 เท่ากับ 289.19 ล้านบาท ,441.15 ล้านบาท , 592.80 ล้านบาท ตามลำดับ และในงวดไตรมาส 1/69 มีรายได้ 236.99 ล้านบาท เทียบกับไตรมาส 1/68 ที่มี 129.49 ล้านบาท

ขณะที่ปี 66 บริษัทฯมีผลขาดทุน 115.83 ล้านบาท และปี 67-68 พลิกเป็นบวก กำไรสุทธิ 86.40 ล้านบาท , 218.90 ล้านบาทตามลำดับ ส่วนในไตรมาส 1/69 มีกำไรสุทธิ 138.87 ล้านบาท เทียบกับไตรมาส 1/68 มีกำไรสุทธิ 56.83 ล้านบาท

ณ วันที่ ที่ 31 ธันวาคม 2566 2567 และ 2568 และ ณ วันที่ ที่ 31 มีนาคม 2569 กลุ่มบริษัทฯ มีสินทรัพย์รวมเท่ากับ 612.2 ล้านบาท 705.3 ล้านบาท 856.5 ล้านบาท และ 915.1 ล้านบาท ตามลำดับ