ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยแจ้งข่าวร้ายถึงผู้ถือหุ้นบริษัท ช.ทวี จำกัด (มหาชน) หรือ CHO โดยระบุถึงส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทฯ ที่มีค่าน้อยกว่าศูนย์ และไม่สามารถส่งงบการเงินประจำปี 2568 และงบการเงินไตรมาส 1 ปี 2569 ได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด จนเป็นเหตุให้ถูกขึ้นเครื่องหมาย SP สั่งห้ามซื้อหรือขายหุ้นตั้งแต่วันที่ 4 มีนาคม 2569
เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2569 CHO ได้นำส่งงบการเงินประจำปี 2568 ซึ่งผ่านการตรวจสอบจากผู้สอบบัญชีมายังตลาดหลักทรัพย์ฯ ปรากฏว่าส่วนของผู้ถือหุ้นปี 2567 มีค่าน้อยกว่าศูนย์จำนวน 40 ล้านบาท และปี 2568 ส่วนของผู้ถือหุ้นมีค่าน้อยกว่าศูนย์จำนวน 1,142 ล้านบาท จนมีเหตุเข้าข่ายอาจถูกเพิกถอน
ซึ่งบริษัทฯ ต้องเปิดเผยแนวทางแก้ไขเหตุแห่งการถูกเพิกถอน และเผยแพร่ให้ผู้ลงทุนทราบในวันที่ 20 สิงหาคมนี้ โดยต้องแก้ไขเหตุแห่งการถูกเพิกถอนภายใน 3 ปี
หุ้น CHO ถูกสั่งพักการซื้อขายตั้งแต่วันที่ 6 กรกฎาคมที่ผ่านมา หลังจากตลาดหลักทรัพย์ฯ เปิดให้ซื้อขายชั่วคราวระหว่างวันที่ 4 มิถุนายน 2569 - 3 กรกฎาคม 2569 ก่อนพักการซื้อขายยาว จนกว่าบริษัทฯ จะแก้ไขเหตุแห่งการถูกเพิกถอนเสร็จสิ้น และถ้าต้องถูกเพิกถอน จะเปิดให้ซื้อขายครั้งสุดท้าย 7 วันทำการ ซึ่งต้องรออีก 3 ปีข้างหน้า
CHO เข้าจดทะเบียนในตลาด MAI เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2556 หลังนำหุ้นเสนอขายนักลงทุนเป็นครั้งแรกในราคา 1.80 บาท จากพาร์ 0.25 บาท โดยบริษัทดำเนินธุรกิจออกแบบ สร้างสรรค์ ผลิตตัวถัง ติดตั้งระบบวิศวกรรมทางยานยนต์เพื่อการพาณิชย์ และเคยเป็นหุ้นที่มีการเก็งกำไรร้อนแรง มีการสร้างข่าวกระตุ้นราคา
แต่ผลประกอบการบริษัทฯ กลับย่ำแย่ ขาดทุนต่อเนื่องมายาวนาน ส่งผลให้ราคาหุ้นทรุดลง จนล่าสุดปิดที่ 2 สตางค์ ทำให้ผู้ถือหุ้นรายย่อยจำนวน 8,569 ราย ติดหุ้นต้นทุนสูง และทั้งหมดอาจหมดตัว
การล่มสลายของการดำเนินงานถึงขั้นถูกตะเพิดพ้นตลาดหุ้น อาจเป็นเพียงอีกโศกนาฏกรรมที่ประชาชนผู้ลงทุนต้องรับชะตากรรม จากการที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) อนุมัติให้หุ้นเน่า ๆ เสนอขายหุ้นต่อประชาชนได้
และตลาดหลักทรัพย์ฯ รับหุ้นเน่า ๆ มาให้นักลงทุนซื้อขาย โดยยังไม่มีใครหรือหน่วยงานใดต้องรับผิดชอบในความสูญเสียของนักลงทุน
และยังไม่มีใครหรือหน่วยงานใดหาแนวทางป้องกันการปล่อยบริษัทจดทะเบียนเน่า ๆ แต่งตัวเข้ามาปล้นนักลงทุนในตลาดหุ้นซ้ำรอยอีก หรืออย่างน้อยได้มีการตรวจสอบบริษัทจดทะเบียนที่เจ๊งย่อยยับคาตลาดหุ้นว่าเป็นการเจ๊งโดยสุจริตหรือเจ๊งโดยทุจริต โดยการไซฟ่อนผ่องถ่ายเงินออกจากบริษัทฯ
ก.ล.ต. และตลาดหลักทรัพย์ฯ อาจมีข้ออ้างได้ว่า ในช่วงที่อนุมัติการเสนอขายหุ้นต่อประชาชนเป็นครั้งแรก ในช่วงที่อนุมัติรับหุ้นเข้าจดทะเบียนซื้อขาย
ไม่อาจหยั่งรู้ได้ว่าบริษัทจดทะเบียนรายใดจะเป็นบริษัทจดทะเบียนเน่า ๆ และไม่อาจหยั่งรู้ได้ว่าผู้บริหารบริษัทฯ คนใดขี้โกงและมีแผนเข้ามาปล้นนักลงทุนในตลาดหุ้น
แต่เมื่อเข้ามาในตลาดหุ้นแล้ว สร้างความเสียหายให้นักลงทุน ทั้ง ก.ล.ต. และตลาดหลักทรัพย์ฯ ควรตระหนักถึงความรับผิดชอบบ้าง
โดยน่าจะมีหน่วยงานตรวจสอบเบื้องหลังความล่มสลายของบริษัทจดทะเบียนทุกกรณีว่า บริษัทจดทะเบียนที่เจ๊งคาตลาดหุ้น หลังจากระดมเงินที่มีต้นทุนต่ำจากนักลงทุนไปแล้วจำนวนมหาศาล เกิดขึ้นเพราะความผิดพลาดในแผนการดำเนินธุรกิจ หรือเจ๊งเพราะผู้บริหารโกง
โดยอาจจะแก้กฎหมาย เปิดทางให้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เข้ามาติดตามเส้นทางการเงินที่ออกจากบริษัทจดทะเบียนย้อนหลัง
ถ้าพบว่าการล่มสลายของบริษัทจดทะเบียนเกิดจากการทุจริต ต้องดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด เพื่อเยียวยาด้านจิตใจประชาชนผู้ลงทุนที่ถูกปล้นจนหมดตัว
บริษัทจดทะเบียนที่ถูกตะเพิดพ้นตลาดหุ้นนับสิบบริษัท และอยู่ระหว่างรอถูกตะเพิดอีกนับสิบแห่ง โดยเบื้องหลังการล่มสลายของการดำเนินงานเกิดจากผู้บริหารโกง ไซฟ่อนผ่องถ่ายเงินของผู้ถือหุ้นออกไป จนบริษัทฯ เหลือแต่ซาก
ผู้ลงทุนนับแสนคนแล้วที่ต้องสังเวยบริษัทจดทะเบียนที่ถูกตะเพิดพ้นตลาด รวมทั้งหุ้น CHO แต่ยังไม่มีผู้บริหารบริษัทจดทะเบียนคนใดต้องชดใช้กรรมที่ก่อไว้กับผู้ถือหุ้นรายย่อย


