นักวิเคราะห์ฯ เผยหุ้นไทยเช้านี้คาดแกว่งบวกต่อได้ รับแรงหนุนงบกลุ่มธนาคารออกมาดีกว่าคาด ส่งผลคาดหวังผลประกอบการหุ้นใหญ่ หากออกมาดีกว่าคาดจะเป็นสัญญาณที่ดีต่อเศรษฐกิจไทย และสะท้อนว่าราคาพลังงานสูงไม่ได้กระทบภาคธุรกิจมากอย่างที่เคยกังวล ส่งผลให้เกิดแรงส่งในเชิงบวกต่อภาพรวมตลาด โดยให้แนวต้านไว้ที่ 1,655 จุด และให้แนวรับไว้ที่ 1,640 จุด
นายวีระวัฒน์วิโรจน์โภคา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ที่ปรึกษาการลงทุน (บลป.) เอฟเอสเอส อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทย [SET.X] เคลื่อนไหวในทิศทางบวกต่อได้ โดยได้รับปัจจัยหนุนจากบรรยากาศการลงทุนเชิงบวก หลังผลประกอบการของกลุ่มธนาคารพาณิชย์ที่ประกาศออกมาวานนี้ ทั้ง TTB และ KKP เติบโตดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้
ปัจจัยดังกล่าวนำไปสู่ความคาดหวังเชิงบวกต่อผลประกอบการของธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ที่จะประกาศครบทั้งหมดในวันนี้ หากผลงานออกมาดีกว่าคาด หรือไม่แย่กว่าที่ประเมินไว้ จะเป็นสัญญาณที่ดีต่อภาพรวมเศรษฐกิจไทยได้ แม้ในไตรมาส 2/69 จะมีผลกระทบจากราคาพลังงานที่ทรงตัวในระดับสูง แต่ไม่ได้ส่งผลลบต่อบริษัทจดทะเบียนอย่างมีนัยสำคัญหรือรุนแรงเท่ากับที่เคยกังวลก่อนหน้านี้ ทำให้ตลาดหุ้นไทยสามารถปรับตัวขึ้นต่อได้
อย่างไรก็ตามปัจจัยต่างประเทศยังถูกดดันจากความไม่แน่นอนของสงครามในตะวันออกกลาง แม้จะมีตัวกลางเสนอให้หยุดยิงชั่วคราว แต่ยังขาดความชัดเจนและการตอบรับ
โดยประเมินแนวต้านไว้ที่ 1,655 จุด และให้แนวรับไว้ที่ 1,640 จุด
*ปะเด็นพิจารณาการลงทุน
ตลาดหุ้นนิวยอร์ก (20 ก.ค.) ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ [DJI.X] ปิดที่ 51,839.26 จุด ลดลง 307.16 จุด หรือ -0.59% , ดัชนี S&P500 [SP500.X] ปิดที่ 7,443.28 จุด ลดลง 14.41 จุด หรือ -0.19% และดัชนี Nasdaq [NASDAQ.X] ปิดที่ 25,508.07 จุด ลดลง 12.17 จุด หรือ -0.05%
ตลาดหุ้นเอเชียเช้านี้เปิดเช้านี้ ดัชนีนิกเกอิ[NIKKEI.X] ตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดที่ระดับ 64,544.05 จุด เพิ่มขึ้น 402.93 จุด หรือ +0.63% , ดัชนีฮั่งเส็ง [HSI.X] ตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดที่ระดับ 25,150.54 จุด เพิ่มขึ้น 7.49 จุด หรือ +0.03% และดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิต [SSE.X] ตลาดหุ้นจีนเปิดที่ระดับ 3,812.16 จุด เพิ่มขึ้น 15.88 จุด หรือ +0.42% ส่วนดัชนี KOSPI [KOSPI.X] ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ บวก 0.23%
ตลาดหุ้นไทย [SET.X] ปิดล่าสุด (20 ก.ค. ) 1,646.00 จุด เพิ่มขึ้น 6.96 จุด (+0.42%) มูลค่าซื้อขาย 93,400.46 ล้านบาท
นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ (20 ก.ค.) 1,808.04 ล้านบาท
ราคาน้ำมันดิบ WTI [WTI.X] ส่งมอบเดือนส.ค. (20 ก.ค.) เพิ่มขึ้น 74 เซนต์ หรือ 0.9% ปิดที่ 83.23 ดอลลาร์/บาร์เรล
ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปิดล่าสุด (20 ก.ค.) อยู่ที่ 28.07 ดอลลาร์/บาร์เรล
เงินบาทเปิด 33.65 แนวโน้มอ่อนค่า กังวลสงครามตอ.กลาง คาดกรอบวันนี้ 33.55-33.80
หุ้นไทย ขาขึ้นเต็มพิกัด! ดัชนีปรับขึ้นต่อเนื่อง 4 วันทำการทะลุ 1,646 จุด นับตั้งแต่ต้นปีขึ้นมากว่า 30% แรงส่งเม็ดเงินนักลงทุนต่างชาติไหลเข้าไม่หยุด พบสถิตินับตั้งแต่ต้นปียอดซื้อสะสมกว่า 71,000 ล้านบาท สื่อใหญ่ บลูมเบิร์ก เผยแพร่มุมมองกองทุนต่างประเทศ ประเมิน หุ้นไทยเทิร์นอะราวด์ ปรับขึ้นร้อนแรงสุดในอาเซียน รับอานิสงส์การเมืองมีเสถียรภาพ และหุ้นไทยเป็นห่วงโซ่อุปทาน AI ระดับโลก บล.ทิสโก้ มองมีโอกาสทะลุ 1,700 จุด รับฟันด์โฟลว์ไหลเข้า หลังนักลงทุนทั่วโลกเริ่มทยอยลดน้ำหนักหุ้นเทคโนโลยี หันมาลงทุนหุ้น Defensive และหุ้นคุณค่า (Value) ที่ยังไม่แพง.!
สิริพงศ์ ย้ำความมั่นใจ 1 ม.ค. 70 ประชาชนได้ใช้รถไฟฟ้าทุกสายทาง 17-45 บาท เก็บแรกเข้าครั้งเดียว ยันยุติแนวทางซื้อคืนสัมปทาน 4 แสนล้าน ลดภาระหนี้สาธารณะ ส่วนเรื่องชดเชยเอกชนปีละ 4.6 พันล้านบาท พร้อมเตรียมทางเลือกอื่นทั้งการตั้งกองทุนตั๋วร่วม ให้ รฟม.ตั้ง TFF เพื่อระดมทุนมาชดเชยและเตรียมลงทุนโครงการอนาคต ส่วนโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน รฟท.รับทราบ AERA1 ส่งหนังสือมาแจ้งรักษาสิทธิ์การบอกเลิกสัญญา แต่ยังมิได้แจ้งยกเลิกสัญญา
มท.-คค.-คลัง โร่แจง ปมอุทธรณ์บัตรสวัสดิการฯ มท.2 เปิดอำเภอเป็นวันสต็อปเซอร์วิส ให้ประชาชนอุทธรณ์ทบทวนสิทธิ์ จ่อชง ครม.ขยายเวลาทบทวนถึง 20 ก.ย.นี้ ด้าน โฆษกฯคลัง รับคนติดเกณฑ์ถือครองรถยนต์ถึง 40% เตรียมเสนอ กก.ประชารัฐ ปลดล็อกปมถือครองรถ-นศ. เผยคนอกหัก 6 ล้านรายโยกใช้ไทยช่วยไทยพลัส เสนอ ครม. 21 ก.ค.นี้
-เอกนิติ เดินหน้ารื้อเกณฑ์ลงทุน Data Center คุมเข้ม 4 ด้าน งัดมาตรการ แบงก์การันตี สกัดกว้านจองไฟเกินจริง เน้นดึงทุนคุณภาพ ถ่ายทอดเทคโนโลยี AI ด้าน WHAUP ทุ่มลงทุน 2.9 หมื่นล้านบาท ขยายระบบน้ำ-ไฟ รองรับดีมานด์พุ่ง จี้รัฐเร่งปลดล็อก Direct PPA ปักธงไทยฮับ พลังงานสะอาดอาเซียน
-รัฐบาลไทย ยกธุรกิจจีนสีเทาในไทยหารือจีน สีหศักดิ์ เผยผลหารือ สี จิ้นผิง ให้จีนจัดการธุรกิจสีเทาในไทย ย้ำไทยส่งเสริมเฉพาะลงทุนคุณภาพ เคารพกฎหมาย ไม่กระทบความรู้สึกคนไทย ตั้งกลไกความมั่นคงไทย-จีน 2+2 ระดับ รมว.ต่างประเทศ-รมว.กลาโหม ยกระดับร่วมมือ ปราบแก๊งคอลเซนเตอร์ ค้ามนุษย์ ฟอกเงิน อาชญากรรมข้ามชาติ ลงนาม 15 ฉบับ ต่อยอดความร่วมมือ
-พิพัฒน์ สั่งศึกษา ย้ายท่าเรือกรุงเทพไปแหลมฉบัง ชี้ไม่ควรมีท่าเรือสินค้าหลัก 2 แห่ง แจงสิ้นเปลืองงบฯ กระทบจราจรในเมือง เล็งพัฒนาพื้นที่คลองเตยเป็น Entertain ment Complex ย้ำไม่มีกาสิโน ลุยจัดที่อยู่อาศัยใหม่ให้ชุมชนกว่า 4 หมื่นคน
-อนุทิน นำทีม ททท. เดินหน้าขยายความร่วมมือท่องเที่ยวไทย-จีน เจรจา Sichuan Airlines ถกเพิ่มเที่ยวบิน-เปิดเส้นทางใหม่ หัวหิน-เชียงใหม่-อู่ตะเภา พร้อมจับมือ Meituan และลงนาม LOI กับ 5 บริษัทชั้นนำ เร่งทำตลาดดิจิทัล ดึงนักท่องเที่ยวคุณภาพ ตั้งเป้าปี 2569 กว่า 5 ล้านคน สร้างรายได้กว่า 2.88 แสนล้านบาท
*หุ้นเด่นวันนี้
-KKP: (กสิกรไทย) ซื้อราคาพื้นฐาน 114.00 บาท กำไรไตรมาส 2/69 ทำสถิติสูงสุดใหม่ 2.12 พันลบ. (+9% QoQ,+51% YoY) สูงกว่าคาด จาก NIM, ค่าธรรมเนียม และ Credit cost ดีกว่าคาด สะท้อน Upside ประมาณการ คุณภาพสินทรัพย์ดีขึ้นต่อเนื่อง Credit cost ลดลง, NPL ลดเหลือ 3.5% และ Coverage Ratio เพิ่มเป็น 151% จากการบริหารพอร์ตสินเชื่ออย่างมีประสิทธิภาพ มอง KKP ได้ประโยชน์จากการฟื้นตัวของตลาดทุน รายได้ค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้น และมีโอกาส Re-rating ในระยะยาว
SCGP (ฟินันเซีย ไซรัส)ซื้อ ราคาเป้าหมาย 35 บาทคาดกำไรปกติไตรมาส 2/69ที่ 1.9 พันลบ. +28% q-q, +78% y-y ทำระดับสูงสุดในรอบหลายปี จากการฟื้นตัวของปริมาณขาย อัตราใช้กำลังการผลิตสูงขึ้น และปรับขึ้นราคาขายการใช้สต็อก RCP ต้นทุนต่ำจะช่วยชดเชยแรงกดดันจากต้นทุนเพิ่มขึ้น และหนุนให้อัตรากำไรขั้นต้นขยายตัวต่อเนื่อง คาดกำไรปี 69-70 โต 66% y-y และ 7% y-y ตามลำดับ
TTB(ทรีนีตี้) ราคาเป้าหมายอยู่ที่ 2.8 บาท กำไรไตรมาส 2 ดีกว่าที่เราคาดราว 6% รายได้ดอกเบี้ยสุทธิดีขึ้นเล็กน้อยราว 1% QoQ จากสินเชื่อที่ดีขึ้นเล็กน้อย และ NIM ดีขึ้นราว 4 bps รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยดีขึ้น 11% QoQ จากค่าธรรมเนียมดีขึ้น 10% QoQ และเงินปันผลรับเพิ่มขึ้น ส่วน NPL ทรงตัวจาก Q1/69 ที่ 2.9% ค่าใช้จ่ายสำรองหนี้อยู่ที่ราว 4 พันล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 1% QoQ เป็นสำรองปกติราว 2.9 พันล้านบาท และยังมีการตั้งสำรองเพิ่มเติม (Management Overlay) ราว 1.1 พันล้านบาท ล่าสุดเราปรับประมาณการกำไรปีนี้ขึ้นจากเดิมราว 4% มาที่ 21,060 ล้านบาท (+2% YoY) สะท้อนแนวโน้ม NIM รายได้ค่าธรรมเนียม และรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยดีกว่าคาด


