บล. โกลเบล็ก (GBS)ประเมินตลาดหุ้นไทยสัปดาห์นี้แกว่งตัวผันผวนในกรอบ 1,610-1,650จุด เผชิญแรงกดดันจากหุ้นกลุ่มชิปสหรัฐฯ และความตึงเครียดในตะวันออกกลาง พร้อมแนะกลยุทธ์ลงทุนรับแผนPDPฉบับใหม่ ชู 4 หุ้นโรงไฟฟ้าเด่นGULF-BGRIM-GPSC-GUNKUL
นางสาววิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ GBSมองกรอบดัชนีSET สัปดาห์นี้ 1,610-1,650จุด แม้ตลาดจะได้รับแรงกดดันจากปัจจัยภายนอกส่งผลให้ดัชนีปรับตัวผันผวนจากแรงเทขายหุ้นกลุ่มชิปของสหรัฐ ซึ่งส่งผลให้หุ้นกลุ่มETRONในตลาดบ้านเราถูกแรงขายเช่นกัน ขณะที่ความตึงเครียดในตะวันออกกลางยังมีความไม่แน่นอน แต่ยังคงมีปัจจัยบวกสนับสนุนจากเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่แข็งแกร่ง อาทิ ตัวเลขเงินเฟ้อเดือนมิ.ย.ที่ต่ำกว่าคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ ยอดค้าปลีกเดือนมิถุนายนที่ปรับตัวดีขึ้น ดัชนีภาคการผลิตภูมิภาคมิด-แอตแลนติกที่พุ่งสูงกว่าคาด และตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ที่ต่ำกว่าคาดการณ์ สะท้อนภาพรวมเศรษฐกิจที่ยังคงฟื้นตัว
สำหรับปัจจัยบวกในประเทศ กระทรวงพาณิชย์รายงานตัวเลขการจัดตั้งธุรกิจใหม่ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 69 ขยายตัว 2.13% โดยเฉพาะกลุ่มค้าปลีกออนไลน์ที่เติบโตโดดเด่นถึง 56.9% นอกจากนี้ กระทรวงการคลังยังเตรียมเปิดจำหน่ายพันธบัตรรัฐบาล ออมพลัส วงเงิน 4,000 ล้านบาท เพื่อเป็นทางเลือกในการออมเงินให้กับประชาชน
อย่างไรก็ตาม ควรจับตาปัจจัยเสี่ยงภายนอกอย่างใกล้ชิด ทั้งกรณีความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่มีแนวโน้มยืดเยื้อ การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางเกาหลีใต้ (BOK)เพื่อสกัดเงินเฟ้อ รวมถึงนโยบายภาษีนำเข้าใหม่ของสหรัฐฯ ที่อาจกระทบต่อคู่ค้าทั่วโลก นางสาววิลาสินี กล่าว
นอกจากนี้ ควรติดตามปัจจัยเศรษฐกิจสำคัญที่จะส่งผลต่อทิศทางการลงทุนทั้งในประเทศให้จับตาภารกิจการเยือนจีนของนายกรัฐมนตรีระหว่างวันที่ 16-20 ก.ค.นี้ ควบคู่ไปกับการรายงานตัวเลขสำคัญจากภาครัฐ ทั้งการแถลงภาวะการค้าระหว่างประเทศจากกระทรวงพาณิชย์ ยอดการผลิตและส่งออกยานยนต์จาก ส.อ.ท. ตลอดจนดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรม และรายงานภาวะเศรษฐกิจจาก สศค. และ ธปท. ในช่วงสิ้นเดือน
โดยมีไฮไลท์สำคัญคือการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ครั้งที่ 4/69 ในวันที่ 26 ส.ค.
ปัจจัยต่างประเทศที่ต้องเฝ้าระวัง ได้แก่ การประกาศอัตราดอกเบี้ยLPRของธนาคารกลางจีนในวันที่ 20 ก.ค. การรายงานดัชนีความเชื่อมั่นเศรษฐกิจของอียู และตัวเลขดุลการค้าของญี่ปุ่นในวันที่ 21-22 ก.ค. รวมถึงต้องจับตาการประชุมธนาคารกลางยุโรป (ECB)ในวันที่ 23 ก.ค.
และปิดท้ายด้วยความเคลื่อนไหวจากฝั่งสหรัฐฯ ทั้งการรายงานตัวเลขเศรษฐกิจรายสัปดาห์ และการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)ในวันที่ 28-29 ก.ค.นี้ ซึ่งถือเป็นตัวแปรสำคัญที่จะมีผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั่วโลก
ด้านนายวัชเรนทร์ จงยรรยง ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย GBSแนะนำกลยุทธ์การลงทุนโดยเน้นหุ้นที่ได้รับประโยชน์จากแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า (PDP)ฉบับใหม่2026 (พ.ศ.2569-2593)ได้แก่GULF, BGRIM, GPSCและGUNKULที่ได้อานิสงส์จากนโยบายพลังงานของภาครัฐในการส่งเสริมให้ไทยเป็นฮับรองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคตในภูมิภาคและขับเคลื่อนสู่เป้าหมายNet Zeroในปี93


